THCOM ปั้น Space Tech ดันรายได้
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 15 ก.ค. 2568 เวลา 14.14 น. • เผยแพร่ 15 ก.ค. 2568 เวลา 07.14 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น - THCOM ลุย Space tech เต็มสูบ! จับมือ สอน. เปิดแพลตฟอร์มติดตามการเผาไร่อ้อยด้วยดาวเทียม-AI หนุนลดPM2.5 เล็งขยายผล 47 จังหวัดพร้อมเดินหน้า “CarbonWatch” ประเมินคาร์บอนเครดิตร่วมกับ SCG–GGC ต่อจิ๊กซอว์สู่ พ.ร.บ.ลดโลกร้อน เล็งลุยลาวต่อ ส่วนธุรกิจดาวเทียมเดินหน้าเต็มกำลัง ไทยคม 9 จ่อยิงปลายปี–ลูกค้าอินเดียเริ่มใช้บริการ หนุนรายได้ปีนี้โตทะลุ 2.7 พันล้านบาท พร้อมปรับพอร์ต สัดส่วนต่างประเทศพุ่งเกิน 40%
นายปฐมภพ สุวรรณศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM เปิดเผยว่า ได้ร่วมมือกับสํานักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) เปิดตัว แพลตฟอร์มติดตามร่องรอยการเผาไหม้ในไร่อ้อย ด้วยเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศระบบดาวเทียมผสานกับการวิเคราะห์ข้อมูลด้วย AI (Artificial Intelligence) อย่างเป็นทางการ ด้วยเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศจากระบบดาวเทียมผสานกับการวิเคราะห์ข้อมูลด้วย AI เพื่อการส่งเสริมสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การลดฝุ่น PM 2.5 เชื่อมั่นว่า การร่วมมือกันในครั้งนี้จะสามารถผลักดัน สร้างความตระหนักรู้ และส่งเสริมสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการลดฝุ่น PM 2.5 ให้บรรลุผล อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน และส่งเสริมอุตสาหกรรมการเกษตรโดยเฉพาะอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายให้เติบโต หนุนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโต และยั่งยืนต่อไป
ทั้งนี้ในส่วนของโคงการน้จะนำร่องที่ 4 จังหวัด และมีโอกาสที่จะขยายผลไปกว่า 47 จังหวัด ที่มีการปลูกอ้อยต่อไป โดยบริษัทจะรับรู้รายได้ในส่วนของค่าบริหารเข้ามา ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจใหม่เทคโนโลยีอวกาศ (Space tech) ที่บริษัทพยายยามผลักดันสัดส่วนรายได้กลุ่มนี้
นอกเหนือจากโคงการดังกล่าวยังมีโครงการ ประเมินการกักเก็บคาร์บอนของต้นไม้ในพื้นที่ป่าชุมชนภาคกลางและภาคเหนือ โดยใช้เทคโนโลยีการสำรวจระยะไกล (Remote Sensing) ร่วมกับปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ผ่านแพลตฟอร์ม ‘CarbonWatch’ เครื่องมือประเมินคาร์บอนเครดิตในป่าไม้ ได้ร่วมมือกับ SCG CPAC รวมไปถึง บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ “GGC” ซึ่งจะสอดคล้องกับไป การผลักดันพ.ร.บ.ลดโลกร้อน (Climate Change Act) ของภาครัฐที่หวังวาจะเห็นความชัดเจนในปลายปีนี้ ขณะเดียวกันยังมองโอกาสที่จะขยายการประเมินการกักเก็บคาร์บอนของต้นไม้ ไปยังประเทศลาวที่มีการปลูกป่าจำนวนมาก ทั้ง ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ซึ่งจะเป็นโอกาสในการผลักดันการเติบโตของกลุ่ม Space tech ต่อไป
ส่วนธุรกิจดาวเทียมก็ยังเติบโตต่อเนื่อง โดยดาวเทียมไทยคม9 มีกำหนดที่จะยิงขึ้นสู่วงโครจรในช่วงสิ้นปี 2568 นี้โดยกลุ่มลูกค้าจะเป็นลูกค้าไทย และอินเดียเป็นหลัก ซึ่งยังมีความต้องการใช้ดาวเทียมทั้งโครงการ USO Net หรือแม้แต่กระทั้งนวัตกรรมที่ส่งเสริมเรื่องความมั่นคงประเทศ เชื่อว่าไม่ใช่แค่เฉพาะในไทย ต่างประเทศก้มีความต้องการที่จะมีระบบเป็นของตนเอง ขณะเดียวกันบริษัทยังได้ยื่นข้อเสนอของวงโคจรดาวเทียมตำแหน่ง 51องศาตะวันออกและ วงโคจรดาวเทียมตำแหน่ง 142 องศาตะวันออก โดยอยู่ระหว่างการพิจารณาของกสทช. คาดว่าจะเห็นความชัดเจนใน 1-2 เดือนนี้ ซึ่งโครงการดังกล่าวจะเป็นการแบ่งผลประโยชน์รายได้กับภาครัฐ
ส่วนการประมูลโครงการ USO 3 ของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) คาดว่าจะเปิด TOR ในช่วงดือนสิงหาคม และจะลงนามได้ในเดือนกันยายน 2568 ซึ่งหวังว่าจะสามารถส่งมอบได้ภายในปีนี้ ทั้งนี้โครงการดังกล่าวมีมูลค่ากว่า 5,100 ล้านบาท
ดังนั้นปีนี้บริษัทเชื่อว่ารายได้รวมจะทำได้มากกว่าปีก่อนที่มีรายได้ 2,702 ล้านบาทโดยไตรมาส 1/2568 บริษัทมีรายได้แล้วกว่า 788 ล้านบาท ส่วนไตรมาส 2/2568 ก็ยังเดินหน้าตามแผน แต่ในแง่ไตรมาส 3/2568 จะเติบโตมากกว่าไตรมาส 2/2568 จากจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้น อย่างลูกค้าอินเดีย ที่เริ่มใช้บริการดาวเทียมไทยคม 8 และยังมีรายได้จาก Eutelsat Asia PTE. LTD. บริษัทในเครือ Eutelsat SA ผู้ให้บริการดาวเทียมชั้นนำของโลกจากประเทศฝรั่งเศส ดังน้นภาพระยะถัดไปสัดส่วนรายได้อาจจะเห็นการเปลี่ยนแปลงโดยอาจจะมีรายได้จากต่างประเทศเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่ประมาณ 40%
รายงานโดย : ณัฏฐ์ชญา ปุริมปรัชญ์ภัทร บรรณาธิการข่าว Hoonvision