โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เด็กไทยเป็น “โรคอ้วน” อันดับ 3 ของอาเซียน รัฐบาลแนะผู้ปกครองร่วมกันดูแล

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 29 มิ.ย. 2568 เวลา 11.45 น. • เผยแพร่ 29 มิ.ย. 2568 เวลา 11.45 น.
ภาพไฮไลต์

รัฐบาลแนะผู้ปกครองร่วมกันดูแลสุขภาพเด็กไทย หลังพบเป็น “โรคอ้วน” อันดับ 3 ของอาเซียน เดินหน้าร่วมมือภาคีเครือข่ายทั้งในระดับชาติและท้องถิ่น เพื่อสร้างสังคมสุขภาวะที่เข้มแข็ง ห่างไกลโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง

วันที่ 29 มิถุนายน 2568 นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากข้อมูลสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พบว่า ประเทศไทยมีเด็กที่เป็นโรคอ้วนสูงเป็นอันดับ 3 ของประเทศในกลุ่มอาเซียน จากพฤติกรรมบริโภคอาหารหวาน มัน เค็ม ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และการเสียชีวิตอันดับ 1 ของการเสียชีวิตทั้งหมดของคนไทยหรือเกือบ 4 แสนคนต่อปี

โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรคและไม่สามารถแพร่กระจายจากคนสู่คนได้ แต่เป็นโรคที่เกิดจากนิสัยหรือพฤติกรรมการดำเนินชีวิต ซึ่งจะมีการดำเนินโรคอย่างช้าๆ ค่อยๆ สะสมอาการอย่างต่อเนื่อง อาทิ โรคเบาหวาน โรคมะเร็งต่างๆ โรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรัง และโรคอ้วนลงพุง

ขณะเดียวกัน สสส. ภายใต้โครงการการสื่อสารเรื่องการใช้ยาเพื่อลดความเสี่ยงโรคไต เสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ยาและส่งเสริมพฤติกรรมการใช้ยาที่ถูกต้อง ระบุว่า คนไทยป่วยโรคไตเรื้อรังทะลุ 1.13 ล้านคน ทั้งนี้ จากการสำรวจความรอบรู้ด้านการใช้ยาอย่างสมเหตุผลในบุคลากรด้านสาธารณสุขและประชาชน ปี 2567 กองบริหารการสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข พบว่า ภาพรวมประชาชนมีระดับความรอบรู้ด้านการใช้ยาอย่างสมเหตุผลเพียง 64.9% ส่วนใหญ่มีระดับความรอบรู้ด้านการใช้ยาอย่างสมเหตุผลที่เพียงพอระดับดี 43.9% ประชาชนส่วนใหญ่ไม่มีโรคประจำตัวจากการวินิจฉัยของแพทย์ 52.5% และมีการซื้อยาใช้เอง 50.6%

เรื่องปัญหาการใช้ยาไม่เหมาะสม การใช้ยาเกินความจำเป็นและการใช้ยาอย่างไม่ถูกต้อง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพ เช่น อาการแพ้ยาปฏิชีวนะ อาการไม่พึงประสงค์ และปัญหาการดื้อยาของเชื้อแบคทีเรีย โดยเฉพาะยากลุ่มต้านการอักเสบ (NSAIDs) ยาชุด และสมุนไพรบางชนิด อาจมีฤทธิ์หรือคุณสมบัติทำให้ไตทำงานได้ลดลง ซึ่งจากรายงานภาวะสังคมไตรมาส 3/2567 ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระบุว่า คนไทยมีการป่วยเป็นโรคไตเรื้อรังและมีอัตราการเสียชีวิตเพิ่มขึ้น จากจำนวนผู้ป่วย 0.98 ล้านคน ในปีงบประมาณ 2565 เพิ่มขึ้นเป็น 1.13 ล้านคน ในปี 2567

ทั้งนี้ รัฐบาลโดย สสส. มุ่งส่งเสริมความรู้ด้านสุขภาวะและพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง ทั้งในเรื่องการใช้ยาอย่างเหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงโรคไตในกลุ่มวัยทำงาน และการปรับพฤติกรรมบริโภคของเด็กไทยเพื่อป้องกันโรค NCDs ตั้งแต่วัยเยาว์ เดินหน้าร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งในระดับชาติและท้องถิ่น สร้างสังคมสุขภาวะที่เข้มแข็ง และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยอย่างยั่งยืน ผ่านการขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพ โดยใช้แนวคิด “สามเหลี่ยมสมดุล” เสริมสร้างศักยภาพเด็กนักเรียนให้ตระหนักต่อการสร้างเสริมสุขภาวะ ผ่านเมนูอาหารกลางวันที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ ตลอดจนพัฒนาโครงการอาหารปลอดภัยในผู้สูงอายุ ช่วยให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพดี ลดอัตราของโรค NCDs โดยตั้งเป้าภายในปี 2568 จะมีการขยายผลโครงการไปสู่กลุ่มแกนนำผู้สูงอายุต่อไป.

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เด็กไทยเป็น “โรคอ้วน” อันดับ 3 ของอาเซียน รัฐบาลแนะผู้ปกครองร่วมกันดูแล

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...