โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ส่องกฎอัยการศึกรับมือสมรภูมิสงครามไทย-กัมพูชา กฎหมายมอบดาบผู้บังคับบัญชาทหารมีอำนาจประกาศ

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 06 มิ.ย. 2568 เวลา 11.09 น.

ส่องกฎอัยการศึกรับมือสมรภูมิสงครามไทย-กัมพูชา กฎหมายมอบดาบผู้บังคับบัญชาทหารมีอำนาจประกาศ วิกฤติช่องบกสะเทือนแผ่นดิน กัมพูชาเคลื่อนกำลังพล อาวุธหนักประชิดชายแดน

#ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด แฮชแท็กที่กองทัพบกเชิญชวนคนไทยขยับเส้นขยับสาย กลายเป็นกระแสชาตินิยมพุ่งทะลุเพดานชั่วข้ามคืน ก่อนรัฐบาล นำโดยน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) เรียกประชุมด่วน เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. 68 เพื่อรับมือข้าศึกประชุมตะเข็บแนวชายแดนไทย-กัมพูชาตลอดทางบกทางน้ำประมาณ 1,000 กิโลเมตร กองทัพทั้งสองฝ่ายเคลื่อนกำลังพลโชว์แสนยานุภาพ โดยฝ่ายกัมพูชาตกเป็นรองไทยทุกกระบวนท่า แต่เมื่อมีประเทศมหาอำนาจใหญ่อย่างจีนยืนเป็นเงาทะมึนอยู่ข้างหลัง ทำให้ไทยต้องพลิกตำราพิชัยสงครามวางกลยุทธ์รับมืออย่างมีชั้นมีเชิง

ผลประชุมสมช.ออกมาชัดเจนขึ้นระหว่างรัฐบาลฝ่ายกำกับนโยบาย กับกองทัพฝ่ายปฏิบัติอยู่ในสมรภูมิ ที่ผ่านมามีการปลุกปั่นกระแสรัฐบาลขัดแย้งกับกองทัพ “นายกอิ๊งค์”ยืนยันไม่มีปัญหาใด สนับสนุนกันอย่างดีเสมอมา "เคลียร์กันให้หมดถึงหน้างานกองทัพสามารถตัดสินใจได้เลย แต่ให้ยึดหลักสันติให้มากที่สุด" เหตุการณ์ทุกอย่างกองทัพเตรียมพร้อมทุกรูปแบบสำหรับทุกสถานการณ์ “เหตุการณ์หน้างานเป็นอย่างไร ต้องปะทะหรือยัง เป็นการตัดสินใจของกองทัพ ให้ดูหน้างานว่าต้องปะทะหรือไม่”

ขณะที่สาระหลัก 3 ด้านในที่ประชุมสมช. ทั้งด้านการต่างประเทศ กองทัพและด้านการสื่อสาร นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและรมว.กลาโหม ระบุถึงการปรับการทำงานให้ชัดเจน ร่วมกันทำงานให้มากขึ้น โดยเฉพาะด้านการสื่อสาร กระทรวงการต่างประเทศเป็นเจ้าภาพหลัก โดยประสานให้โฆษกกระทรวงกลาโหม โฆษกกองทัพบก โฆษกกระทรวงดีอี ทำงานร่วมกััน “สมช.ตกลงเห็นพ้องต้องกันอธิปไตยเป็นเรื่องสำคัญหลัก จะดูแลอย่างเต็มที่” ความขัดแย้งอยากให้จำกัดวงมากที่สุด

สอดรับกับพล.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผบ.ทหารสูงสุด เน้นย้ำกองทัพสนับสนุนแนวทางของรัฐบาลแก้ไขปัญหาและคลี่คลายสถานการณ์แนวชายแดนไทย-กัมพูชาด้วยสันติ ส่วนกองทัพ “ปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญในการรักษาอธิปไตย คุมครองปกป้องประชาชนตามแนวชายแดน” สัมภาษณ์เสร็จมีประชุมผบ.เหล่าทัพต่อตามวงรอบปกติ 2 เดือน ครั้งนี้พูดคุยเกี่ยวกับสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ในลักษณะสนับสนุนแนวทางของรัฐบาล

หลังเสร็จสิ้นประชุมสมช. โดยหน่วยความมั่นคงพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาบริเวณช่องบก เปิดเผยให้เห็นถึงมีการเคลื่อนอาวุธหนัก เคลื่อนกำลังทหารเข้ามาพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทำให้มีทหารกัมพูชาอยู่ในพื้นที่ช่องบก กระจายอยู่ในเนิน 745 และ 641 และตรงพื้นที่มอมเบย์ (ศาลาตรีมุข) จำนวน 12,000 นาย

ผลการประชุมสมช.ระบุชัดเจนถึงการตัดสินใจหน้างานบนสมรภูมิจุดปะทะ โดยเฉพาะช่องบกเป็นอำนาจหน้าที่ของทหาร ทั้งนี้ที่ผ่านมามีการพูดถึงสถานการณ์ปะทะกันตามแนวตะเข็บชายแดน หากรุนแรงถึงขั้นทหารประกาศใช้กฎอัยการศึกได้หรือไม่

สำนักข่าว The Room 44 รายงานว่า “อำนาจประกาศกฎอัยการศึก” โดยตามพ.ร.บ.กฎอัยการศึก 2457 กำหนดให้ “ผู้บังคับบัญชาทหาร”มีอำนาจในการประกาศกฎอัยการศึกเฉพาะในเขตอำนาจหน้าที่ของทหารได้ภายใต้เงื่อนไข คือ 1.เมื่อมีสงครามหรือจลาจลเกิดขึ้น ณ แห่งใด 2.มีกำลังอยู่ใต้บังคับไม่น้อยกว่าหนึ่งกองพันหรือเป็นผู้บังคับบัญชาในป้อมหรือที่มั่นอย่างใดๆ 3.จะต้องรีบรายงานให้รัฐบาลทราบโดยเร็วที่สุด

ส่วนการใช้อำนาจเมื่อมีการประกาศใช้กฎอัยการศึก อำนาจทหารในเขตที่ใช้กฎอัยการศึก เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารจะมีอำนาจเหนือเจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือนทุกตำแหน่งในทุกกระทรวง โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือนมีหน้าที่ต้องให้ความช่วยเหลือเกื้อหนุนราชการทหารทุกสิ่งทุกอย่างตามความต้องการของเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารในการระงับปราบปรามหรือรักษาความสงบเรียบร้อย

สำหรับหลักเกณฑ์และวิธีประกาศใช้กฎอัยการศึก ต้องเขียนเป็นลายลักษณ์อักษร ปิดประกาศไว้หรือประกาศไว้ในที่อันควรก่อนเวลาใช้และต้องให้มีข้อความดังนี้1.เหตุที่ต้องประกาศใช้กฎอัยการศึก 2.กำหนดเขตใช้กฎอัยการศึก 3.วันเวลาที่เริ่มใช้กฎอัยการศึก 4.ตำบลที่เขียนประกาศและวันเวลาที่ออกประกาศ และ5.ยศตำแหน่งของผู้ประกาศ.

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...