โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘แบงก์ชาติ’ เผยศก.ไทยเดือนพ.ค.แผ่ว

ไทยโพสต์

อัพเดต 30 มิ.ย. 2568 เวลา 17.08 น. • เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2568 เวลา 10.08 น.

'แบงก์ชาติ' เผยเศรษฐกิจไทยเดือน พ.ค. 68 ชะลอ หลังการผลิตภาคอุตสาหกรรม-การท่องเที่ยว-การลงทุนภาคเอกชนแผ่ว สวนทางส่งออกฉลุย ชี้บาทแข็งค่าทิศทางเดียวกับภูมิภาค พร้อมจับตานโยบายการค้าประเทศเศรษฐกิจหลัก-พัฒนาการภาคท่องเที่ยว-การปรับตัวของภาคธุรกิจ-ความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์และปัจจัยในประเทศ

30 มิ.ย. 2568 - นางสาวปราณี สุทธศรี ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงภาพรวมเศรษฐกิจไทยในเดือน พ.ค. 2568 ว่า ชะลอตัวลงเล็กน้อยจากเดืิอนก่อนหน้า จากการผลิตภาคอุตสาหกรรม เนื่องจากบางส่วนได้เร่งผลิตเพื่อเติมสินค้าคงคลังไปแล้วในเดือนก่อนหน้า และภาคบริการด้านการค้า การขนส่ง และการท่องเที่ยว รวมถึงมีปัจจัยชั่วคราวจากการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นน้ำมัน

ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในเดือน พ.ค. อยู่ที่ 2.3 ล้านคน ลดลง -2.9% จากเดือนก่อนหน้า ส่วนรายรับการท่องเที่ยว ลดลง -7% จากเดือนก่อนหน้า ตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลง โดยเฉพาะกลุ่มเดินทางระยะไกล (long-haul) ที่มีค่าใช้จ่ายต่อทริปสูง เช่น ยุโรปไม่รวมรัสเซีย และออสเตรเลีย หลังเร่งไปมากในช่วงเทศกาลสงกรานต์ อย่างไรก็ดี นักท่องเที่ยวระยะใกล้ (short-haul) เพิ่มขึ้นในหลายสัญชาติ อาทิ จีน มาเลเซีย และญี่ปุ่น ส่วนหนึ่งเพราะเป็นช่วงวันหยุดยาวในประเทศดังกล่าว ด้านการลงทุนภาคเอกชนลดลงหลังเร่งไปในเดือนก่อน ส่วนการบริโภคภาคเอกชนทรงตัวโดยหมวดสินค้าคงทนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่หมวดบริการปรับลดลง

สำหรับการส่งออกสินค้าเพิ่มขึ้นมาก โดยเฉพาะหมวดอิเล็กทรอนิกส์ตามอุปสงค์โลกที่ดีต่อเนื่อง และจากการเร่งส่งออกในช่วงระยะที่ผ่อนผันการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบมากขึ้นจากเดือนก่อน จากหมวดอาหารสด อัตราเงินเฟ้อหมวดพลังงานติดลบใกล้เคียงกับเดือนก่อน ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังปรับเพิ่มขึ้นตามราคาอาหารสำเร็จรูป

ส่วนอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ เดือนพ.ค. ถึง 25 มิ.ย. 2568 เงินบาทเฉลี่ยปรับแข็งค่าขึ้นจากเดือน เม.ย. สอดคล้องกับสกุลเงินภูมิภาค เนื่องจากตลาดเริ่มคลายความกังวล หลังการเจรจาทางการค้าระหว่างประเทศคู่ค้าสำคัญกับสหรัฐฯ มีความคืบหน้าในทิศทางที่ดีขึ้น ประกอบกับการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์

“การแข็งค่าของเงินบาท ยังเป็นไปในทิศทางเดียวกับสกุลเงินอื่นในภูมิภาค ซึ่งมีปัจจัยมาจากสถานการณ์ในตลาดโลก และเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าเป็นสำคัญ ขณะที่ปัญหาการเมืองภายในประเทศ ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยเช่นกัน และต้องจับตาดูพัฒนาการในระยะต่อไป ส่วนการเข้าไปดูแลค่าเงินบาท ธปท.จะทำก็ต่อเมื่อค่าเงินบาทเคลื่อนไหวไม่สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐาน แต่ในปัจจุบันมองว่าการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท ยังมีทิศทางที่สอดคล้องกับภูมิภาค และสอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐาน" นางสาวปราณี กล่าว

อย่างไรก็ดี ปัจจัยที่ต้องติดตามในระยะต่อไป คือ 1. นโยบายการค้าของประเทศเศรษฐกิจหลัก 2. พัฒนาการของภาคการท่องเที่ยว 3. การปรับตัวของภาคธุรกิจที่ต้องเผชิญการแข่งขันที่สูงขึ้น และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และ 4. ความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์และปัจจัยภายในประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...