โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปะทะชายแดนไทย–กัมพูชา เสียชีวิต 14 เจ็บ 60 ทั้งทหาร-พลเรือน

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 25 ก.ค. 2568 เวลา 01.44 น.
กองทัพไทยเผยเหตุปะทะกัมพูชา 24 ก.ค. 68 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 14 ราย บาดเจ็บรวม 60 คน ทั้งทหารและพลเรือน เสนอให้ยุติการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรม

ปะทะชายแดนเดือด สูญเสียหนักจากการยิง BM-21 ถล่มหลายจุด

วันที่ 24 กรกฎาคม 2568 กองทัพไทยเปิดเผยรายละเอียดเหตุปะทะรุนแรงกับกัมพูชาตลอดแนวชายแดนในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี สุรินทร์ และบุรีรัมย์ โดยระบุว่าฝ่ายกัมพูชาเริ่มต้นจากการส่งอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ล้ำแดนเข้าสำรวจในเขตหน้าปราสาทตาเมือนธม ก่อนเคลื่อนกำลังพร้อมอาวุธครบมือเข้าประชิดแนวลวดหนาม แม้ฝ่ายไทยพยายามหลีกเลี่ยงการปะทะด้วยการเจรจา แต่กลับถูกเปิดฉากยิงตอบโต้

เวลา 08.20 น. กัมพูชาใช้อาวุธประจำหน่วยยิงใส่ฐานปฏิบัติการของไทยบริเวณปราสาทตาเมือน ทำให้ทหารไทยบาดเจ็บ 2 นาย จากนั้นสถานการณ์ยกระดับเมื่อเวลา 09.30 น. โดยมีการยิงจรวด BM-21 จากฝั่งเขาแหลมเข้าสู่พื้นที่บ้านขึ้นเหล็ก อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ รวมถึงการยิงเพิ่มเติมเข้าใส่พื้นที่พลเรือนและฐานทหารในอำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ และจังหวัดอุบลราชธานี

ตลอดช่วงเวลา 10.00–12.21 น. มีการยิงโจมตีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเป้าหมายเชิงพลเรือน เช่น สถานีบริการน้ำมัน ปตท. ร้านค้า และบ้านเรือน โดยมีพลเรือนเสียชีวิตสูงถึง 13 ราย บาดเจ็บอีกกว่า 40 ราย ส่วนฝั่งทหารมีผู้เสียชีวิต 1 นาย และบาดเจ็บรวม 14 นาย

ไทยย้ำยึดหลักมนุษยธรรม สั่งปกป้องอธิปไตยเต็มที่

โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย พลตรี วิทัย ลายถมยา ระบุว่า การที่ฝ่ายกัมพูชาใช้อาวุธโจมตีพื้นที่พลเรือนอย่างโจ่งแจ้ง ถือเป็นการละเมิดหลักกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ซึ่งห้ามมิให้มีการใช้กำลังโจมตีเป้าหมายที่ไม่ใช่ทางทหาร

กองทัพไทยได้ส่งคำเตือนอย่างชัดเจนต่อฝ่ายกัมพูชาให้ยุติการกระทำที่ละเมิดหลักนิติธรรมและจริยธรรมสากล พร้อมประกาศจุดยืนว่าไทยจะปกป้องอธิปไตยของตนอย่างเด็ดขาด และขอให้ประชาชนมั่นใจในมาตรการตอบโต้เชิงยุทธศาสตร์ที่กำลังดำเนินอยู่

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...