โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดสถิติ 'กัมพูชา' นำเข้าน้ำมันและก๊าซจากประเทศไหนบ้างนอกจาก 'ไทย'?

Amarin TV

เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2568 เวลา 03.08 น.
ศึกพลังงานเดือดปะทุ! เมื่อกัมพูชาปิดประตูนำน้ำมันจากไทย ใครจะเข้ามาแทนที่ไทยได้บ้างในสมรภูมิพลังงานครั้งนี้?

วันที่ 22 มิถุนายน 2568 นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ของกัมพูชา ประกาศผ่านเฟซบุ๊กอย่างชัดเจนว่า กัมพูชาจะระงับการนำเข้าน้ำมันและก๊าซจากประเทศไทยทั้งหมดโดยมีผลในทันทีตั้งแต่เวลาเที่ยงคืนของวันนั้น นับเป็นมาตรการตอบโต้ที่รุนแรงขึ้นจากการสั่งห้ามนำเข้าผักและผลไม้จากไทยเมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งสะท้อนว่าความขัดแย้งระหว่างสองประเทศกำลังก้าวเข้าสู่ระดับที่ละเอียดอ่อนและซับซ้อนมากขึ้น

ฮุน มาเนต ให้ความมั่นใจกับประชาชนว่า "บริษัทน้ำมันในกัมพูชายังสามารถจัดหาน้ำมันและก๊าซได้เพียงพอจากแหล่งอื่น เพื่อรองรับความต้องการภายในประเทศ" พร้อมย้ำว่า กัมพูชาจะไม่สะเทือนเพียงเพราะสูญเสียการนำเข้าน้ำมันจากไทย

ขณะที่เพียงหนึ่งวันก่อนหน้านั้น ฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชาและบิดาของฮุน มาเนต ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย แนะนำรัฐบาลกัมพูชาให้เปลี่ยนไปนำเข้าน้ำมันและก๊าซจากประเทศอื่น พร้อมส่งสัญญาณชัดเจนว่าจะขยายขอบเขตการระงับนำเข้าสินค้าจากไทยเพิ่มเติม อาทิ อาหารกระป๋อง เครื่องดื่ม และเครื่องดื่มชูกำลัง

"เราจะไม่ล่มสลายเพียงเพราะไม่นำเข้าน้ำมันจากไทย" ฮุน เซน ระบุในโพสต์ พร้อมทิ้งน้ำหนักไปยังบริษัท ปตท. ของไทยว่า "ในทางกลับกัน บริษัท ปตท. อาจเป็นผู้ที่ต้องเผชิญกับผลกระทบเสียเอง"

การกล่าวถึง ปตท. โดยตรงไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เพราะ ปตท. เป็นรัฐวิสาหกิจของไทยที่มีเครือข่ายธุรกิจในกัมพูชาค่อนข้างกว้างขวาง ทั้งสถานีบริการน้ำมันกว่า 186 แห่ง และร้านกาแฟ Amazon Cafe ที่ขยายตัวถึง 254 สาขาในประเทศเพื่อนบ้านแห่งนี้

ข้อสงสัยที่ตามมาคือ กัมพูชาจะหันไปพึ่งพาใคร? แหล่งพลังงานทดแทนใดที่กัมพูชาจะสามารถนำเข้าแทนไทยได้ทันที? และไทยมีบทบาทสำคัญขนาดไหนในฐานะผู้ส่งออกพลังงานให้กับกัมพูชา?

บทความนี้ SPOTLIGHT จะพาผู้อ่านเจาะลึกสถิติการนำเข้าเชื้อเพลิงของกัมพูชาแบบครบทุกมิติ เพื่อค้นหาคำตอบว่า ไทยถือเป็นผู้ส่งออกพลังงานหลักอันดับใด และประเทศใดบ้างที่อาจเข้ามาแทนที่ไทยในตลาดพลังงานของกัมพูชาได้ในระยะต่อไป

ไทยรั้งอันดับ 2 ส่งออกพลังงานให้กัมพูชามากที่สุด เวียดนามมาที่ 1

จากสถิติของ ASEANStats ประจำปี 2567 พบว่า กัมพูชาเป็นประเทศที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศเป็นหลัก โดยนำเข้าเชื้อเพลิงแร่ น้ำมันแร่ ผลิตภัณฑ์จากการกลั่นเชื้อเพลิงแร่ สารบิทูมินัส และขี้ผึ้งแร่ (mineral fuels, mineral oils and products of their distillation, bituminous substances, mineral waxes) รวมถึงน้ำมันสำเร็จรูป น้ำมันดิบ และก๊าซธรรมชาติ คิดเป็นมูลค่ารวม 3,848 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ในจำนวนนี้ กัมพูชานำเข้าพลังงานจากประเทศในอาเซียนมากที่สุดเป็นสัดส่วนเกินกว่า 90% ของการนำเข้าทั้งหมด หรือคิดเป็นมูลค่า 3,594 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

เมื่อแยกเป็นรายประเทศเวียดนาม คือคู่ค้าพลังงานอันดับหนึ่งของกัมพูชา โดยมูลค่าการส่งออกในปี 2567 อยู่ที่ 976.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 32,000 ล้านบาท) ขณะที่ไทยตามมาเป็นอันดับที่ 2 ด้วยมูลค่าการส่งออกพลังงาน 938.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 30,000 ล้านบาท)

อันดับอื่น ๆ ได้แก่

  • สิงคโปร์: 624.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 20,000 ล้านบาท)
  • อินโดนีเซีย: 531.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 17,000 ล้านบาท)
  • มาเลเซีย: 288.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 9,400 ล้านบาท)
  • สปป.ลาว: 230.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 7,500 ล้านบาท)
  • จีน: 198.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6,500 ล้านบาท)
  • แอฟริกาใต้: 29.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 975 ล้านบาท)
  • ออสเตรเลีย: 9.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 319 ล้านบาท)
  • สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์: 8.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 276 ล้านบาท)

ไทยยังเป็นผู้เล่นสำคัญ แต่ไม่ใช่รายเดียว

จากข้อมูลดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่าแม้กัมพูชาจะพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซจากไทยในสัดส่วนที่สูง แต่ก็มีความหลากหลายในการนำเข้าจากหลายประเทศ ทั้งในภูมิภาคอาเซียน เอเชีย รวมถึงแหล่งที่อยู่ไกลออกไปอย่างแอฟริกาและตะวันออกกลาง

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแหล่งนำเข้าอาจทำให้ต้นทุนของกัมพูชาเพิ่มขึ้น ทั้งในแง่ของค่าขนส่งและระยะเวลาการขนส่ง เมื่อเทียบกับไทยที่มีความได้เปรียบเชิงภูมิศาสตร์และโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งที่พร้อมรองรับอยู่แล้ว

ในกรณีที่ความตึงเครียดระหว่างไทย-กัมพูชายังยืดเยื้อ กัมพูชาอาจต้องเร่งเจรจาขยายความร่วมมือกับเวียดนาม สิงคโปร์ หรือแม้แต่แหล่งพลังงานจากนอกภูมิภาคเพื่อชดเชยการหยุดชะงักของน้ำมันจากไทย แต่ในระยะสั้น ไทยยังคงเป็นแหล่งพลังงานที่ยากจะถูกแทนที่ในทันที โดยเฉพาะในช่วงที่ภูมิภาคตะวันออกกลางซึ่งเป็นกลุ่มผู้ส่งออกน้ำมันสำคัญของโลกกำลังประสบปัญหาความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและอิสราเอล ทำให้ราคาน้ำมันผันผวน และอาจพุ่งสูงขึ้นในกรณีความขัดแย้งและการปะทะลุกลามไปเป็นสงครามเต็มรูปแบบ

ข้อจำกัดนี้ทำให้แม้กัมพูชาจะมีทางเลือกอื่นในการนำเข้าพลังงาน แต่ไทยยังคงเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่อันดับสองที่มีบทบาทสำคัญต่อความมั่นคงทางพลังงานของกัมพูชา ซึ่งการระงับการนำเข้าจากไทยในครั้งนี้อาจส่งผลกระทบทั้งต่อเศรษฐกิจไทยและเสถียรภาพด้านพลังงานของกัมพูชาในระยะสั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมิติของต้นทุนและห่วงโซ่อุปทานที่อาจไม่ราบรื่นเหมือนเดิม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...