โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

I a Pixel, We the People ฟุตเทจหนังสั้น กองผ้าของจุฬญาณนนท์ที่เปรียบมนุษย์คือ ‘พิกเซล’ ในสังคม

ONCE

เผยแพร่ 08 พ.ค. 2568 เวลา 05.04 น.

จุฬญาณนนท์ ศิริผล กับงานล่าสุด “I a Pixel, We the People” ชวนย้อนมองว่าเราคือจุดเล็กๆ ของสังคม แค่เกิดการเปลี่ยนเพียงแค่จุดเดียว ก็ทำให้เกิดผลกระทบเป็นวงกว้างได้เหมือนกัน

เชื่อไหมว่าตัวเราที่จับต้องทางกายภาพได้ ขณะเดียวกันเราเองก็มีสถานภาพเป็นข้อมูลดิจิตัลโดยไม่รู้ตัว ถ้านึกไม่ออกอยากให้ลองมาเดินดู “I a Pixel, We the People” งานที่ทำให้ได้ย้อนมองว่าเราคือจุดเล็กๆ ของสังคมที่ถ้าแค่เกิดการเปลี่ยนเพียงแค่จุดเดียว ก็ทำให้เกิดผลกระทบเป็นวงกว้างได้เหมือนกัน

สิ่งที่ดึงดูดเมื่อย่างก้าวเข้าไปดูงานนี้คือ “ไฟงานวัด” ที่เป็นตัวรีเซ็ตความรู้สึกเพื่อพาเราเข้าสู่โลกดิสโทเปีย และ “หอยสีทอง” กระจายตัวอยู่ทั่วนิทรรศการที่ถ้าใครไม่เคยดูงานของ ‘เข้-จุฬญาณนนท์ ศิริผล’ คงแอบสงสัยว่า ทำไมในงานนี้ต้องมีหอยสีทองอยู่เต็มไปหมด เราเลยอยากหยิบแนวคิดจากบทสนทนาที่ ONCE ได้ยืนคุยกับเข้มาเล่าให้ฟัง

หอยสีทองที่เกิดขึ้นใน I a Pixel, We the People คือตัวแทนของเข้ที่อยากบอกเล่าว่า ชีวิตเข้ที่ต้องแบกภาระอะไรบางอย่างอยู่บนตัวตลอดเวลา นอกจากจะแบกรับตัวตนของตัวเอง แบกรับเรื่องราวในครอบครัว และยังต้องแบกรับสถานการณ์ทางการเมืองด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจไม่ได้เกิดขึ้นแค่เฉพาะกับเข้ เพราะทุกชีวิตย่อมต้องต่อสู้และแบกรับภาระอยู่บนหลังตลอดเวลาเช่นเดียวกันกับหอยสีทองตัวนี้

แล้วทำไมต้องเป็นหอยสีทองด้วย เป็นเต่าไม่ได้เหรอ เพราะเต่าก็ต้องแบกกระดองเหมือนกัน ?

ต้องบอกว่าก่อนหน้านี้เข้มีผลงาน ‘Birth of Golden Snail’ หรือ ‘กำเนิดหอยทากทอง’ หนังสั้นแฟนตาซีที่เล่าเรื่องราวของเด็กผู้ชายที่ออกจากหอย (คล้ายกับสังข์ทอง) แล้วต้องแบกรับภาระต่างๆ ของชีวิต ซึ่งคาแรกเตอร์หอยของเข้ได้รับอิทธิพลจากเรื่องราวในยุคอาณานิคมญี่ปุ่น ที่ถ้าย้อนมองไปในช่วงสงครามโลก เสบียงอาหารของญี่ปุ่นคือหอย ‘Giant African snail’ ซึ่งเป็นต้นตอหนึ่งที่ทำให้มีหอยชนิดนี้ขยายพันธุ์อยู่ทั่วภูมิภาคเอเชีย หอยทากยักษ์จึงเป็นเศษซากหนึ่งจากสงครามโลกที่หลงเหลืออยู่ในประเทศไทย แต่ทำไมต้องเป็นหอยสีทองด้วย? เข้แทนสีทองเพื่อสื่อถึงอิทธิพลญี่ปุ่นในยุคนั้น โดยเชื่อมกับประวัติศาสตร์ท้องถิ่นไทยที่ว่ากันว่า ทหารญี่ปุ่นมักมาซ่อนทองไว้ในถ้ำเขาขนาบน้ำ จังหวัดกระบี่ ทองจึงเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่หลงเหลือจากอาณานิคมญี่ปุ่นในประเทศไทยนั่นเอง

ศิลปะจัดวางที่เกิดขึ้นใน I a Pixel, We the People ถ้ำขนาบน้ำ จ.กระบี่จึงถูกแทนด้วยภูเขากองผ้าที่กระจายอยู่ทั่วห้องจัดแสดงงาน พร้อมกับหอยทากสีทองที่ไต่อยู่บนกองผ้าทุกกองซึ่งสื่อสารถึงการแบกรักภาระบางอย่างทั้งตนเอง ครอบครัว และสังคมนี้

การทับถมของกองผ้าที่ก่อตัวเป็นเขา ยังมีลักษณะเหมือนบังเกอร์ มีความเป็นหินงอกหินย้อย แต่ภายใต้การเปรียบเปรยถึงสิ่งเหล่านี้ เข้ก็อยากจะสื่อสารว่านี่คือพื้นที่อื่นที่พาเราหวนกลับไปมองการเคลื่อนไหวของสังคมโลก ที่ข้าวของซึ่งกระจัดกระจายอยู่ในกองผ้าเหล่านี้ คือตัวแทนของข้อมูลขนาดใหญ่ที่กระจัดกระจายอยู่เต็มไปหมด และเป็นข้อมูลที่เราจับต้องได้เหมือนกับของในบ้านของเข้ที่ถูกจัดแสดงในงาน รวมถึงเป็นข้อมูลที่จับต้องไม่ได้เหมือนกับฟุตเทจความยาว 24 ชั่วโมงของเข้ที่ถูกเปิดในงานนี้ด้วย

“ปัจจุบันทุกอย่างถูกเปลี่ยนจากสิ่งที่จับต้องได้ กลายเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้ ทุกอย่างกลายเป็นข้อมูล อย่างบางครั้งที่เราใช้งานแอปพลิเคชันบางอย่าง เราก็ต้องอนุญาตให้แอปเข้าถึงข้อมูลของเราได้ เราเลยมองว่า นี่คือการที่มนุษย์เราเปลี่ยนจาก physical body ไปเป็น Digital Body เนื้อหาหลักของงานนี้จึงเป็นคำว่า Pixel ที่เปรียบเสมือนเราแต่ละคนก็คือหนึ่งพิกเซลที่จะต้องเปลี่ยนตัวเอง หรือเปลี่ยนพฤติกรรมให้เป็นข้อมูล และเมื่อรวมเข้าด้วยกันเยอะๆ ก็จะกลายเป็น Big Data ที่เราเข้าใจพฤติกรรมของคนจำนวนมากได้ หรือคาดเดาพฤติกรรมของสังคมว่ามันจะเดินทางไปสู่ทิศทางไหน” - เข้ จุฬญาณนนท์ ศิริผล

งาน I a Pixel, We the People จึงไม่ได้สะท้อนถึงแค่แรงกระเพื่อมจากเสียงเล็กๆ ที่มีต่อการเมือง แต่ยังพูดถึงการเปลี่ยนแปลงของมนุษย์ที่กลืนเข้ากับยุคดิจิตัลแทบจะสมบูรณ์โดยหลีกเลี่ยงไม่ได้

นอกจากเหล่ากองผ้า I a Pixel, We the People ยังนำเสนองานวิดีโอทั้งหมด 24 ตอน ที่สร้างจากฟุตเทจซึ่งเข้เก็บรักษาไว้มาตั้งแต่ปี 2547 ซึ่งถูกนำมาร้อยเรียงให้เป็นเรื่องราวใหม่ที่นำเสนอทั้งเรื่องของเข้เอง เรื่องของชีวิต เรื่องราวทางสังคม รวมไปถึงการเคลื่อนไหวทางการเมือง แนะนำว่าหากอยากดูให้จบเรื่อง ต้องมาดูให้ครบทั้ง 6 สัปดาห์ เพราะในแต่ละสัปดาห์จะฉายวิดีโอชุด 1 ซีซัน แบ่งเป็นซีนซันละ 4 ตอน ฉะนั้นถ้าหากอยากดูให้ครบ 24 ตอนจบ อย่าลืมมาเก็บให้ครบทั้งหมด 6 ซีซันกันนะ

เข้าชมได้ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 26 เมษายน - วันเสาร์ที่ 21 มิถุนายน 2568 เวลา 13:00–18:00 (ปิดวันอาทิตย์ถึงวันอังคารและวันหยุดนักขัตฤกษ์)
BANGKOK CITYCITY GALLERY (ซอยสาทร 1 – สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินลุมพินี ทางออก 2 – ลานจอดรถ 123 ปาร์กกิ้ง)

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...