โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กีฬา

น้ำใจนักกีฬา! "อเล็กซ์ อัลบอน" เลี้ยงข้าว "จอร์จ รัสเซลล์" หลังเกมเดือดโมนาโก

WeR NEWS

เผยแพร่ 26 พ.ค. 2568 เวลา 03.45 น.

จอร์จ รัสเซลล์ และ อเล็กซ์ อัลบอน โชว์น้ำใจนักกีฬา หลังดวลเดือดในโมนาโก แม้จะไม่มีโพเดียมหรือแต้มติดไม้ติดมือสำหรับทั้งคู่ แต่ จอร์จ รัสเซลล์ นักขับจากทีมเมอร์เซเดส และอเล็กซ์ อัลบอน นักขับจากวิลเลียมส์ กลายเป็นคู่หูที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในแง่ของ “น้ำใจนักกีฬา” หลังจบการแข่งขันฟอร์มูล่าวัน รายการ โมนาโก กรังด์ปรีซ์ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

แม้ แลนโด นอร์ริส จะเป็นผู้คว้าชัยชนะและได้รับคำชมในสนาม แต่เหตุการณ์ระหว่างรัสเซลล์ กับอัลบอน ก็เรียกเสียงฮือฮาไม่น้อย ระหว่างการแข่งขัน รัสเซลล์ที่ออกสตาร์ทจากกริดที่ 14 ตกอยู่ภายใต้ความกดดันหลังขับตามหลังอัลบอน ซึ่งขับช้าเพื่อช่วยเปิดทางให้คาร์ลอส ไซน์ซ เพื่อนร่วมทีมของเขาทำอันดับ

จากความหงุดหงิดนั้น รัสเซลล์ ตัดสินใจขับลัดผ่านโค้งชิเคนโนนูแวล (Nouvelle Chicane) โดยผิดกติกา และถูกลงโทษด้วยไดรฟ์ทรูล ส่งผลให้ไม่มีแต้มติดมือในเรซนี้

รัสเซลล์ กล่าวหลังจบการแข่งขันว่า “ผมไม่ค่อยแคร์เท่าไหร่ เพราะผมอยู่นอกพื้นที่เก็บแต้มแล้ว ผมแค่อยากสนุกกับการขับในโมนาโกให้เต็มที่ เพราะนี่คือหนึ่งในสนามที่ดีที่สุดในโลก และช่วง 25 รอบสุดท้ายก็เป็นช่วงที่ผมมีความสุขที่สุด”

ด้าน อัลบอน แม้จะเป็นผู้เสียประโยชน์จากการเคลื่อนไหวของรัสเซลล์ แต่ก็ไม่ได้เก็บมาเป็นเรื่องราวใหญ่โต พร้อมแสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมา

“ไม่ใช่สไตล์ที่ผมอยากแข่ง และผมคิดว่าคนดูเองก็คงไม่สนุกกับแบบนี้เหมือนกัน” อัลบอนกล่าว “แต่จอร์จก็แสบใช่ย่อย ผมรู้ว่าเขาจะทำอะไร เขาชัดเจนเกินไปนิด แต่ผมก็ขอยกนิ้วให้กับความพยายามของเขา”

แม้ในสนามจะขับเคี่ยวกันหนัก แต่หลังจบการแข่งขัน ทั้งสองกลับไปทานอาหารเย็นร่วมกันตามแผนเดิม โดยอัลบอน เป็นฝ่ายเลี้ยงมื้อนั้น และโพสต์ภาพรอยยิ้มระหว่างทั้งคู่ลงในอินสตาแกรม ซึ่งกลายเป็นไวรัลในหมู่แฟน ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...