โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

จับตา 'กัมพูชา' เรียกกลับ แรงงาน 5 แสนคน 'หอการค้า' ชี้กระทบก่อสร้าง-ล้งผลไม้

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 14 มิ.ย. 2568 เวลา 14.42 น. • เผยแพร่ 14 มิ.ย. 2568 เวลา 21.00 น.

สถานการณ์ความตึงเครียดชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งเป็นผลมาจากการปะทะระหว่างทหารไทย-กัมพูชา บริเวณ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ตั้งแต่วันที่ 28 พ.ค.2568 กลายเป็นข้อพิพาทชายแดนระหว่างไทยและกัมพูชาที่มีผลต่อเนื่องถึงปัจจุบัน

ทั้งนี้ ฝ่ายกัมพูชาเสนอให้นำข้อพิพาทเรื่องชายแดนระหว่างไทยและกัมพูชา ขึ้นสู่การพิจารณาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (International Court of Justice - ICJ) หรือศาลโลก

ขณะที่ไทยต้องไม่ต้องการไปศาลโลกแต่ต้องการใช้กลไกคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมระหว่างกัมพูชา-ไทย (JBC) ในการแก้ปัญหา ซึ่งการประชุม JBC วันที่ 14 มิ.ย.2568 ที่ยังไม่ได้ข้อสรุปและประชุมต่อวันที่ 15 มิ.ย.2568 โดยนายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ออกมาระบุว่าทั้ง 2 ฝ่ายเดินหน้าปรับความคิดเข้าหากัน และฝ่ายไทยหวังว่าการหารือครั้งนี้จะลดความตึงเครียดของสถานการณ์

สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ได้โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียช่วงบ่ายวันที่ 14 มิ.ย.2568 เรียกร้องให้แรงงานชาวกัมพูชาเดินทางกลับประเทศก่อนที่ทางการไทยจะขับไล่พวกออกไป และระบุว่าใครก็ตามที่เป็นชาวกัมพูชา ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีเอกสาร รัฐบาลจะยอมรับให้เดินทางกลับได้

กระทรวงแรงงานรายงานว่าปัจจุบันมีแรงงานกัมพูชาทำงานในประเทศไทยประมาณ 5 แสนคน แบ่งได้ 4 กลุ่ม ดังนี้

  • แรงงานตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 24 ก.ย.2567 และมติ ครม.วันที่ 4 ก.พ.2568 เป็นแรงงานกัมพูชาที่ได้รับใบอนุญาตแล้ว 40,942 คน และอยู่ระหว่างดำเนินการ 154,607 คน

  • แรงงานที่ได้รับอนุญาตตามมติ ครม.วันที่ 24 ก.ย.2567 (จดทะเบียนไม่ถูกต้อง) มีจำนวนแรงงานกัมพูชากลุ่มนี้ 110,771 คน

  • แรงงานที่ได้รับอนุญาตทำงานแบบไป-กลับ หรือตามฤดูกาล มีจำนวนแรงงานกัมพูชากลุ่มนี้ 184,810 คน

  • แรงงานที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาทำงานตาม MoU มีแรงงานกัมพูชากลุ่มนี้ 184,810 คน

แหล่งข่าวจากสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างไทย-กัมพูชา ทางภาคเอกชนต้องการให้มีการเจรจาระหว่าง 2 ประเทศให้ได้ข้อสรุปโดยเร็ว เพราะไม่เป็นผลดีต่อทั้งสองประเทศ เพราะต่างพึ่งพาอาศัยกันทั้งการค้าและการลงทุนร่วมกัน

ส่วนปัญหาแรงงานที่จะมีการเรียกกลับประเทศกัมพูชานั้น อาจจะส่งผลกระทบในส่วนของภาคก่อสร้างที่มีการใช้แรงงานกัมพูชาค่อนข้างมาก แต่สามารถทดแทนได้ด้วยแรงงานจากชาติอื่นได้

ในขณะที่แรงงานที่ต้องเดินทางกลับประเทศก็จะได้รับผลกระทบจากรายได้ และเห็นว่าการประกาศยกระดับมาตรการตอบโต้ระหว่างกันอาจทำให้เวทีเจรจา JBC ล่มหรืออาจไม่บรรลุผล

สำหรับประเด็นที่มีกระแสแบนสินค้าไทยนั้น ขณะนี้ยังไม่กระทบโดยเชื่อว่าจะมีตัดสินจากคุณภาพ แต่หากกัมพูชามีการแบนก็อาจจะไปนำเข้าสินค้าจากจีนหรือเวียดนามเพิ่มขึ้น

นายอุกฤษฏ์ วงษ์ทองสาลี ประธานหอการค้าจังหวัดจันทบุรี กล่าวกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันแรงงานกัมพูชามีบทบาทในภาคเกษตรของจันทบุรี โดยมีแรงงานกัมพูชาที่เข้ามาทำงานทั้งการเก็บผลไม้ คัดกรอง การบรรจุกล่อง เป็นต้น ซึ่งมีจำนวนแรงงานคิดเป็นสัดส่วนกว่า 80 %ของแรงงานภาคการเกษตร

"การปิดด่านไม่กระทบเฉพาะแค่มูลค่าเศรษฐกิจ แต่อาจจะกระทบต่อแรงงานกัมพูชาที่เข้ามาทำงานในล้งผลไม้จันทบุรี"

ขณะที่การเปิด-ปิดด่าน บ้านแหลม ตำบลเทพนิมิต อำเภอโป่งน้ำร้อน และจุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด ตำบลคลองใหญ่ อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดจันทบุรี ว่า ทั้ง 2 ด่านมีความสำคัญด้านการค้าขาย เป็นการชั่วคราวประเมินว่า ถ้าเปิดด่าน 1 สัปดาห์หรือเป็นเดือนจะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจเป็นมูลค่ากว่าพันล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...