โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘แค่เหงา หรือชอบเขาจริงๆ…’ ชวนสำรวจ 4 ปัจจัยที่อาจกำลังทำให้เราเลือกความสัมพันธ์กับคนที่ ‘ไม่ใช่’

Mirror Thailand

อัพเดต 07 พ.ค. 2568 เวลา 13.54 น. • เผยแพร่ 07 พ.ค. 2568 เวลา 13.54 น.
ภาพไฮไลต์

‘Are you actually into him or… ?’

คือโพสต์หนึ่งที่เราบังเอิญเลื่อนเจอในอินสตาแกรมแล้วรู้สึกสะดุดกับตั้งคำถามที่ว่า ‘คุณชอบเขาจริงๆ หรือแค่…’ ซึ่งเป็นคำถามที่มาพร้อมกับกับคำตอบสารพัดเหตุผล ไม่ว่าจะเป็น ชอบเขาจริงๆ หรือแค่เพราะฮอร์โมนทำงาน แค่เพราะเขาเป็นเพื่อนผู้ชายคนเดียว แค่เขามาทำดีด้วย แค่ติดอยู่ในจินตนาการโรแมนติก แค่เพราะช่วงนี้เห็นคนรอบข้างมีแฟน หรือไปงานแต่งบ่อย เลยเกิดอาการนอย กลัวที่จะต้องอยู่คนเดียวไปตลอดชีวิตขึ้นมาซะอย่างนั้น ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็ไม่เห็นจะเคยคิดถึงมันมาก่อน! ฯลฯ มีสารพัดเหตุผลที่อาจทำให้เราเลือกผูกตัวเองไว้กับใครอีกคนหนึ่ง ซึ่งอาจไม่เกี่ยวกับความรัก

ถึงแม้เหล่านี้จะเป็นการตั้งคำถามปลายเปิดกับข้อสันนิษฐานที่ดูกวนๆ แต่ก็ชวนให้คิดได้ไม่น้อยเลยเหมือนกันว่า จริงๆ แล้วไอ้ความสัมพันธ์ที่ใครหลายคนกำลังมีอยู่ หรือกำลังจะกระโจนเข้าไปหานั้นน่ะ มัน ‘ใช่’ สำหรับตัวเองจริงไหม และเป็นไปได้หรือเปล่าที่ปัจจัยต่างๆ รอบข้างกำลัง ‘เบลอ’ ความเป็นจริง หลอกเราให้เชื่อว่ามันคือความสัมพันธ์ที่ใช่กันนะ

เพราะไม่ใช่ทุกความสัมพันธ์ที่เราพบเจอในชีวิตประจำวันจะเเปลว่ามันเป็นความสัมพันธ์ที่มีความหมาย มีคุณค่า หรือลึกซึ้งแบบที่เราจะสามารถฝากใจไว้ได้ทั้งหมดขนาดนั้น และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อบางครั้งมันอาจเป็นแค่เราที่เอาตัวเข้าไป ‘ผูก’ ไว้กับคนอื่นๆ จนสุดท้ายพบว่าเขาคนนั้นที่เราเลือกทั้งไม่ใช่ และเราเองนี่แหละที่ต้องรู้สึกเหงายิ่งกว่าเดิม

แต่ก่อนที่เราจะโทษว่าเป็นความผิดของใคร หรือโทษว่าโลกนี้ช่างไม่มีคนที่ใช่เอาซะเลย ลองสำรวจตัวเองดูคร่าวๆ ก่อนว่า มีปัจจัยข้อไหนที่ทำให้เรามักจะเอาตัวเองไปแขวนไว้กับความสัมพันธ์อะไรก็ตามที่ผ่านเข้ามาแค่เพราะไม่อยากรู้สึกเหงาบ้าง

Family : Familiar

มองหาความคล้ายที่สบายใจ?

หลายครั้งที่ความสัมพันธ์ในปัจจุบัน หากขุดรากถอนโคนออกมาพิจารณาดูดีๆ ก็อาจพบว่ามันกำลังสะท้อนความสัมพันธ์ที่เคยได้รับจากครอบครัว การเลี้ยงดูในวัยเด็ก รวมถึงอิทธิพลของการที่เราเติบโตมา สิ่งเหล่านี้หล่อหลอมตัวเราจนกลายเป็นพลวัตที่เรียกว่า ‘Automatic Habits’ ทำให้เรารู้สึกคุ้นชิน ถึงแม้จะรู้ตัวว่าแพทเทิร์นของความสัมพันธ์ในวัยเด็กที่เจอมาจะไม่โอเค และพยายามหลีกหนีมากแค่ไหน ก็เป็นเรื่องไม่ง่ายที่เราจะไม่เดินตามแพทเทิร์นเหล่านั้นโดยอัตโนมัติไม่รู้ตัว เพราะสิ่งนั้นได้กลายเป็นโซน (ที่เราคิดว่า) ปลอดภัยไปแล้ว ไม่ว่าคอโซนนั้นจะเฮลธ์ตี้กับเราจริงๆ หรือไม่ก็ตาม เพราะเหตุนี้เอง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่มักจะพบว่าการเลือกคบใครสักคนของเรา อาจมาจากความรู้สึกว่าเขาคนนั้น ‘คล้ายคลึง’ กับสิ่งที่เคยได้รับ เคยรู้สึก หรือใกล้เคียงกับประสบการณ์นั้นๆ และสามารถทำให้เราคนในความสัมพันธ์ที่มีอะไรบางอย่างคล้ายกันกับคนที่เราเติบโตมาด้วยทั้งในด้านที่ดีและร้าย

Dependency Needed

รูโหว่ในใจต้องการถูกเติมเต็ม

การเติบโตมาโดยไม่ได้รับความรัก ไม่ได้รับการมองเห็นคุณค่าเท่าที่ควร หรือถูกทำให้เชื่อว่าความรักเป็นสิ่งที่ต้องร้องขอ ต้องพยายาม ต้องพิสูจน์ตัวเองมากมายถึงให้ได้มา ล้วนส่งผลต่อการมองหาความสัมพันธ์ในปัจจุบันได้อย่างมากเช่นกัน มันอาจสร้างความคิดที่ว่าหากได้เจอใครสักคน รูโหว่ของการขาดความรักนั้นจะสามารถถูกเติมเต็มได้ และนั่นคือความเสี่ยงที่เราจะเจอกับความสัมพันธ์แบบ Dependency หรือ Attachment Style คือการ ‘พึ่งพา’ มากเกินไป จนตัวเราเองไปผูกไว้กับคนอื่นและต้องการการยืนยันความมั่นใจจากเขาอยู่ตลอดเวลา รวมถึงอาจนำไปสู่ความต้องการผูกมัด เพื่อที่จะได้รู้สึกปลอดภัย สิ่งนี้เองที่สามารถนำมาสู่ความผิดหวัง ความรู้สึกด้อยค่า และการสูญเสียตัวตนอย่างรุนแรงได้ หากคนที่คาดหวังว่าเขาจะมาเติมเต็มรูโหว่นั้นมัน ‘ไม่ใช่’ อย่างที่ต้องการ

Lack of Self-esteem

คิดว่าได้ ‘แค่นี้’ ก็พอแล้ว

เเพทเทิร์นและอิทธิพลของการเติบโตมาโดยขาดความรักความใส่ใจในวัยเด็กยังสามารถส่งผลมาถึงความสัมพันธ์ปัจจุบันเมื่อมันอาจทำให้เรากลายเป็นคนขาดความมั่นใจ และรู้สึกว่าตัวเองไร้คุณค่าอยู่ตลอดเวลา จนต้องเลือก ‘ใครก็ได้’ สักคน เพื่อให้ได้ไปอยู่ในความสัมพันธ์ ‘อะไรก็ได้’ สักอย่าง เพียงเพราะคิดว่า ‘ได้แค่นี้ก็ดีมากแล้ว’ หรือความเชื่อว่าตัวเราไม่ได้มีคุณค่ามากพอที่จะได้รับความรัก หรือมีความสัมพันธ์ที่ดีได้มากกว่านั้น รวมถึงความคิดที่ว่าตัวเองไม่เป็นที่ต้องการ เพราะฉะนั้นก็เลือกใครสักคนที่ผ่านเข้ามา ‘ดีกว่าไม่มีใครเลย’ ดีกว่า ปัจจัยนี้แหละที่ไม่ใช่แค่ผลักให้เราเลือกคน กับเลือกความสัมพันธ์ที่ไม่ใช่ แต่ร้ายกว่านั้นมันยังสามารถทำให้เราติดอยู่ในลูปความสัมพันธ์ที่เป็นพิษและไม่เฮลธ์ตี้ได้ง่ายๆ ด้วย

Fears of Being Alone

ความเหงา และความกลัวที่จะอยู่คนเดียว

ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจัยอย่าง ‘ความเหงา’ นับว่าเป็นกับดักที่น่าจะอันตรายที่สุดในบรรดาทั้งหมด โดยเฉพาะกับคนยุคนี้ที่โดนคลื่นความเหงาเล่นงาน ข้อนี้เองที่นักจิตบำบัดบอกว่าให้พึงระวัง เพราะมนุษย์มักจะพยายามวิ่งหาความสัมพันธ์แบบพึ่งพารูปแบบหนึ่ง ไปสู่ความสัมพันธ์แบบพึ่งพาในอีกรูปแบบหนึ่งอยู่เสมอตลอดชีวิตโดยไม่รู้ตัว ในทางกลับกันคนที่โตมากับครอบครัวอบอุ่นมากๆ ก็มีข้อเสียตรงที่อาจต้องการ ‘ได้รับ’ ความรู้สึกอบอุ่นแบบนั้นอยู่เรื่อยๆ จนพยายามมองหารูปแบบความสัมพันธ์ที่ช่วยยืนยันความมั่นใจหรือผูกมัดไม่น้อยไปกว่าคนที่โตมาแบบขาดความรักเลย อย่างเช่นการพยายามมองหาชีวิตคู่ การแต่งงาน ครอบครัวที่มั่นคงเพอร์เฟ็กต์ เป็นต้น เพราะไม่อยากที่จะรู้สึกโดดเดี่ยว หรือต้องเผชิญหน้ากับเหงา

ซึ่งหากข้อสันนิษฐานนี้ถูกต้อง ก็อาจเป็นไปได้ว่าความกลัวที่จะรู้สึกเหงาและโดดเดี่ยวนี้เองที่นอกจากจะเป็นตัวเร่งให้เราเลือกใครก็ได้ อยู่ในความสัมพันธ์แบบไหนก็ได้แล้ว มันยังอาจทำให้เราพยายามที่จะ ‘Available’ เพื่อคนอื่นมากเกินไปโดยไม่สนใจความต้องการลึกๆ ที่แท้จริงของตัวเอง รวมถึงลดทอนอำนาจในการ ‘เลือก’ สิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง และเมื่อเข้าไปอยู่ในความสัมพันธ์ใดๆ แล้ว ก็ย่อมเสี่ยงที่จะรับบท ‘The Giver’ หรือเป็น ‘ผู้ให้’ มากเกินไป โดยที่ขาด Self-love หลงลืมคุณค่าในตัวเอง ลดตัวเองให้เล็กลงเพื่อให้ได้เข้าไปอยู่ในโลกของใครสักคน แล้วเอาแต่มุ่งมั่นทำตามความต้องการของคนอื่น จนวันหนึ่งอาจพบว่าเรากลายเป็นคนแปลกหน้าของตัวเองไปในที่สุด

อ้างอิง

https://therapydave.com/gottman/why-do-i-keep-choosing-the-wrong-person/

https://www.instagram.com/p/DGjMlYwPGC7/?img_index=1

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...