ลุ้นระทึก!! ‘ศาลอาญา’ นัดชี้ชะตา ‘ทักษิณ ชินวัตร’ คดี ม.112-พ.ร.บ.คอมฯ 22 ส.ค. นี้
The Bangkok Insight
อัพเดต 16 ก.ค. 2568 เวลา 06.57 น. • เผยแพร่ 16 ก.ค. 2568 เวลา 06.57 น. • The Bangkok Insight"ศาลอาญา" นัดชี้ชะตา "ทักษิณ ชินวัตร" คดีมาตรา 112 และ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ 22 สิงหาคมนี้ หลังแถลงศาลสืบพยานจำเลย 3 ปากเพียงพอแล้ว
นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัวของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังจากเสร็จสิ้นการสืบพยานฝ่ายจำเลยในคดีที่นายทักษิณตกเป็นจำเลยในฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550
นายวิญญัติ กล่าวว่า หลังจากสืบพยานฝ่ายโจทก์เสร็จสิ้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ในวันนี้ก็เป็นการสืบพยานฝ่ายจำเลย ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ยื่นเบิกความพยานบุคคลในบัญชีพยาน จำนวนทั้งสิ้น 14 ปาก ซึ่งในช่วงเช้าวันนี้ ได้มีพยาน 3 คนขึ้นเบิกความคือ ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.วิษณุ เครืองาม ศาสตราจารย์พิเศษธงทอง จันทรางศุ และตัวนายทักษิณเอง
เมื่อสืบพยาน 3 ปากข้างต้นเสร็จสิ้น ทีมทนายความและจำเลยได้ประชุมประเมินรูปคดีกัน ก่อนจะมีความเห็นว่า พยานทั้ง 3 ปากนั้นเพียงพอแล้วกับการสืบพยานฝ่ายจำเลย เพราะไม่มีประเด็นต้องสืบพยานเพิ่มเติม จึงได้แถลงต่อศาลว่า ขอยุติการเบิกพยานบุคคลที่เหลือขึ้นสืบพยานต่อ และจะขอทำคำแถลงปิดคดีเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 15 วัน
ศาลพิจารณาแล้ว เห็นชอบอนุญาต โดยศาลจะนัดนายทักษิณมารายงานตัวอีกครั้งในต้นเดือนสิงหาคม ก่อนนัดฟังคำพิพากษาในคดีนี้ในวันที่ 22 สิงหาคม 2568 เวลา 10.00 น. ซึ่งนายทักษิณจะต้องเดินทางมาฟังคำพิพากษาด้วยตนเองในฐานะจำเลย
นายวิญญัติ กล่าวว่า เหตุผลที่เชิญศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.วิษณุ และศาสตราจารย์พิเศษธงทอง มาเป็นพยานให้นายทักษิณนั้น เนื่องจากทั้ง 2 ท่านเป็นอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย และเป็นคนที่รู้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับนายทักษิณว่า นายทักษิณไม่ได้มีเจตนาตามที่ถูกกล่าวหา และเป็นบุคคลที่มีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์
ผู้สื่อข่าวถามว่ามั่นใจหรือไม่ในคดีนี้ นายวิญญัติ กล่าวว่า ขอไม่ตอบว่ามั่นใจหรือไม่ แต่เชื่อว่าจะได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากพยานหลักฐานฝ่ายโจทก์ที่ผ่านมา มีหลายส่วนที่ยังไม่สมบูรณ์ และเป็นพยานความเห็นทั้งสิ้น เราพยายามหักล้างว่า พยานเหล่านั้นเป็นพยานที่มีอคติและเป็นพยานที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามจำเลยแทบทั้งสิ้น ซึ่งฝ่ายโจทก์ไม่มีประจักษ์พยานที่สามารถพิสูจน์ได้
หลังจากนี้ ศาลจะพิจารณาจากพยานฝ่ายโจทก์เป็นหลักว่ามีหลักฐานเพียงพอหรือไม่ สามารถพิสูจน์ทราบการกระทำความผิดของฝ่ายจำเลยได้แค่ไหน ซึ่งจะต้องนำทั้งคำเบิกความและพยานหลักฐานฝ่ายโจทก์และจำเลย มาชั่งน้ำหนักพิจารณากัน ก่อนมีคำพิพากษา ซึ่งตนคงไม่ก้าวล่วงอำนาจการพิจารณาของศาล
ทั้งนี้ ในวันนี้ นายทักษิณมีท่าทีอารมณ์ดี โดยยังได้ฝากขอบคุณไปยังกลุ่มมวลชนที่มารอคอยให้กำลังใจนายทักษิณอีกด้วย
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ‘ทักษิณ ชินวัตร’ ย่องเงียบ!! ขึ้นศาลสืบพยานคดีดูหมิ่นสถาบันเบื้องสูง
- จับตาวันนี้! ศาลฎีกาเปิดไต่สวน ‘ทักษิณ’ คดีชั้น 14 เรียก 6 ผู้บริหารราชทัณฑ์เบิกความ
- ‘ภูมิธรรม’ ปัด ‘ทักษิณ’ ครอบงำ ‘อุ๊งอิ๊ง’ ลั่นอดีตนายกฯ เป็นผู้เชี่ยวชาญ รู้หลายเรื่อง
ติดตามเราได้ที่