”ร่างกฎหมายทรัมป์“ ใกล้ผ่านวุฒิสภา เสียงค้านยังโหม ปมภาษี-ตัดสิทธิคนจน-พลังงานสะอาด
”ร่างกฎหมายทรัมป์“ ใกล้ผ่านวุฒิสภา หลังการเจรจาเข้มข้นหลายสัปดาห์ แต่เสียงวิจารณ์ยังถาโถม ปมเพิ่มภาษี กระทบสิทธิผู้มีรายได้น้อย ตัดงบ Medicaid และล้มมาตรการหนุนพลังงานสะอาด
วันที่ 29 มิถุนายน 2568 เวลา 04.28 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า หลังจากที่มีการถกเถียงกันอย่างดุเดือดตลอดหลายสัปดาห์เกี่ยวกับรายละเอียดของ “ร่างกฎหมายใหญ่ สวยงาม” หรือที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นิยมเรียก ร่างกฎหมายฉบับนี้ก็เตรียมจะเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภาในเร็ว ๆ นี้ โดยฝ่ายนิติบัญญัติกำลังผลักดันให้สามารถผ่านร่างกฎหมายนี้และส่งถึงโต๊ะของทรัมป์ให้ทันก่อนวันที่ 4 กรกฎาคม
อย่างไรก็ตามยังคงมีคำถามว่า สภาผู้แทนราษฎรจะยอมรับร่างกฎหมายฉบับของวุฒิสภาหรือไม่ เนื่องจากมีการปรับแก้เนื้อหาครั้งสุดท้ายจนเสร็จสิ้นเกือบเที่ยงคืนของวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้มีทั้งฝ่ายที่ได้ประโยชน์และเสียผลประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง ภาคธุรกิจ หรือกลุ่มผลประโยชน์ต่าง ๆ การเปลี่ยนแปลงในช่วงโค้งสุดท้ายนี้สะท้อนให้เห็นถึงเบื้องหลังของการต่อรองทางการเมืองเพื่อให้ร่างกฎหมายความยาว 940 หน้าเสร็จสิ้นทันเวลา
หนึ่งในประเด็นที่ถูกคัดค้านอย่างหนักโดยกลุ่มที่เน้นวินัยทางการคลัง (Fiscal Hawks) คือข้อเสนอในร่างกฎหมายที่จะเพิ่มเพดานหนี้ของประเทศขึ้นถึง 5 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งทำให้สมาชิกวุฒิสภารีพับลิกันบางส่วนยังคงแสดงความไม่พอใจ และสร้างข้อสงสัยเกี่ยวกับความสามารถของ จอห์น ธูน ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภา ว่าจะสามารถรวบรวมเสียงสนับสนุนได้มากพอหรือไม่
ธูน ระบุว่าเขาต้องการนำร่างกฎหมายเข้าสู่การลงมติขั้นตอนสำคัญภายในบ่ายวันเสาร์นี้ แต่ก็ยอมรับว่า อาจจะยังรวบรวมเสียงได้ไม่เพียงพอ สะท้อนให้เห็นถึงสถานการณ์เสียงข้างมากที่เปราะบางของพรรครีพับลิกัน
ประเด็นสำคัญของร่างกฎหมาย “ใหญ่ สวยงาม” ฉบับวุฒิสภา และผู้ที่จะได้รับผลประโยชน์
คำมั่นของทรัมป์ในช่วงหาเสียง หากร่างกฎหมายนี้ผ่าน จะมีการบังคับใช้คำมั่นหลายข้อของทรัมป์ในช่วงหาเสียง เช่น การขยายระยะเวลาการลดภาษีจากปี 2017 ไม่ว่าจะเป็นการลดอัตราภาษีเงินได้ การเพิ่มค่าลดหย่อนมาตรฐาน และการเพิ่มเครดิตภาษีสำหรับบุตร รวมถึงมาตรการอื่น ๆ
นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอใหม่ เช่น การลดภาษีสำหรับทิป รายได้จากการทำงานล่วงเวลา สินเชื่อรถยนต์ และค่าลดหย่อนพิเศษสำหรับผู้สูงอายุ เพื่อช่วยลดภาระภาษีที่เกี่ยวข้องกับรายได้จากประกันสังคม
อย่างไรก็ตาม มาตรการลดภาษีหลายข้อจะมีผลเพียงชั่วคราว ระหว่างปี 2025 ถึง 2028 ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผู้เสียภาษีตั้งแต่ฤดูกาลยื่นแบบปี 2026 เป็นต้นไป
ทั้งนี้ ศูนย์นโยบายภาษี (Tax Policy Center) พบว่า ร่างเดิมของวุฒิสภาจะช่วยลดภาษีของครัวเรือนโดยเฉลี่ยราว 2,600 ดอลลาร์ในปี 2026 ซึ่งน้อยกว่าฉบับของสภาผู้แทนราษฎรเล็กน้อย แต่ผลประโยชน์ส่วนใหญ่ยังคงตกไปอยู่กับครอบครัวที่มีรายได้สูง
ภาษีตอบโต้หรือ ‘Revenge tax’
ฝ่ายรีพับลิกันและกระทรวงการคลังได้ตกลงกันในสัปดาห์นี้ว่าจะยกเลิกบทบัญญัติที่เรียกว่า ‘ภาษีตอบโต้’ (Section 899) ซึ่งทำให้นักลงทุนในวอลล์สตรีทโล่งใจ เพราะเดิมบทบัญญัตินี้มีเป้าหมายตอบโต้ประเทศที่เก็บภาษีอย่างไม่เป็นธรรมต่อสหรัฐฯ และอาจทำให้สหรัฐฯ กลายเป็นประเทศที่ไม่น่าดึงดูดในการลงทุน
รัฐมนตรีคลัง สก็อตต์ เบสเซนท์ ระบุว่า จะผลักดันความเข้าใจร่วมกันในกลุ่มประเทศ G7 เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของอเมริกา และเรียกร้องให้รัฐสภาถอดถอนบทบัญญัตินี้ออกจากร่างกฎหมายภาษี
สำนักงานกฎหมาย Holland & Knight ระบุในบันทึกว่า “วอลล์สตรีทและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่างแสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับ Section 899 เนื่องจากมีความซับซ้อน ขอบเขตกว้าง และภาระในการปฏิบัติตามข้อกำหนด”
เพดานการหักลดหย่อนภาษีรัฐและท้องถิ่น (SALT deduction)
ร่างของวุฒิสภายังมีข้อตกลงเบื้องต้นกับสภาผู้แทนฯ เกี่ยวกับเพดานการหักลดหย่อนภาษีรัฐและท้องถิ่น (SALT) ที่เคยถูกจำกัดไว้ที่ 10,000 ดอลลาร์ตั้งแต่ปี 2017 ซึ่งเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันอย่างหนักในกลุ่มสมาชิกพรรคเดโมแครตจากรัฐที่เก็บภาษีสูง
ร่างกฎหมายของวุฒิสภาจะเพิ่มเพดานเป็น 40,000 ดอลลาร์ตั้งแต่ปี 2025 และจะทยอยลดลงเมื่อรายได้เกิน 500,000 ดอลลาร์ โดยตัวเลขทั้งสองจะเพิ่มขึ้นปีละ 1% จนถึงปี 2029 และจะกลับไปอยู่ที่ 10,000 ดอลลาร์ในปี 2030
อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายยังเปิดช่องให้เจ้าของธุรกิจแบบ pass-through สามารถหลีกเลี่ยงเพดาน SALT ได้ต่อไป ซึ่งเป็นชัยชนะของภาคธุรกิจ ตรงข้ามกับร่างกฎหมายของสภาผู้แทนฯ ที่พยายามปิดช่องโหว่ดังกล่าว
ชเย-ชิง หวง ผู้อำนวยการศูนย์กฎหมายภาษี มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก วิจารณ์ว่า “นี่เป็นนโยบายภาษีที่ไร้เหตุผล เพราะดูเหมือนจะบรรเทาเพดานหักลดหย่อนสำหรับผู้มีรายได้สูง แต่กลับเพิกเฉยต่อช่องโหว่ที่ทำให้คนรวยที่สุดสามารถหลีกเลี่ยงข้อจำกัดนี้ได้ทั้งหมด”
เมดิเคด (Medicaid)
อีกประเด็นขัดแย้งคือข้อเสนอให้ตัดลดงบประมาณ Medicaid ซึ่งเป็นโครงการประกันสุขภาพสำหรับชาวอเมริกันที่มีรายได้น้อยและผู้พิการที่ดูแลคนกว่า 70 ล้านคน
ในช่วงท้ายสัปดาห์ วุฒิสภาได้ตัดบางส่วนของการตัดงบ Medicaid ออก แต่ยังคงเงื่อนไขสำคัญ เช่น การกำหนดให้ผู้เข้าร่วมต้องทำงานอย่างน้อย 80 ชั่วโมงต่อเดือน ซึ่งสำนักงานงบประมาณรัฐสภา (CBO) เตือนว่าอาจทำให้ประชาชนหลายล้านคนเสี่ยงสูญเสียสิทธิประกันสุขภาพ
ผลประโยชน์เฉพาะกลุ่ม (Targeted carve-outs)
การเจรจาในช่วงท้ายยังนำไปสู่ข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ต่อรัฐหรือกลุ่มอุตสาหกรรมเฉพาะ เช่น การเพิ่มวงเงินหักลดหย่อนค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการล่าวาฬจาก 10,000 ดอลลาร์ เป็น 50,000 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นชัยชนะของ ส.ว.ลิซา เมอร์คอฟสกี และ ส.ว.แดน ซัลลิแวน จากรัฐอลาสก้า
ขณะเดียวกัน กลุ่มผู้สนับสนุนพลังงานสะอาด ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า และผู้บริโภคต้องเผชิญความผิดหวังครั้งใหญ่ เมื่อร่างกฎหมายของวุฒิสภาตัดสินใจยกเลิกเครดิตภาษี 7,500 ดอลลาร์สำหรับการซื้อหรือเช่ารถยนต์ไฟฟ้า มีผลตั้งแต่วันที่ 30 กันยายนนี้ ซึ่งเร็วกว่าร่างก่อนหน้านี้
อ้างอิง : cnbc.com