โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ศาลทหารชั้นฎีกา พิพากษาจำคุกรุ่นพี่-ครูฝึกทำ “น้องเมย” เสียชีวิต 4 เดือน 16 วัน รอลงอาญา 2 ปี และปรับ 15,000 บาท

สวพ.FM91

อัพเดต 22 ก.ค. 2568 เวลา 04.38 น. • เผยแพร่ 22 ก.ค. 2568 เวลา 04.33 น.

22 กรกฎาคม 2568 ที่ศาลมณฑลทหารบกที่ 12 จ.ปราจีนบุรี นายพิเชษฐ์ และ นางสุกัลยา ตัญกาญจน์ พ่อแม่ของนายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือ น้องเมย นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 ซึ่งเสียชีวิตอย่างปริศนา หลังจากถูกธำรงวินัยโดยรุ่นพี่ทหาร 2 นาย ภายในโรงเรียนเตรียมทหาร เมื่อวันที่ 17 ต.ค. 2560 โดยในวันนี้ครอบครัวเดินทางมาเพื่อฟังคำพิพากษาของศาลทหารในชั้นฎีกา

โดย ศาลทหารชั้นฎีกาพิพากษายืนตามศาลชั้นอุทธรณ์ จำเลยมีความผิดทำร้ายร่างกาย ทำโทษโดยฝ่าฝืนคำสั่งกลุ่มนักเรียนโรงเรียนเตรียมทหาร ส่วนที่โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยทันทีนั้น ศาลเห็นว่าด้วยอายุจำเลยไม่เคยได้รับโทษ การจะลงโทษจำเลยไปก็ไม่เป็นประโยชน์ ให้จำเลยปรับปรุงตัวรับราชการรับใช้ชาติต่อไปจะเป็นประโยชน์มากกว่า จึงให้ลงโทษจำคุก 4 เดือน 16 วัน ปรับ 15,000 บาท ให้รอลงอาญา 2 ปี

สำหรับคดีนี้ ผู้ฟ้องร้องหลักคือครอบครัวของน้องเมย โดยในคดีอาญา ทางครอบครัวได้ร้องทุกข์กล่าวโทษให้มีการดำเนินคดีกับ 2 นักเรียนเตรียมทหาร รุ่นพี่ ในข้อหาทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และ ว่าที่ร้อยตรี ซึ่งเป็น ครูฝึก ในข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งคดีเหล่านี้อยู่ภายใต้การพิจารณาของศาลทหาร เนื่องจากจำเลยเป็นบุคลากรทางทหารและเหตุเกิดในเขตอำนาจศาลทหาร ศาลทหารชั้นต้น (มีการพิจารณาในช่วงปี 2561-2562) มีคำพิพากษาให้ รอการกำหนดโทษ นักเรียนเตรียมทหารรุ่นพี่ที่ถูกฟ้องร้องในคดีทำร้ายร่างกาย ส่วนคดีอื่นๆ ที่ครอบครัวน้องเมยฟ้องร้องนั้น พนักงานสอบสวนและอัยการบางส่วนได้มีคำสั่งไม่ฟ้อง โดยให้เหตุผลว่าไม่มีประจักษ์พยานที่เพียงพอ

ต่อมาใน ชั้นศาลอุทธรณ์ (มีคำพิพากษาในส่วนคดีแพ่งที่ ตุลาคม 2566) สำหรับคดีทำร้ายร่างกายที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นในบางคดี

ทั้งนี้ นางสุกัลยา กล่าวว่า ผ่านมา 8 ปี ที่ตนต่อสู้เพื่อลูก เพราะต้องการให้สังคมเห็นว่า ลูกชายไม่ได้ทำผิดระบบเกียรติศักดิ์ เขาไม่ได้โกหก แม้จะเสียชีวิตแล้ว ซึ่งไม่มีโอกาสได้พูด แต่ยังถูกใส่ร้าย วันนี้จึงขอฟังผลการตัดสินของศาลก่อน หากผลออกมาดี จะช่วยคืนความยุติธรรมให้กับลูกชาย กู้ศักดิ์ศรีให้กับลูกชายด้วย โดยระยะเวลาของการสู้คดี 8 ปี ยังไม่ได้รับการชดใช้ค่าเสียหายจากกระทรวงกลาโหมและกองทัพไทย ครอบครัวยังติดใจประเด็นอวัยวะบางส่วนของลูกชาย ที่ยังไม่ได้รับกลับคืนมา เช่น สมอง หัวใจ และ กระเพาะอาหาร ครอบครัวแจ้งความนายแพทย์ที่ผ่าตัดคนแรก แต่ไม่นำอวัยวะมาคืน โดยตั้งข้อสังเกตว่าทำไมตำรวจออกหมายเรียกนายแพทย์คนดังกล่าวถึง 2 ครั้ง แต่ไม่ออกหมายจับ ทั้งที่นายแพทย์คนนี้ไม่ไปพบพนักงานสอบสวน "หลังจากนั้นครอบครัวประสานขออวัยวะจากโรงพยาบาลพระมงกุฎฯ ก่อนนำไปตรวจดีเอ็นเอที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ และทราบผลจากผู้อำนวยการโรงพยาบาลว่า ดีเอ็นเอเข้ากันไม่ได้"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...