โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

รู้จักภาวะน้ำตาลในเลือดสูง อาการเป็นแบบไหน จะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายได้บ้าง

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 18 มิ.ย. 2568 เวลา 10.42 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2568 เวลา 01.30 น.
ภาพไฮไลต์

ทำความรู้จักภาวะน้ำตาลในเลือดสูง ภาวะของร่างกายที่มีระดับน้ำตาลเกินกว่า 100 มิลลิกรัม ซึ่งส่งผลกระทบต่อร่างกายทำให้เกิดโรค และเป็นแหล่งที่มาสำคัญของโรคร้ายแรง

ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง คือ ภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดเกินกว่า 100 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ซึ่งโดยปกติร่างกายคนเรามีน้ำตาลในเลือดอยู่แล้ว เนื่องจากร่างกายต้องใช้น้ำตาล เพื่อช่วยให้ระบบการทำงานของอวัยวะภายในร่างกายและเนื้อเยื่อต่างๆ สามารถทำงานได้เป็นปกติยิ่งขึ้น

สาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูง

ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง ส่วนใหญ่จะมีสาเหตุ และต้นตออยู่หลากหลายปัจจัย ทั้งที่ควบคุมได้ และควบคุมไม่ได้ การทำความเข้าใจสาเหตุเหล่านี้ จะช่วยให้คุณป้องกันและรับมือกับภาวะนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • กรรมพันธุ์

การที่มีพ่อแม่ที่เคยเป็นโรคเบาหวานจะเพิ่มความเสี่ยงน้ำตาลในเลือดมากขึ้นได้เหมือนกัน เนื่องจากการรับส่งต่อยีนบางชนิด ที่สามารถเพิ่มแนวโน้มที่ร่างกายจะดื้อต่ออินซูลิน (Insulin Resistance) รวมถึงการผลิตที่ไม่เพียงพอ

  • ความอ้วน

สาเหตุสำคัญที่พบได้บ่อยที่สุดในปัจจุบัน ความอ้วนเป็นปัจจัย และตัวเร่งให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูง ผู้ที่มีดัชนีมวลกายเกิน 25 ถือว่าเป็นโรคอ้วนที่มีความเสี่ยงต่อโรคหลายๆ โรค

โรคอ้วน มีผลมาจากเมื่อร่างกายมีไขมันสะสมมากเกินไป โดยเฉพาะไขมันที่หน้าท้อง เซลล์ไขมันเหล่านี้จะผลิตสารบางอย่างที่ขัดขวางการทำงานของอินซูลิน ทำให้ร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะมีอินซูลินอยู่ก็ตาม

รวมถึงการเพิ่มภาระต่อตับอ่อน เพราะอวัยวะนี้จะทำงานหนักขึ้นเพื่อผลิตอินซูลินให้มากขึ้น เป็นการชดเชยภาวะดื้ออินซูลิน หากตับอ่อนทำงานหนักต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจทำให้เซลล์ที่ผลิตอินซูลินเสื่อมสภาพในที่สุด

  • พฤติกรรมการใช้ชีวิต

พฤติกรรมการใช้ชีวิตเป็นอีกส่วนที่สำคัญ เพราะนอกจากยีนแล้ว การเติบโตในสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมพฤติกรรมการกินและใช้ชีวิตที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ก็อาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยเสริมที่สามารถเกิดขึ้นได้ในหลายๆ ครอบครัว

รวมถึงการกินอาหารประเภทแป้ง ไขมัน หรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง และการไม่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ก็เป็นอีกพฤติกรรมเพิ่มความเสี่ยงโรคเบาหวาน เป็นผลมาจากภาวะน้ำตาลในเลือดสูงได้เช่นกัน

ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง ส่งผลอะไรต่อร่างกาย

สำหรับคนที่มีน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นมาก ๆ จะเริ่มส่งผลกระทบต่ออวัยวะในร่างกาย และถ้ายังคงสูงอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจร้ายแรงถึงขั้นที่ทำให้อวัยวะเสื่อมได้ เช่น ไต หรือที่เรียกว่า เบาหวานลงไต คนไข้จำเป็นต้องล้างไต หรือหากเบาหวานขึ้นตา คนไข้จะมีอาการตาพร่ามัว มองไม่เห็น อาจถึงขั้นตาบอดได้

นอกจากนี้ คนไข้เบาหวานยังเป็นโรคหัวใจ และโรคเส้นเลือดในสมองได้ง่ายขึ้น มีอาการชาตามปลายมือปลายเท้า รู้สึกเหมือนมีเข็มจิ้ม เส้นเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ไม่ดี โดยเฉพาะขาและเท้า เมื่อเกิดแผลจึงหายช้า เป็นสาเหตุให้คนไข้โรคเบาหวานที่มีแผลที่เท้ามักถูกตัดขา

ระดับน้ำตาลในเลือดสูงแค่ไหนเข้าเกณฑ์

คนไข้ ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดเกิน 126 มิลลิกรัม/เดซิลิตร คือผู้ป่วยโรคเบาหวาน

ส่วนคนไข้ มีระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ที่ 100-126 มิลลิกรัม/เดซิลิตร คนกลุ่มนี้จะอยู่ในภาวะเสี่ยงเบาหวาน หรือภาวะก่อนเบาหวาน และคนปกติควรมีระดับน้ำตาลในเลือดไม่เกิน 100 มิลลิกรัม/เดซิลิตร

ปัจจุบันยังมีการตรวจอีกประเภทที่เรียกว่า HbA1c เป็นการวัดระดับน้ำตาลสะสมในเลือดในช่วง 3 เดือน โดยคนปกติไม่ควรเกิน 5.7 mg% และถ้าอยู่ระหว่าง 5.7-6.5 mg% จะถือว่ามีภาวะเสี่ยงเบาหวาน และเมื่อไรที่เกิน 6.5 mg% จะถือว่าเป็น โรคเบาหวาน การตรวจแบบนี้เป็นการตรวจเพื่อหาแนวทางลดค่าน้ำตาลในเลือด และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้ถูกต้อง

น้ำตาลในเลือดสูง มีอาการอย่างไร

  • อาการคอแห้ง หิวน้ำบ่อย: เมื่อน้ำตาลในเลือดสูง ร่างกายจะพยายามขับน้ำตาลส่วนเกินออกทางปัสสาวะ ทำให้คุณปัสสาวะบ่อยและร่างกายขาดน้ำ จึงรู้สึกคอแห้งและหิวน้ำมากกว่าปกติ
  • ปัสสาวะบ่อย: อีกหนึ่งสัญญาณสำคัญ ที่มีผลมาจากน้ำตาลในเลือดที่สูงจะถูกขับออกทางไต ทำให้ปัสสาวะมากผิดปกติ โดยเฉพาะในตอนกลางคืน หากคุณต้องลุกเข้าห้องน้ำ 2-4 ครั้งต่อคืน อาจเป็นสัญญาณของโรคเบาหวานได้ ซึ่งปกติคนทั่วไปจะลุกไม่เกิน 1-2 ครั้ง

ส่วนอาการ ขี้โมโห หงุดหงิดง่าย และอาการง่วงนอน นั้นไม่เกี่ยวกับภาวะน้ำตาลในเลือดสูงเพราะ และไม่ส่งผลกระทบต่ออารมณ์ได้โดยตรง แต่อาจทำให้รู้สึกไม่สบายตัว อ่อนเพลีย ที่เป็นต้นตอของสาเหตุการหงุดหงิด และง่วงนอนได้

หากสังเกตพบอาการเหล่านี้บ่อยครั้ง หรือมีอาการหลายอย่างพร้อมกัน โดยเฉพาะการปัสสาวะบ่อยผิดปกติ และหิวน้ำบ่อย ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจระดับน้ำตาลในเลือดและรับการวินิจฉัยที่ถูกต้องอย่างทันท่วงที

วิธีดูแลตัวเองเพื่อป้องกันภาวะน้ำตาลในเลือดสูง

การป้องกันภาวะน้ำตาลในเลือดสูง สามารถทำได้ไม่ยาก เพียงแค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน และการใช้ชีวิตให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้นได้ทั้งหมดดังนี้

  • หลีกเลี่ยงน้ำตาล: งดเครื่องดื่มรสหวาน น้ำผลไม้ และขนมหวานในปริมาณที่มากจนเกินไป
  • ควบคุมปริมาณคาร์โบไฮเดรต: สามารถทำได้ด้วยการจำกัดปริมาณข้าว แป้ง และอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรตอื่น ๆ
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ: ห้ามปล่อยให้ตัวเองมีน้ำหนักเกินเกณฑ์ ให้หมั่นออกกำลังกาย เพื่อคงระดับมวลกาย และน้ำหนักให้อยู่ในมาตรฐาน

ทั้งหมดนี้จะช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานได้ หากมีภาวะน้ำตาลในเลือดสูงจนได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเบาหวาน และแพทย์ได้ให้ยาแล้ว สิ่งสำคัญคือต้อง กินยาอย่างสม่ำเสมอ และ ไปพบแพทย์เพื่อตรวจติดตามอาการทุก 3-4 เดือน เพื่อให้แน่ใจว่าระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ในเกณฑ์ปกติ

การดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้คุณควบคุมโรคและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้อย่างแน่นอน ดังนั้นผู้ที่มีความเสี่ยง หรือผู้ป่วยหากมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและดูแลสุขภาพอย่างดีก็มีโอกาสที่จะสามารถควบคุมโรคนี้ได้เช่นกัน

ข้อมูล: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...