โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

ผู้หญิงต้องรู้! วัคซีนมะเร็งปากมดลูก คืออะไร? ป้องกันโรคอะไรได้อีกบ้าง?

INN News

อัพเดต 22 ก.ค. 2568 เวลา 13.15 น. • เผยแพร่ 22 ก.ค. 2568 เวลา 06.15 น. • INN News

มะเร็งปากมดลูก เป็นหนึ่งในโรคร้ายที่คร่าชีวิตผู้หญิงไทยมากเป็นอันดับต้น ๆ แต่ข่าวดีคือโรคนี้สามารถป้องกันได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ด้วยการฉีดวัคซีนป้องกัน hpvซึ่งเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการลดความเสี่ยงของโรคนี้

บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับ วัคซีนมะเร็งปากมดลูก อย่างละเอียด พร้อมวิธีป้องกัน อาการที่ควรรู้ และคำถามที่ผู้หญิงมักสงสัยเกี่ยวกับการฉีดวัคซีน HPV

วัคซีนมะเร็งปากมดลูก คืออะไร?

วัคซีนมะเร็งปากมดลูก หรือวัคซีน HPV เป็นวัคซีนที่ใช้ป้องกันการติดเชื้อ ไวรัส HPV (Human Papillomavirus) โดยเฉพาะสายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น HPV-16 และ HPV-18 ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญของมะเร็งปากมดลูก

ไวรัส HPV ต้นเหตุของมะเร็งปากมดลูก

HPV หรือ Human Papillomavirus คือไวรัสที่สามารถติดต่อได้ผ่านการมีเพศสัมพันธ์ โดยมีมากกว่า 100 สายพันธุ์ แต่มีเพียงบางสายพันธุ์เท่านั้นที่เกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็ง โดยเฉพาะสายพันธุ์ HPV-16 และ HPV-18 ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของมะเร็งปากมดลูก

การติดเชื้อ HPV มักไม่มีอาการชัดเจนในช่วงแรก จึงทำให้หลายคนไม่รู้ตัว การป้องกันไวรัสชนิดนี้จึงเป็นกุญแจสำคัญในการลดความเสี่ยงของมะเร็งปากมดลูกตั้งแต่ต้นทาง

ทำไมต้องฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูก?

หลายคนอาจคิดว่า“ยังไม่มีเพศสัมพันธ์เลย ยังไม่ต้องรีบฉีดก็ได้มั้ง?” แต่อันที่จริง การฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูกตั้งแต่อายุน้อยจะยิ่งให้ผลการป้องกันที่ดีที่สุด เพราะวัคซีนจะสร้างภูมิคุ้มกันก่อนที่ร่างกายจะสัมผัสเชื้อ

วัคซีนตัวนี้ยังได้รับการยืนยันจากองค์การอนามัยโลกว่าเป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการลดอัตราการเกิดมะเร็งปากมดลูก

  • ป้องกันการติดเชื้อไวรัส HPV ชนิดเสี่ยงสูง
  • ลดโอกาสเกิดมะเร็งปากมดลูกได้ถึง 90% หากฉีดก่อนมีเพศสัมพันธ์
  • ลดความเสี่ยงมะเร็งช่องคลอด มะเร็งทวารหนัก และหูดหงอนไก่

ควรฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูกเมื่อไหร่?

ช่วงอายุมีผลต่อจำนวนเข็มที่ต้องฉีด และความคุ้มค่าของภูมิคุ้มกัน วัคซีน HPV ยิ่งฉีดเร็วก็ยิ่งดี เพราะภูมิคุ้มกันจะสร้างได้เต็มที่ และป้องกันไวรัสได้ตั้งแต่ก่อนมีความเสี่ยง

  • แนะนำให้ฉีดตั้งแต่อายุ 9–26 ปี
  • แต่สามารถฉีดได้ถึงอายุ 45 ปี
  • อายุ 9–14 ปี ฉีด 2 เข็ม ห่างกันอย่างน้อย 6 เดือน
  • อายุ 15 ปีขึ้นไป ฉีด 3 เข็ม ครบภายใน 6 เดือน

ใครบ้างควรฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูก?

จริง ๆ แล้ว ผู้หญิงทุกคนควรได้รับวัคซีนมะเร็งปากมดลูก ไม่จำกัดว่าต้องมีเพศสัมพันธ์แล้วเท่านั้น เพราะเป็นการป้องกันที่ทำได้ล่วงหน้า ยิ่งถ้าอยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อ HPV ต่อไปนี้ยิ่งไม่ควรรอ

  • ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย
  • ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนหลายคน
  • ผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันต่ำ หรือใช้ชีวิตประจำวันผิด ๆ จนทำให้ภูมิคุ้มกันไร้ประสิทธิภาพลงเรื่อย ๆ เช่น ดูดบุหรี่เป็นประจำ
  • ผู้ที่เคยมีประวัติเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มาก่อนหน้านี้ เช่น โรคหนองในแท้ (Gonorrhea), โรคซิฟิลิส (Syphilis), เอชไอวี/เอดส์ (HIV/AIDS) และ โรคติดเชื้อคลามีเดีย (Chlamydia) เป็นต้น

วัคซีนมะเร็งปากมดลูก มีกี่ชนิด

ในปัจจุบัน วัคซีน HPV มีให้เลือกอยู่ 3 ชนิดหลัก ซึ่งแต่ละชนิดจะครอบคลุมสายพันธุ์ของเชื้อไวรัสที่ต่างกันออกไป โดยแพทย์จะเป็นผู้แนะนำว่าวัคซีนชนิดใดเหมาะกับคุณมากที่สุดตามอายุ และความเสี่ยงของแต่ละคน

  • วัคซีน HPV ชนิด 2 สายพันธุ์

ป้องกัน HPV สายพันธุ์ 16 และ 18 ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของมะเร็งปากมดลูก

  • วัคซีน HPV ชนิด 4 สายพันธุ์

ป้องกัน HPV สายพันธุ์ 6, 11, 16 และ 18 เพิ่มความสามารถในการป้องกันหูดหงอนไก่

  • วัคซีน HPV ชนิด 9 สายพันธุ์

ป้องกัน HPV ได้ถึง 9 สายพันธุ์ รวมทั้งสายพันธุ์ที่ก่อให้เกิดมะเร็งและหูดหงอนไก่ได้ครอบคลุมที่สุด

วัคซีนมะเร็งปากมดลูกป้องกันโรคอะไรได้บ้าง?

นอกจากมะเร็งปากมดลูกแล้ว วัคซีน HPV ยังสามารถป้องกันมะเร็งและโรคติดเชื้ออื่น ๆ ที่เกี่ยวกับไวรัส HPV ได้อีกหลายโรค

  • มะเร็งช่องคลอด

วัคซีน HPV สามารถช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งช่องคลอด ซึ่งเป็นมะเร็งที่พบได้น้อยแต่มีความรุนแรง มักเกิดในผู้หญิงที่ติดเชื้อ HPV เป็นเวลานานโดยไม่รู้ตัว การฉีดวัคซีนจึงเป็นการป้องกันเชื้อก่อนที่เซลล์ผิดปกติจะก่อตัว

  • มะเร็งปากช่องคลอด

เป็นอีกโรคหนึ่งที่เชื้อ HPV มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง มะเร็งปากช่องคลอดสามารถลุกลามจากเนื้อเยื่อบริเวณปากช่องคลอดเข้าสู่ระบบสืบพันธุ์ได้ การได้รับวัคซีนช่วยลดโอกาสการเกิดเซลล์ผิดปกติในบริเวณนี้

  • มะเร็งทวารหนัก

ทั้งผู้หญิงและผู้ชายสามารถเป็นมะเร็งทวารหนักได้ โดยมี HPV เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ การฉีดวัคซีน HPV จึงเป็นการสร้างเกราะป้องกันที่ดีอีกชั้น

  • มะเร็งช่องปากและลำคอ

ไวรัส HPV บางสายพันธุ์ เช่น HPV-16 มีส่วนเกี่ยวข้องกับมะเร็งบริเวณช่องปากและลำคอ โดยเฉพาะในผู้ที่มีพฤติกรรมทางเพศแบบไม่ป้องกัน หรือมีคู่นอนหลายคน การฉีดวัคซีนจึงช่วยลดโอกาสการติดเชื้อในบริเวณเหล่านี้ด้วย

  • หูดหงอนไก่

หูดหงอนไก่เกิดจากการติดเชื้อ HPV สายพันธุ์ 6 และ 11 เป็นตุ่มเนื้ออ่อน ๆ ที่ขึ้นบริเวณอวัยวะเพศ ซึ่งสร้างความรำคาญและส่งผลต่อสุขภาพจิตได้ วัคซีน HPV โดยเฉพาะชนิด 4 และ 9 สายพันธุ์สามารถช่วยป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อาการข้างเคียงจากวัคซีนมะเร็งปากมดลูก

ไม่ต้องกังวลจนเกินไปนะ เพราะวัคซีนนี้มีความปลอดภัยสูง อาการข้างเคียงส่วนใหญ่จะเป็นเพียงเล็กน้อยและหายไปเองภายใน 1–2 วัน เช่น

  • รู้สึกปวด บวม แดง บริเวณที่ฉีด
  • อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ หรือมีไข้ต่ำ ๆ
  • บางคนอาจหน้ามืดหลังฉีดเล็กน้อย (แนะนำให้นั่งพักก่อนกลับบ้าน)

วัคซีนมะเร็งปากมดลูก ราคาเท่าไหร่?

ราคาวัคซีนมะเร็งปากมดลูกจะต่างกันไปตามสถานที่ที่ฉีดและยี่ห้อที่เลือก แต่เพื่อสุขภาพระยะยาว ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสุด ๆ เข็มละประมาณ 2,000–4,000 บาท หากฉีดครบ 3 เข็ม ค่ารวมประมาณ 6,000–14,000 บาท และบางโรงพยาบาลมีแพ็กเกจโปรโมชั่น หรือสามารถใช้สิทธิ์ประกันสุขภาพ

ฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูกแล้ว ยังต้องตรวจ Pap smear ไหม?

คำตอบคือ “ยังต้องตรวจ” เพราะแม้วัคซีนจะครอบคลุมสายพันธุ์เสี่ยงสูงหลัก ๆ แล้ว แต่ก็ยังมีสายพันธุ์อื่นที่อาจก่อให้เกิดมะเร็งได้อยู่ดี การตรวจภายใน เช่น Pap smear หรือ HPV DNA Test จะช่วยให้คุณรู้เท่าทันและดูแลตัวเองได้มากขึ้นอีกขั้น

วิธีป้องกันมะเร็งปากมดลูกที่ผู้หญิงทุกคนทำได้

แนะนำผู้หญิงทุกคนอย่ารอให้เจ็บป่วยก่อน เพราะเราสามารถเริ่มดูแลตัวเองได้ตั้งแต่วันนี้ โดยไม่ต้องรอให้มีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก ด้วยวิธีง่าย ๆ เช่น

  • ฉีดวัคซีน HPV ตั้งแต่อายุยังน้อย

แนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อ HPV (HPV vaccine) ก่อนมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก โดยสามารถเริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9-45 ปี เพราะวัคซีนจะช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัส HPV สายพันธุ์ที่เป็นสาเหตุหลักของมะเร็งปากมดลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยิ่งเริ่มต้นเร็ว ยิ่งป้องกันได้ดี

  • ตรวจภายในประจำปี

แนะนำให้ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเป็นประจำ หรืออย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อให้สามารถตรวจเจอความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะแรก ๆ การตรวจไม่ได้เจ็บหรือน่ากลัวอย่างที่หลายคนกังวล แถมยังเป็นการดูแลตัวเองแบบเชิงรุกที่สำคัญมากอีกด้วยนะ

  • ป้องกันตัวเองขณะมีเพศสัมพันธ์

ควรใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์ และควรมีคู่นอนคนเดียวหรือคู่นอนที่ไม่เปลี่ยนบ่อย การป้องกันการติดเชื้อ HPV และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปากมดลูกได้มากขึ้น เพราะอย่าลืมว่าความรักต้องมาพร้อมความปลอดภัยด้วยเช่นกัน

  • ไม่สูบบุหรี่ และดูแลสุขภาพให้แข็งแรง

การสูบบุหรี่เพิ่มความเสี่ยงให้เซลล์ปากมดลูกกลายพันธุ์และเป็นมะเร็งได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ การดูแลสุขภาพโดยการกินอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกาย และพักผ่อนให้เพียงพอ จะช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง พร้อมป้องกันและต่อสู้กับเชื้อไวรัสได้ดียิ่งขึ้น

สรุป: วัคซีนมะเร็งปากมดลูก ป้องกันไว้ก่อน ดีกว่าแก้ไขทีหลัง

การดูแลตัวเองไม่ใช่แค่เรื่องของการกินอาหารดี ๆ หรือออกกำลังกายเท่านั้น แต่การฉีดวัคซีนก็เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยให้เราแข็งแรงจากภายในได้เหมือนกัน

วัคซีนมะเร็งปากมดลูก คือการป้องกันล่วงหน้าที่ได้ผลจริง และยิ่งฉีดไว ยิ่งได้ประโยชน์สูงสุด ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ เคยมีเพศสัมพันธ์หรือยัง ก็สามารถเข้ารับการฉีดได้ ถ้าหากลังเล ลองปรึกษาคุณหมอเพื่อความสบายใจ และอย่ารอให้สายเกินไปนะ สุขภาพดี เริ่มได้จากการตัดสินใจเล็ก ๆ ในวันนี้เลย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...