โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

‘เขื่อน’ ทำ ‘ขั้วโลก’ เคลื่อนที่ 1 เมตร โลกพยายามปรับสมดุล

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 20 ก.ค. 2568 เวลา 20.18 น. • เผยแพร่ 21 ก.ค. 2568 เวลา 04.11 น.

ในช่วง 200 ปีที่ผ่านมา มนุษย์เริ่มสร้าง “เขื่อน” เพื่อกักเก็บน้ำ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ มีการประมาณการว่าปัจจุบันมีเขื่อนหลายแสนแห่งทั่วโลก และดูเหมือนว่าเขื่อนเหล่านี้ทำให้ขั้วโลกเคลื่อนที่ไปแล้ว 1 เมตร

โลกหมุนไปตลอดเวลา และก็มีบางครั้งส่ายไปส่ายมาบ้าง แม้เราจะเข้าใจว่าขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้เป็นจุดคงที่ แต่ขั้วโลกทั้งสองไม่ได้ยึดโยงกันอย่างแน่นหนา เมื่อเวลาผ่านไป ขั้วโลกจะเคลื่อนตัวเล็กน้อย โดยได้รับอิทธิพลจากการกระจายตัวของมวลสารทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นการละลายของแผ่นน้ำแข็ง แผ่นเปลือกโลกเคลื่อนตัว และมหาสมุทรขยายตัว แต่บัดนี้ นักวิจัยได้เปิดเผยว่า การสร้างเขื่อนของมนุษย์ก็มีส่วนให้การหมุนของโลกเปลี่ยนไปเช่นกัน

จากการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Geophysical Research Letters พบว่าปรากฏการณ์นี้ได้ทำให้แกนหมุนของโลกเคลื่อนตัวไปมากกว่า 1 เมตร นับตั้งแต่ปี 1835 โดยเหตุการณ์ใหญ่ที่ทำให้เกิดการเคลื่อนที่ของแกนโลกโดยที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ ครั้งแรกเกิดขึ้นในการสร้างเขื่อนครั้งใหญ่ในอเมริกาเหนือและยุโรปช่วงศตวรรษที่ 19 จนถึงต้นศตวรรษที่ 20 ส่วนครั้งที่สองเป็นการสร้างเขื่อนยักษ์ในเอเชียและแอฟริกาตะวันออกในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 20

การสร้างเขื่อนทำให้ขั้วโลกเคลื่อนตัว

การเคลื่อนตัวของขั้วโลกที่แท้จริง (True Polar Wander) หมายถึง การเคลื่อนตัวของเปลือกโลกชั้นนอกที่เป็นของแข็งเทียบกับแกนหมุน การเคลื่อนที่นี้เกิดขึ้นเมื่อมวลบนพื้นผิวโลกเคลื่อนที่ไปรอบ ๆ

เปรียบเทียบโลกเป็นเหมือนลูกบาสเกตบอลที่กำลังหมุนอยู่ เมื่อวางก้อนดินเหนียวไว้ด้านหนึ่ง แล้วลูกบอลจะขยับเล็กน้อยเพื่อรักษาสมดุลของน้ำหนักส่วนเกิน เมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้นบนโลก เปลือกโลกแข็งจะปรับตำแหน่งโดยเคลื่อนที่สัมพันธ์กับแกนหมุน จากนั้นขั้วโลกจะเคลื่อนผ่านตำแหน่งใหม่บนพื้นผิว

โดยทั่วไปแล้ว ปรากฏการณ์นี้เชื่อมโยงกับกระบวนการทางธรรมชาติ เช่น การละลายของธารน้ำแข็ง แต่การศึกษาของนาตาชา วาเลนซิค และทีมงานจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด แสดงให้เห็นว่ากิจกรรมของมนุษย์ โดยเฉพาะการกักเก็บน้ำจากการสร้างเขื่อน ได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งในการทำให้ตำแหน่งขั้วโลกเปลี่ยนไป

“เมื่อเรากักเก็บน้ำไว้ในเขื่อน ไม่เพียงแต่จะดึงน้ำออกจากมหาสมุทร จนทำให้ระดับน้ำทะเลทั่วโลกลดลงเท่านั้น แต่ยังกระจายมวลไปทั่วโลกในรูปแบบที่แตกต่างกันอีกด้วย มวลน้ำเหล่านี้จากเดิมอยู่ในมหาสมุทรกลับถูกกักเก็บไว้ในอ่างเก็บน้ำนิ่งที่กระจายอยู่ทั่วทุกทวีป” วาเลนซิคกล่าว

นักวิจัยจัดทำแผนที่แหล่งกักเก็บน้ำของอ่างเก็บน้ำเทียม 6,862 แห่ง ตั้งแต่ปี 1835-2011 โดยใช้ข้อมูลจากฐานข้อมูลอ่างเก็บน้ำและเขื่อนทั่วโลก (GRanD) จากการวิเคราะห์เขื่อนเผยให้เห็นการเคลื่อนตัวของขั้วโลกโลกอย่างไม่เป็นเชิงเส้นอย่างชัดเจน

ตั้งแต่ปี 1835-1954 การสร้างเขื่อนส่วนใหญ่อยู่ในอเมริกาเหนือและยุโรป ส่งผลให้ขั้วโลกเหนือเคลื่อนตัวไปทางละติจูด 103.4 องศาตะวันออก ประมาณ 8 นิ้ว ซึ่งผ่านรัสเซียและบางส่วนของเอเชีย

หลังจากปี 1954 รูปแบบการก่อสร้างเขื่อนได้เปลี่ยนไป มีโครงการขนาดใหญ่เกิดขึ้นทั่วแอฟริกาตะวันออกและเอเชีย ส่งผลให้ขั้วโลกเปลี่ยนทิศทาง เคลื่อนตัว 22.5 นิ้วไปทาง -117.5 องศาตะวันออกโดยประมาณ ผ่านทางฝั่งตะวันตกของสหรัฐและเข้าสู่แปซิฟิกใต้ ทำให้การเคลื่อนที่ของขั้วโลกมีความแปรปรวนอย่างมาก ซึ่งได้รับอิทธิพลจากขนาดและตำแหน่งของเขื่อนที่สร้างขึ้นในช่วงเวลาต่าง ๆ

ตลอดระยะเวลาการศึกษา ขั้วโลกมีการเคลื่อนตัวประมาณ 44.6 นิ้ว โดย 40.9 นิ้วของการเคลื่อนตัวดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 20 การค้นพบนี้ชี้ให้เห็นว่าโครงสร้างพื้นฐานสมัยใหม่ที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการวางตัวของโลก มากกว่ากระบวนการทางธรรมชาติในระยะยาวเพียงอย่างเดียว

การกักเก็บน้ำจากเขื่อนและระดับน้ำทะเล

ระดับน้ำทะเลทั่วโลกกำลังเพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบัน แต่การสร้างอ่างเก็บน้ำในช่วงศตวรรษที่ 20 ช่วยชะลอการลดระดับน้ำทะเลได้น้อยลง โดยนักวิจัยพบว่าเขื่อน 6,862 แห่งในการศึกษานี้ทำให้ระดับน้ำทะเลลดลง 0.86 นิ้ว ระหว่างปี 1900-2011

แม้ระดับน้ำจากการกักเก็บน้ำในเขื่อนเล็กจะเล็กน้อย เมื่อเทียบกับการเพิ่มขึ้นที่เกิดจากการละลายของธารน้ำแข็งและมหาสมุทรที่อุ่นขึ้น แต่ก็ทำให้การคำนวณมีความซับซ้อน

“รูปทรงของระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นจะเปลี่ยนไป ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่คุณสร้างเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ นี่จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เราต้องพิจารณา เพราะการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจมีขนาดใหญ่และมีนัยสำคัญมาก” วาเลนซิคกล่าว

ในช่วงครึ่งแรกของศตวรรษที่ 20 อัตราการเคลื่อนตัวของขั้วโลกเฉลี่ยจากเขื่อนอยู่ที่ประมาณ 0.12 นิ้วต่อปี แต่เมื่อเข้าสู่ครึ่งหลัง อัตรานี้เพิ่มขึ้นเป็น 0.37 นิ้วต่อปี ซึ่งเพิ่มขึ้น 3 เท่า การเปลี่ยนแปลงของขั้วโลกสะท้อนถึงการขยายตัวอย่างรวดเร็วของการสร้างเขื่อนหลังปี 1950

งานวิจัยในปี 2008 ประเมินผลกระทบของการเคลื่อนตัวของขั้วโลกที่เกิดจากเขื่อนไว้ว่ามีการเคลื่อนตัวเฉลี่ย -0.06 นิ้วต่อปีในทิศตะวันออก และ -0.31 นิ้วต่อปีไปทางเหนือตลอดศตวรรษที่ 20 ซึ่งต่ำกว่าความเป็นจริง เพราะงานวิจัยของวาเลนซิคพบว่าที่จริงแล้วอยู่ที่ -0.12 นิ้วต่อปี และ -0.09 นิ้วต่อปี ตามลำดับ ความแตกต่างนี้มีความสำคัญเนื่องจากช่วยปรับสมดุลงบประมาณของการเคลื่อนตัวของขั้วโลก

งานวิจัยนี้เผยให้เห็นว่าโครงสร้างพื้นฐานอย่างเขื่อน หนึ่งในเครื่องมือที่ใช้กันมากที่สุดของอารยธรรมมนุษย์ ได้เปลี่ยนแปลงภูมิศาสตร์ของโลกที่กำลังหมุนอยู่นี้ไปอย่างสิ้นเชิง เขื่อนทุกแห่ง ประตูระบายน้ำทุกบาน ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของโมเมนตัมของโลก น้ำที่เราย้ายมาไว้บนบกไม่ได้แค่เปลี่ยนแปลงแม่น้ำเท่านั้น แต่มันกระตุ้นการหมุนของโลก กระจายน้ำหนักของน้ำ และมีส่วนช่วยอย่างเงียบเชียบต่อดาวเคราะห์ดวงนี้ แม้ในขณะที่โลกหมุนอยู่ก็ไม่เคยหยุดนิ่งอย่างแท้จริง

ที่มา: Earth, IFL Science, Live Science

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...