โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

อย่าต่อรองกับ 'ประเทศสุนัขลอบกัด' จนกว่าไทยจะยกเลิก MOU ทั้งหมด แล้วยึดดินแดนเป็นของเราโดยชอบธรรม

The Better

อัพเดต 27 ก.ค. 2568 เวลา 05.47 น. • เผยแพร่ 27 ก.ค. 2568 เวลา 02.23 น. • THE BETTER

การหยุดยิงเป็นสิ่งที่ต้องทำอยู่แล้ว ประเด็นก็คือกัมพูชาก็ยังเล่นละครตบตาชาวโลก เมื่อคืนปากกับบอกกับโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าอยากจะหยุดยิงโดยไม่มีเงื่อนไข แต่มือก็ยังลั่นไกถล่มชายแดนไทยเมื่อเช้านี้อยู่หยกๆ
คนไทยอยากจะหยุดสงครามอยู่แล้ว แต่เครื่องจักรสงครามของกัมพูชาไม่ยอมหยุดเสียที ทั้งยังเจ้าเล่ห์ใช้การเกมส์การเมืองโลกเพื่อกดดันไทย มันช่างให้อภัยได้ยากจริงๆ
โปรดจำไว้ว่าพวกตระกูลฮุนและลูกน้องของพวกนี้คือ "อาชญากรสงคราม" ที่ทำร้ายพี่น้องชาวไทยผู้บริสุทธิ์ไปมากมาย หากรัฐบาลให้โอกาสพวกนี้ "ล้างมลทิน" ด้วยการยอมหยุดยิง "โดยไม่มีเงื่อนไข" เท่ากับรัฐบาลมี complicity หรือพัวพันกับการทำชั่วไปด้วย
ยังดีครับที่รัฐบาลไทยไม่ยอม แถมยังกดดันกลับด้วยการบอกให้มาเจรจาสองฝ่ายเท่านั้น ไม่มีวันที่จะให้คนกลางมาต่อรอง เพราะถ้ายอมให้มี "ตาอยู่" แบบทรัมป์เข้ามาฉวยโอกาสทางการเมือง เราก็จะปราบกำแหงกัมพูชาไม่ได้เสียที
เราไม่ได้ตั้งใจที่จะรุกไปยึดดินแดนของกัมพูชาทั้งๆ ที่ทำได้ไม่ยาก แต่เราเพียงต้องการรักษาดินแดนของเราเท่านั้น
และ "ดินแดนของเรา" นี่เองที่เป็นสิ่งที่กัมพูชาต้องการ ดังนั้นสิ่งที่เราต้องทำประการแรกคือ ดับความหวังของกัมพูชาลงเสีย
ในทัศนะของผม สิ่งที่เป็นเหตุแห่งความบ้าคลั่งของกัมพูชาในครั้งนี้มาจาก MOU 43 กับ MOU 44
MOU 43 บันทึกช่วยจำระหว่างรัฐบาลไทยกับกัมพูชาเรื่องการกำหนดพรมแดน แต่แม้จะ "เข้าใจร่วมกัน" แต่ก็ขัดแย้งกันมากเพราะไทยใช้แผนที่ 1 ต่อ 50,000 ซึ่งละเอียดและทันสมัยในการกำหนดแนวเขตแดนที่อิงกับสันปันน้ำ ส่วนกัมพูชาใช้แผนที่ 1 ต่อ 200,000 ซึ่งล้าสมัยและไม่ละเอียด แต่ความคลุมเครือของแผนที่คร่ำคร่านี้ช่วยให้กัมพูชา "เคลม" ดินแดนได้ง่ายกว่าโดยอาศัยความมั่ว
นี่เป็นเหตุให้เกิดความขัดแย้งตามแนวชายแดนแผ่นดินใหญ่แต่ไหนแต่ไรมา รวมถึงครั้งล่าสุดด้วย
การโจมตีของกัมพูชาล่าสุดยิ่งทำให้ MOU 43 เป็น "บันทึกเลือด" เพราะมันทำให้พี่น้องชาวไทยผู้ไม่เกี่ยวข้องกับสงครามต้องล้มตายนับสิบคน เพราะความกระหายอยากได้ดินแดนของกัมพูชา
การสังหารพลเรือนและโจมตีโรงพยาบาลก็เป็นโทษหนักทางกฎหมายระหว่างประเทศอยู่แล้ว นี่ยิ่งทำให้ไทยมีเหตุอันควรที่จะยกเลิก MOU 43 ไปด้วยเพราะกัมพูชา "ละเมิดอย่างร้ายแรง" ตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วยเงื่อนไขการยกเลิกสนธิสัญญาหรือข้อตกลงใดๆ ระหว่างกัน
เมื่อไทยยกเลิกแล้ว ด้วยแสนยานุภาพทางทหารของไทยก็ควรทำการยึดดินแดนตามสันปันน้ำให้มั่นคงเป็นการครอบครองโดยปริยายตามหลักกฎหมายสากล ไม่ต้องเจรจากับกัมพูชาอีกเพราะไม่มีความจริงใจที่จะแก้ปัญหาพรมแดน แถมยังปลิดชีพผู้คนอย่างเหี้ยมโหด
บางคนเสนอว่าแทนที่จะยึดแนวสันปันน้ำ "ตามหลักสากล" กองทัพไทยควรลงไปยึดแนวกันชนสักหลายๆ กิโลเมตร เพื่อป้องกันประเทศจากการ "ลอบกัด"
ไทยสามารถเข้าสู่สงครามเต็มรูปแบบ (โดยไม่ต้องประกาศสงครามก็ได้) จากนั้นทำการปราบกัมพูชาให้ยอมแพ้ แล้วบังคับให้กัมพูชายอมรับ "แนวปลอดทหาร" (Demilitarized zone) ที่กำหนดโดยไทยเป็นแนวยาวตลอดชายแดน ซึ่งเขตนี้ยังเป็นดินแดนของกัมพูชา แต่ห้ามมีทหารประจำการไว้ และถือเป็น "เขตอิทธิพลของไทย"
เรื่องแบบนี้เคยเกิดขึ้นกับไทยมาแล้วหลังจากไทยเสียดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง แม้ว่าฝั่งขวาของแม่น้ำโขงคือภาคอีสานจะยังอยู่กับไทย แต่ฝรั่งเศสบังคับให้ไทยต้องมี Demilitarized zone กินพื้นที่นับสิบกิโลเมตรตามแนวแม่น้ำโขง นับเป็นความอัปยศใจอย่างยิ่ง
ครั้งนี้หากทำได้ไทยก็ควร "ล้างแค้น" กัมพูชาที่เรียกฝรั่งเศสเข้ามายึดดินแดนไทยในสมัยนั้น เพื่อสั่งสอนอบรมประเทศอันธพาลนี้และประเคน "ผลกรรม" ที่เคยทำไว้ให้สำนึกเสียบ้าง
แม้ว่าประเทศมหาอำนาจจะไม่ยอมให้ไทยทำแบบนั้นง่ายๆ แต่ถ้ารบกันหนักจนกัมพูชา "ยอมศิโรราบแบบไร้เงื่อนไข" ไทยก็ทำได้
แต่ย้ำว่าทำแบบนั้นไทยต้อง "ขวัญกล้า" ไม่ฟังใครหน้าไหนในโลก แล้วบุกกัมพูชาให้ราบคาบไป
ส่วน MOU 44 ที่รัฐบาลไทยชุดก่อน ดัน "เสียที" ที่ไปแบ่งน่านน้ำอ่าวไทยกับกัมพูชา โดยไปยอมรับการลากเส้นแบบมั่วๆ ของกัมพูชา ข้อตกลง "เฮงซวย" นี้ก็ควรยกเลิกเช่นกัน เพราะน่านน้ำของไทยไม่ได้ทับซ้อนกับใคร แต่ที่มัน "ทับและซ้อน" เพราะกัมพูชาลากเส้นเคลมน่านน้ำไทยโดยไม่ได้อาศัยหลักการสากลใดๆ แถมประเทศนี้ยังไม่ได้เป็นภาคีสนธิสัญญาสากลว่าด้วยการกำหนดน่านน้ำด้วย
เป็นประเทศเถื่อนที่ทำอะไรเถื่อนๆ เช่นเคลมดินแดนผู้อื่นนั่นเอง
รัฐบาลไทยชุดใดก็ตามที่คล้อยตามประเทศเถื่อน ก็ควรถูกพิจารณาว่าเป็นพวกเถื่อนไร้สติปัญญาไปด้วย
ในเมื่อตัว MOU 44 ไร้ความชอบธรรมก็ฉีกๆ ทิ้งไปเถอะ ทั้งด้วยเหตุที่มันไร้เหตุผลสิ้นดีและเหตุที่กัมพูชา "ละเมิดอย่างร้ายแรง" ถึงขั้นเข้าเงื่อนไขยกเลิกข้อตกลงใดๆ ได้ที่เกี่ยวกับพรมแดนและน่านน้ำ
ถ้าเกิดนักการเมืองและนายทุนไทยกลัวจะเสียผลประโยชน์ ผมขอแนะนำว่า ในเวลานี้ไทยจะยึดอะไรก็ง่ายไปหมด แม้แต่ MOU 44 ที่แบ่ง "แหล่งพลังงาน" ใต้น้ำ เราจะไปแบ่งกับคนอื่นทำไม ในเมื่อเรามีโอกาสที่จะเก็บผลประโยชน์นั้นไว้กับไทยแต่ฝ่ายเดียว?
เว้นแต่จะมีจิตใจที่โลเลเรื่องความรักชาติเท่านั้นที่อยากจะเก็บ MOU 44 และ MOU 43 เอาไว้
โปรดทราบว่า ถึงจะแบ่งผลประโยชน์กันลงตัว แต่กัมพูชามีพฤติกรรมเหมือนคนทรงเจ้า คือ "ผีเข้าผีออก" เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าแบ่งผลประโยชน์กันวันนี้ แล้ววันหน้าจะไม่ทำตัวเป็น "สุนัขลอบกัด" แบบนี้อีก?
ไม่เชื่อถามคนในบ้านชินวัตรดูก็ได้
ทั้งหมดนี้ เป็นแค่ข้อเสนอ หรือจะเรียกให้ถูกต้องกว่าคือ "ความฝัน" ของผมที่อยากจะให้ไทยปราบประเทศนี้จริงๆ จังๆ เสียที เพราะเห็นๆ อยู่ว่าเป็นภยันตรายต่อเราและต่อโลกเพียงใด
วิธีการปราบก็ไม่ยากไปกว่า "อย่าไปเสริมพลัง" ประเทศแบบนี้โดยการทำข้อตกลงที่เท่าเทียมกัน ประเทศที่มีพฤติกรรมชั่วร้ายเช่นการสังหารพลเรือนคนไทยและทำลายโรงพยาบาลควรได้รับการปฏิบัติที่ "ต่ำต้อยกว่า"
หลังจากนี้ผมได้แต่ฝันว่าผู้มีอำนาจในไทยทั้งฝ่ายการเมืองและฝ่ายทหารจะปฏิบัติต่อประเทศนี้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

บทความทัศนะโดย กรกิจ ดิษฐาน ผู้ช่วยบรรณาธิการบริหาร และบรรณาธิการข่าวต่างประเทศ The Better

Photo - ทหารกัมพูชายืนอยู่บนรถบรรทุกที่บรรทุกเครื่องยิงจรวด BM-21 กำลังแล่นไปตามถนนในจังหวัดอุดรมีชัย เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 (ภาพโดย TANG CHHIN Sothy / AFP)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...