โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทรัมป์เปิดศึกต่อ!สั่งขึ้นภาษีสินค้าอียู-เม็กซิโก30% ยุโรปโวยไม่เป็นธรรม-แต่เสียงแตกเรื่องการตอบโต้

Manager Online

เผยแพร่ 13 ก.ค. 2568 เวลา 17.14 น. • MGR Online

ทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีศุลกากรอียูและเม็กซิโก 30% มีผลต้นเดือนหน้า ขณะที่คู่ค้าระดับใหญ่ที่สุดของอเมริกาทั้งสองรายนี้ต่างค้านว่า ไม่เป็นธรรมแต่พร้อมเจรจาต่อ ด้านนักวิชาการในยุโรปเห็นด้วยว่า จดหมายของทรัมป์เพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้อียูต้องตอบโต้แบบเดียวกับที่อเมริกากับจีนตอบโต้กันและทำให้ตลาดการเงินทั่วโลกปั่นป่วนก่อนหน้านี้

ในจดหมายที่ส่งถึงประธานาธิบดี เกลาเดีย เชย์นเบาม์ เมื่อวันเสาร์ (12 ก.ค.) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยอมรับว่า เม็กซิโกให้การสนับสนุนการปราบปรามการลักลอบขนเฟนทานิลและผู้อพยพเข้าสู่อเมริกา แต่ยังพยายามไม่มากพอในการป้องกันอเมริกาเหนือจากการเป็น “ดินแดนแห่งการลักลอบขนยาเสพติด”

ส่วนในจดหมายที่ส่งถึงสหภาพยุโรป (อียู) นั้น ทรัมป์ระบุว่า การขาดดุลการค้าของอเมริกาที่เกิดจากนโยบายด้านภาษีศุลกากรและนโยบายอื่นๆ รวมถึงอุปสรรคการค้าของอียูเป็นภัยคุกคามความมั่นคงแห่งชาติของอเมริกา

ทรัมป์แจงว่า อัตราภาษีใหม่นี้ไม่เกี่ยวข้องกับภาษีศุลกากรเฉพาะอุตสาหกรรม ซึ่งหมายถึงภาษีเหล็กกล้าและอะลูมิเนียม 50% และภาษีรถยนต์ 25% ที่ประกาศก่อนหน้านี้

การประกาศนี้มีขึ้นท่ามกลางการขู่รีดภาษีแบบลักปิดลักเปิดของทรัมป์ เช่น เดือนเมษายนเขาประกาศขึ้นภาษีศุลกากรหลายสิบประเทศ ก่อนกลับลำระงับไว้ 90 วันเพื่อเปิดโอกาสในการเจรจาต่อรอง และเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาผ่อนผันเมื่อวันที่ 9 ที่ผ่านมา ทรัมป์ส่งจดหมายแจ้งอัตราภาษีใหม่ถึง 23 ประเทศ แต่ขยายเส้นตายอีกครั้งเป็นวันที่ 1 ส.ค.

ท่าทีอียู-เม็กซิโก

อัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานของคณะกรรมาธิการยุโรป ซึ่งเป็นองค์กรบริหารของสหภาพยุโรป แถลงว่า ภาษี 30% จะทำให้ห่วงโซ่อุปทานระหว่างยุโรปกับอเมริกาหยุดชะงักอย่างรุนแรง สร้างความเสียหายต่อภาคธุรกิจ ผู้บริโภค และผู้ป่วยของทั้งสองฝ่าย และย้ำว่า อียูมุ่งมั่นในการเป็นหุ้นส่วนที่สร้างสรรค์ มีเสถียรภาพ และแก้ปัญหาผ่านการเจรจากับอเมริกา แต่ก็พร้อมดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง ซึ่งรวมถึงมาตรการตอบโต้ที่สมน้ำสมเนื้อ

กระนั้น ฟอน แดร์ ไลเอินเสริมว่า อียูยังคงมุ่งมั่นเจรจากับอเมริกาต่อและบรรลุข้อตกลงก่อนวันที่ 1 ส.ค.

ทั้งนี้ รัฐมนตรีพาณิชย์ชาติสมาชิกอียูมีกำหนดประชุมในวันจันทร์เพื่อหารือเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางการค้ากับอเมริกาและจีน

ภายในอียูเองมีความเห็นไม่ลงรอยเกี่ยวกับแนวทางการรับมือนโยบายการค้าของทรัมป์ โดยมหาอำนาจเยอรมนีเรียกร้องให้เร่งบรรลุข้อตกลงเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมของตนเอง ขณะที่สมาชิกอื่นๆ เช่น ฝรั่งเศส ยืนกรานว่า ทีมเจรจาของอียูต้องไม่ยอมจำนนและทำข้อตกลงฝ่ายเดียวตามเงื่อนไขของอเมริกา

บรันด์ แลงเก ประธานคณะกรรมาธิการการค้าของรัฐสภายุโรป ชี้ว่า บรัสเซลส์อาจออกมาตรการตอบโต้อย่างเร็วที่สุดในวันจันทร์ และว่า ภาษีใหม่ของทรัมป์เป็นการตบหน้าสำหรับการเจรจา และไม่ใช่วิธีที่เหมาะสมในการดำเนินการกับคู่ค้าสำคัญอย่างอียู

ขณะที่จาค็อบ ฟังก์ เคอร์คิการ์ด นักวิชาการอาวุโสของบรูเกล ซึ่งเป็นกลุ่มคลังสมองในบรัสเซลส์ เห็นด้วยว่า จดหมายของทรัมป์เพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้อียูต้องตอบโต้แบบเดียวกับที่อเมริกากับจีนตอบโต้กันและทำให้ตลาดการเงินทั่วโลกปั่นป่วนก่อนหน้านี้

ในจดหมายที่ส่งถึงอียู ทรัมป์ยังต้องการให้บรัสเซลส์เปิดโอกาสให้สินค้าอเมริกันเข้าถึงตลาดโดยไม่เสียภาษีศุลกากร โดยอ้างว่า เพื่อลดการเกินดุลการค้าที่อียูมีต่ออเมริกา พร้อมเตือนว่า วอชิงตันจะขึ้นภาษีอีก หากอียูขึ้นภาษีตอบโต้

ทางด้านรัฐบาลเม็กซิโกเผยว่า ได้รับแจ้งระหว่างการเจรจาระดับสูงกับเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เมื่อวันศุกร์ (11) ว่า ทรัมป์กำลังจะส่งจดหมายแจ้งอัตราภาษีใหม่ ซึ่งทีมเจรจาได้คัดค้านการตัดสินใจที่ไม่เป็นธรรมดังกล่าวในที่ประชุม

อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีเชย์นเบาม์ที่พยายามไม่วิจารณ์ทรัมป์โดยตรงในช่วงแรกที่เข้ารับตำแหน่ง แสดงความเชื่อมั่นว่า จะสามารถบรรลุข้อตกลงที่ดีขึ้นกับอเมริกา

ผู้นำเม็กซิโกย้ำว่า การแก้ปัญหาต้องใช้สติ และสำทับว่า ทรัมป์กำลังใช้ภาษีศุลกากรตอบโต้ทำลายกฎกติกาการค้าโลกที่ใช้กันมานับสิบปี ซึ่งกำหนดว่า ประเทศต่างๆ สามารถกำหนดอัตราภาษีศุลกากรของตนเองภายใต้แนวทาง “ประเทศที่ได้รับความอนุเคราะห์ยิ่ง” ได้ แต่ไม่สามารถเรียกเก็บภาษีประเทศหนึ่งสูงกว่าที่เรียกเก็บจากประเทศอื่น

(ที่มา: รอยเตอร์/เอพี)

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...