โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

จะเกิดอะไรขึ้น? ถ้า “โยนเครื่องบินกระดาษลงมาจากสถานีอวกาศนานาชาติ”

PPTV HD 36

อัพเดต 14 ก.ค. 2568 เวลา 00.39 น. • เผยแพร่ 14 ก.ค. 2568 เวลา 00.36 น.
นักวิทยาศาสตร์ไขคำตอบ ถ้าปา ”เครื่องบินกระดาษ” ลงมาจากสถานีอวกาศนานาชาติ จะเกิดอะไรขึ้น? ปูทางพัฒนายานสำรวจจากวัสดุเบาในอนาคต

ในโลกนี้เต็มไปด้วยคำถามมากมายที่ไร้คำตอบ หรือบางคนมองว่าไร้สาระเกินกว่าจะเสียเวลาหาคำตอบ หนึ่งในนั้นคือ “จะเกิดอะไรขึ้นถ้าคุณโยนเครื่องบินกระดาษจากสถานีอวกาศนานาชาติ?”

ล่าสุดมีนักวิทยาศาสตร์พยายามหาคำตอบแล้ว โดยงานวิจัยชิ้นใหม่จาก แม็กซิมิเลียน เบอร์เทต และซูซูกิ โคจิโร จากมหาวิทยาลัยโตเกียว ได้ศึกษา “พลวัตของเครื่องบินอวกาศโอริกามิระหว่างการกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศของโลก” หรืออีกนัยหนึ่งคือ สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคุณโยนเครื่องบินกระดาษจากอวกาศกลับโลก

ก่อนอื่น เรามาทำความเข้าใจแนวคิดทางเทคนิคบางอย่างที่จำเป็นต่อการทำความเข้าใจการศึกษาที่ดูเหมือนจะเรียบง่ายนี้กันก่อน

คำว่า “โอริกามิ” ในภาษาญี่ปุ่น แปลว่ากระดาษพับ และในกรณีนี้ ทีมวิจัยได้สร้างซอฟต์แวร์จำลอง โดยใส่ข้อมูลของเครื่องบินกระดาษที่พับจากกระดาษขาวขนาด A4 ทั่วไปไม่ต่างอะไรจากตอนเราเป็นเด็กประถม

จากนั้นทีมวิจัยจึงจำลองการโยนเครื่องบินกระดาษจากสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) ซึ่งโคจรอยู่ที่ระดับความสูงประมาณ 400 กิโลเมตรเหนือพื้นโลก และมีความเร็วใกล้เคียงกับ ISS เอง คือ 7,800 เมตร/วินาที

ความเร็วนี้อาจดูเหมือนว่าสามารถทำลายเครื่องบินที่ทำจากกระดาษได้ แต่ที่ระดับความสูง 400 กิโลเมตร ชั้นบรรยากาศยังไม่หนาพอที่จะสร้างความเสียหายได้มากนัก โดยจากระดับความสูง 400 กิโลเมตรลงมาจนถึงประมาณ 120 กิโลเมตร เครื่องบินกระดาษยังคงมีเสถียรภาพค่อนข้างดี

อย่างไรก็ตาม เครื่องบินกระดาษมีค่าสัมประสิทธิ์ Ballistic Coefficient ที่ค่อนข้างต่ำ ค่าดังกล่าวใช้วัดว่า วัตถุสามารถต้านทานแรงต้านอากาศขณะเคลื่อนที่ได้ดีแค่ไหน

ค่าสัมประสิทธิ์ Ballistic Coefficient ที่ต่ำ หมายความว่า เครื่องบินกระดาษจะสูญเสียความเร็วอย่างรวดเร็ว โดยจากแบจำลองพบว่า เครื่องบินใช้เวลาประมาณ 3.5 วันในการร่อนลงจากระดับความสูง 400 กิโลเมตรเหนือพื้นโลกมาสู่ระดับ 120 กิโลเมตร

ในขณะเดียวกัน ค่าสัมประสิทธิ์ Ballistic Coefficient ที่ต่ำยังหมายความว่า เมื่อเครื่องบินกระดาษเข้าสู่ชั้นบรรยากาศจริง ๆ แล้วจะมีความเร็วสุดท้าย (Terminal Velocity) ต่ำกว่าวัตถุอย่างลูกปืนใหญ่

น่าเสียดายที่มันไปไม่ถึงขนาดนั้น เพราะจากการจำลองสถานการณ์ ที่ระดับความสูงประมาณ 120 กิโลเมตร ความหนาแน่นของอากาศที่เพิ่มขึ้นทำให้เกิดการพลิกคว่ำที่ควบคุมไม่ได้ ส่งผลให้เครื่องบินเข้าสู่เส้นทางบินที่ควบคุมไม่ได้ และไม่สามารถเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลกได้

ทีมวิจัยยังลองพับเครื่องบินกระดาษจริง ๆ ติดหางอะลูมิเนียม และนำไปใส่ในอุโมงค์ลมความเร็วเหนือเสียงและเอนทัลปีสูงคาชิวะ ของมหาวิทยาลัยโตเกียว เพื่อดูว่าเครื่องบินกระดาษของพวกเขาจะทนแรงทางอากาศพลศาสตร์ได้ขนาดไหน

เครื่องบินกระดาษจำลองของพวกเขาถูกลมแรงระดับมัค 7 เป็นเวลา 7 วินาที ซึ่งใกล้เคียงกับแรงที่เกิดขึ้นเมื่อกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศจริง และทำให้หัวเครื่องบินกระดาษงอไปด้านหลัง แต่ที่น่าชื่นชมคือมันไม่สลายตัว

อย่างไรก็ตาม เริ่มเกิดการไหม้เกรียมที่หัวเครื่องบินและปลายปีก ซึ่งบ่งชี้ว่า หากการทดลองนี้ดำเนินต่อไปนานกว่านี้ เครื่องบินกระดาษคงจะไหม้หมด

ท้ายที่สุดแล้ว หนึ่งในวัตถุประสงค์ของการทดลองนี้คือการพิสูจน์ว่า นั่นคือสิ่งที่จะเกิดขึ้น เพราะมีภารกิจมากมายที่อาจต้องการใช้สิ่งที่คล้ายกับเครื่องบินกระดาษจำลองนี้ เช่น การทดลอง LEAVES สำหรับการสำรวจดาวศุกร์ และมีการสำรวจโลกอีกมากมายที่จะได้รับประโยชน์จากวัสดุที่มีน้ำหนักเบาและมั่นคงเพื่อใช้ในการสำรวจอวกาศ ซึ่งจะเผาไหม้หมดในชั้นบรรยากาศเมื่อสิ้นสุดอายุการใช้งาน

นี่เป็นอีกหนึ่งการศึกษาที่ทำให้เราเห็นว่า คำถามที่เหมือนจะไร้สาระ ความจริงแล้วอาจมีประโยชน์มหาศาลซ่อนอยู่

เรียบเรียงจาก Universe Today

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คู่รักแคนาดาถ่ายปรากฏการณ์ประหลาด เชื่อว่าเป็น “ลูกบอลสายฟ้า”

พบสาเหตุ “แอร์อินเดีย” ตก เกิดจาก “สวิตช์ควบคุมน้ำมัน” ถูกสับลง!

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จะเกิดอะไรขึ้น? ถ้า “โยนเครื่องบินกระดาษลงมาจากสถานีอวกาศนานาชาติ”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...