โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

3 สส.ปชน. ยื่นสรรพากรสอบภาษี ‘ทวีวัฒน์’ ข้องใจพบเงิน 12 ล้าน ใกล้ประมูลคลื่น

Khaosod

อัพเดต 09 มิ.ย. 2568 เวลา 05.55 น. • เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2568 เวลา 05.02 น.
3 สส.ปชน. ยื่นสรรพากรสอบภาษี ‘ทวีวัฒน์’ ข้องใจพบเงิน 12 ล้าน ใกล้ประมูลคลื่น

3 สส.ปชน. ยื่นสรรพากรตรวจสอบภาษี ‘ทวีวัฒน์’ หลังอ้างเป็นเจ้าของเงิน 12 ล้านบาท แต่ยื่นรายได้เพียงปีละ 1 ล้านบาท ตั้งข้อสังเกตทำไมเงินสด 12 ล้าน มาพบช่วงใกล้ประมูลคลื่น กสทช.

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 มิ.ย.2568 ที่กรมสรรพากรน.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กทม. น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการ และน.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) เข้ายื่นหนังสือต่อกรมสรรพากร เรียกร้องให้พิจารณาตรวจสอบที่มาของรายได้และเส้นทางการเงินจำนวน 12 ล้านบาท ของ นายทวีวัฒน์ เส้งแก้ว

ก่อนการเข้ายื่น น.ส.รักชนก เปิดเผยว่า วันนี้ตนและพวก มายื่นหนังสือให้กับกรมสรรพากรตรวจสอบภาษีของนายทวีวัฒน์ ที่เป็นที่ปรึกษา กสทช. และนั่งอยู่ในอนุกรรมการ โดยยื่นรายได้ให้กรมสรรพากรปีละ 1 ล้านบาท แต่มีการกล่าวอ้างว่าตัวเองเป็นเจ้าของเงิน 12 ล้านตามที่ปรากฏในข่าว

ขณะนี้ตำรวจยังไม่ได้ชี้ชัดว่าเงินเป็นของใคร จึงเกิดความสงสัยว่าเงิน 12 ล้าน มีการแสดงรายได้ให้กับกรมสรรพากรหรือไม่ จึงอยากให้ทางกรมสรรพากรเข้ามาตรวจสอบ เนื่องจากมีอำนาจและหน้าที่ในการตรวจสอบประชาชนเกี่ยวกับเรื่องภาษีรายได้ ส่วนที่ขาดอายุความหรือไม่ ตรงนี้จะต้องให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ตอบ

น.ส.รักชนก กล่าวว่า สังคมเห็นแล้วว่ามีประเด็นเงิน 12 ล้านบาท คิดว่าหลายคนตั้งคำถาม แต่หลายคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องขำขันที่เขากล้าออกมาพูดว่าแค่ลืมเอาไว้ หรืออ้างท่อน้ำแตก ซึ่งคนประเทศนี้ก็ไม่ได้กินหญ้าทุกคนทานข้าว ตนคิดว่าทุกคนมีวิจารญาณมากพอที่จะคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้ ดังนั้น ตนจึงไม่อยากให้ปล่อยผ่านและคิดว่าเป็นเรื่องตลกขำขันกันไป อยากให้มีการตรวจสอบ

เข้าใจว่า ป.ป.ช.มีการดำเนินการแล้ว แต่พวกเราก็จะส่งหนังสือเพื่อขอย้ำอีกครั้งว่าเรา 3 คนจะติดตามเรื่องนี้อย่างกัดไม่ปล่อยแน่นอน วันนี้เรามายื่นที่กรมสรรพากรเพราะเข้าใจว่าเงินจำนวนนี้ไม่ได้ถูกยื่นบัญชีทรัพย์สินในส่วนของภรรยานายทวีวัฒน์ และนายทวีวัฒน์ยื่นรายได้ต่อสรรพากรปีละแค่ 1 ล้านบาทเท่านั้น

ดังนั้นเงิน 12 ล้านบาทนี้จึงเป็นประเด็นใหญ่ เส้นทางการเงินมาอย่างไร ใครให้มา ได้มาจากอาชีพทนายจริงหรือไม่ หรือว่าได้มาจากผลประโยชน์อื่นใด ตนคิดว่าสรรพากรต้องเข้ามามีบทบาทในการตรวจสอบเรื่อง

เรา 3 คนมายื่นกรมสรรพากรก็อยากให้เข้ามาดูเงินตรงนี้ด้วย และอาจจะมีไปยื่นที่ กสทช. แต่บอกตรงๆ ว่าไม่ได้คาดหวังว่ากสทช.จะดำเนินการอะไร ถ้ากสทช.จะเฉยเมยกับเรื่องนี้ ทั้งที่คนๆ นี้เป็นพนักงานของ กสทช. ดิฉันก็คิดว่ามันอาจจะหน้าด้านไปสักนิดหนึ่ง เราอาจจะต้องไปยื่นหนังสือเพื่อเป็นการกระทุ้งให้ กสทช. เพื่อให้ตัวประธานบอรด์กสทช. และพนักงานต้องทำอะไรสักอย่างหนึ่ง

“ต้องบอกว่าเคสนี้เงิน 12 ล้านบาท มันพอๆ กับตึก สตง. ถล่มเลย มันคือเคสที่ฝีแตกแล้ว มันคือเคสที่สะท้อนภาพรวมของความเละเทะใน กสทช.” น.ส.รักชนก กล่าว

3 สส.ปชน. ยื่นสรรพากรสอบภาษี ‘ทวีวัฒน์’ ข้องใจพบเงิน 12 ล้าน ใกล้ประมูลคลื่น

3 สส.ปชน. ยื่นสรรพากรสอบภาษี ‘ทวีวัฒน์’ ข้องใจพบเงิน 12 ล้าน ใกล้ประมูลคลื่น

น.ส.รักชนก กล่าวว่า ถ้าทุกคนเห็นก่อนหน้านี้ ตั้งแต่การควบรวม ตั้งแต่คุณสมบัติของประธาน ที่ชัดจนไม่รู้จะชัดอย่างไรว่าขาดคุณสมบัติ ไม่สามารถนั่งเป็นประธานได้แล้วแม้แต่วันเดียว ซึ่งตนงงมากว่าไม่มีใครทำอะไร เราปล่อยให้เกิดเรื่องนี้ขึ้นมาได้อย่างไร หรือแม้แต่เรื่องรักษาการเลขาธิการ กสทช. ที่สุดท้ายเป็นการเอื้อประโยชน์เกาหลังกันเอง แต่ตั้งตำแหน่งกันเองหรือไม่ นี่คือฝีก้อนแรกที่แตกออกมา แล้วตนคิดว่าพวกเรา 3 คนจะมาจี้ให้หนองมันทะลักออกมา และจะขุดคุ้ยเรื่องนี้ต่อแน่นอน

“สุดท้ายขอฝากว่า คุณทวีวัฒน์ ถ้าเมื่อไรก็ตามที่คุณจนมุมแล้ว ดิฉันก็ขอแนะนำว่าถ้าจะลงนรกอย่าลงคนเดียว ก็ลากคอคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดใน กสทช.ลงไปกับท่านด้วย ถ้าถึงวันที่ท่านไม่ไหวแล้วจริงๆ ดิฉันก็ขอแนะนำนี่อาจจะเป็นทางออกที่ดีในการทำให้สังคมช่วยกันปัดกวาดเช็ดถูที่ทางใน กสทช. จะได้สูงขึ้นบ้าง” น.ส.รักชนกกล่าว

ด้านน.ส.ภคมน บอกว่า ตนยังตั้งข้อสงสัยถึงจำนวนเงิน 12 ล้านบาทนี้ ว่ามีความสัมพันธ์กับกรณีที่นายทวีวัฒน์ นั่งเป็นที่ปรึกษา และมีรายได้ถึงขนาดนี้แต่กลับไม่ชี้แจงในเรื่องของภาษี ซึ่งอาจจะเป็นจุดเล็กๆที่ทำให้เกิดการคอรัปชั่นภายในกสทช.หรือไม่

ส่วนกรณีที่ภรรยาดำรงตำแหน่งเป็น ผอ. ในสำนักงานป.ป.ช. จากการตรวจสอบพบว่า ตำแหน่งดังกล่าวจะต้องมีการชี้แจงแสดงทรัพย์สินอย่างแน่นอน ซึ่งเรื่องนี้ทางตนจะไปยื่น ป.ป.ช.ด้วยเช่นกัน เนื่องจากสามีภรรยา สถานะต้องเป็นคนเดียวกันในการแสดงทรัพย์สิน

ในส่วนที่มองว่ากรมสรรพากรอาจไม่มีอำนาจเนื่องจากหลักฐานยังไม่ชัดเจน ทำให้ยังไม่สามารถตรวจสอบได้ จึงมองว่าหลักฐานขนาดนี้ เพียงพอที่จะร่วมกับหน่วยงานอื่นเข้ามาตรวจสอบได้แล้ว หากยังไม่สามารถตรวจสอบได้ ก็เกรงว่าจะทำให้คนที่กระทำความผิดโดยไม่เสียภาษีได้รับผลประโยชน์โดยไม่ต้องถูกลงโทษ

ทั้งนี้ อยากให้ทางธนาคารกสิกรไทย เข้ามาร่วมตรวจสอบ เนื่องจากมีตัวเลขบนธนบัตรเรียงกัน ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ว่าเงินออกมาล็อตไหน อย่างไรก็ตามการตั้งข้อสังเกตนี้ถึงความไม่โปร่งใส กรณีเรื่องเงิน 12 ล้านบาท เนื่องจากใกล้ช่วงเวลากทสช. ประมูลคลื่นความถี่ ที่นายทวีวัฒน์เป็นข้าราชการรับเงินเดือนประจำ และมีสิทธิพิเศษทุกอย่างโดยใช้ภาษีประชาชน

ขณะที่น.ส.พนิดา กล่าวว่า เราได้มีการตั้งคำถามไปตั้งแต่ที่มีการพบกล่องใส่เงินสด เรื่องบทบาทของผู้ที่มีความเกี่ยวข้อง ซึ่งทำหน้าที่ปฏิบัติงานในอนุกรรมการ ที่มีอำนาจในการตัดสินใจ หรือเข้าถึงการตัดสินใจเรื่องสำคัญๆ ที่จะกระทบต่อมูลค่าทางเศรษฐกิจ ตลอดจนการที่เราตั้งคำถามถึงโอกาสและความเป็นไปได้ว่า กล่องเงินนี้ จะมีความเกี่ยวข้องอะไรกับการประมูลคลื่น ของวันที่ 29 มิ.ย.นี้หรือไม่ และหน้าที่ของ กสทช.เอง ก็ต้องพิสูจน์ความโปร่งใสให้เกิดขึ้น

นอกจากเรื่องนี้ เรายังมีคำถามถึงราคาตั้งต้นในการประมูลคลื่น ทั้ง 4 ย่านหลัก แต่กลับมีผู้เข้าร่วมประมูล เพียงสองเจ้าใหญ่เท่านั้น จึงอาจคาดการณ์ได้ว่า การประมูลจะจบที่ราคาตั้งต้นนี้ ยิ่งมาดูที่ตัวเลขแล้ว ก็ยังต่ำกว่าราคาที่ควรจะเป็น ขอตั้งคำถามว่า ราคานี้ชอบธรรมหรือไม่ มีที่มาอย่างไร หากไม่มีการแข่งขันจริง อะไรจะเป็นหลักประกันให้กับประชาชนว่า จะสามารถได้รับบริการทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่มั่นคง และเป็นธรรม ตามบทบาทหน้าที่ของ กสทช.ผู้ทำการจัดสรร

เมื่อถามถึงเบาะแส หรือการทุจริต ภายใน กสทช. น.ส.ภคมน กล่าวว่า อยากให้ทุกคนติดตามอนุกรรมการที่ 4 และ 5 ซึ่งเกี่ยวข้องกับกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) หรือกองทุนยูโซ่ (USO) ที่มีบริหารเงินปีละ 5,000 ล้านบาท และล่าสุดตนได้รับหลักฐานว่า อาจมีความเกี่ยวข้องกันในการฮั้วประมูล ตกลงกันในการให้ทุนของกองทุนนี้

อย่างไรก็ดี เมื่อมีการรวบรวมหลักฐานเสร็จสิ้นแล้ว จะมีการเปิดเผยต่อไป ย้ำว่า กองทุนนี้เป็นกองทุนที่ลึกลับมาก เป็นกระเป๋าเงินสำคัญของ กสทช.ที่ไม่จำเป็นต้องตรวจสอบอะไร และความน่าตลกคือ ประธานของกองทุนนี้ คือประธาน กสทช. ซึ่งคงไม่ต้องคาดหวังเรื่องการตรวจสอบเลย นอกจากนั้น กองทุนนี้ยังเป็นกองทุนที่ตั้งขึ้นมาเพื่อหลีกเลี่ยงการประมูล เลือกจ้างได้แบบเฉพาะเจาะจง โดยวิธีการให้ทุนไปผลิต

โดยมี นางลัดดา เอกอัจฉริยา นักวิชาการสรรพากรชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทนเลขานุการกรมสรรพากร เป็นผู้รับหนังสือดังกล่าว และจะนำไปตรวจสอบและคาดว่าจะทราบรายละเอียดภายใน 60 วัน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 3 สส.ปชน. ยื่นสรรพากรสอบภาษี ‘ทวีวัฒน์’ ข้องใจพบเงิน 12 ล้าน ใกล้ประมูลคลื่น

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...