โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

บันทึกคำให้การพบ ‘รุ่นพี่’ ให้การขัดกัน สั่งลงโทษ ‘น้องเมย’ ใช้บันไดที่ไม่ได้รับอนุญาต แต่ความจริงรุ่นพี่อีกคนอนุญาตแล้ว

The Momentum

อัพเดต 22 ก.ค. 2568 เวลา 14.31 น. • เผยแพร่ 22 ก.ค. 2568 เวลา 07.31 น. • THE MOMENTUM

วันนี้ (22 กรกฎาคม 2568) ภายหลังศาลทหารอ่านคำพิพากษาชั้นฎีกา ให้จำคุก ‘รุ่นพี่’ ที่ลงโทษ ทำร้ายร่างกาย ‘น้องเมย’ นักเรียนเตรียมทหาร ภคพงษ์ ตัญกาญจน์ 4 เดือน 16 วัน แต่ให้รอลงอาญา 2 ปี มีการเปิดเผยบันทึกจาก สุพิชา ตัญกาญจน์ พี่สาวของภคพงษ์ โดยอ้างถึงเอกสารลับกระทรวงกลาโหม กรณี ภคพงศ์ ตัญกาญจน์ ชั้นปีที่ 1 ตอน 13 รุ่น 60 เหล่าทหารบก เสียชีวิตเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2560 โดยเป็นบันทึกการสอบปากคำ ‘รุ่นพี่’ 2 คน

ในเอกสารตอนหนึ่งระบุว่า ปัญหาของภคพงษ์คือบุคลิกที่ไม่เหมือนคนอื่น เวลาฝึกบอกอะไรเข้าใจยาก เช่น ได้สั่งการ แต่ก็ทำผิดถึง 3 ครั้ง คือแพรแถบหาย เจ็บขาแต่ไม่ได้แจ้งเหตุ และอีกเรื่องคือปัญหาการใช้บันได

สำหรับบันทึกคำให้การรุ่นพี่คนที่ 1 ระบุว่า เคยพาภคพงษ์ขึ้นบันไดที่ห้ามนักเรียนชั้นปีที่ 1 ใช้ มาทราบในเช้าวันรุ่งขึ้นว่า ภคพงษ์หยุดหายใจ พร้อมกับยังให้การว่า อนุญาตให้ภคพงษ์ใช้บันไดแล้ว แต่คนอื่นอาจไม่ทราบว่าอนุญาตแล้ว

อย่างไรก็ตามในเอกสารยังระบุคำให้การของรุ่นพี่คนที่ 2 ว่า มีการทำโทษภคพงษ์ โดยภคพงษ์เป็นคนกำหนดเวลาทำโทษเอง มีการทำโทษที่ห้องน้ำนายทหารเก่า ด้วยท่าหัวปักสลับกับท่าเตรียมตัวดันพื้นกำหมัด อย่างไรก็ตามระหว่างทำโทษภคพงษ์มีอาการไม่พอใจ ไม่ทำตามคำสั่ง จึงสั่งให้ทำหัวปักตะแกรงน้ำ ให้รู้ว่าถ้าทำท่านี้อีกจะโดนท่านี้ ใช้เวลา 30 นาที ตอนสุดท้ายได้ทำท่าหัวปัก แล้วก็ม้วนหน้าไปเองแล้วก็เกิดชัก

คำให้การของรุ่นพี่ยังระบุด้วยว่า บันไดมีทั้งสิ้น 3 ทาง โดยคอมแมน หรือนักเรียนบังคับบัญชาสามารถใช้ได้ทุกทาง แต่ภคพงษ์ใช้ทางขวาสุดเพียงทางเดียว พร้อมกับยอมรับว่า ท่าหัวปักเป็นท่าที่ไม่ได้รับอนุญาต อย่างไรก็ตามภคพงษ์เป็นผู้กำหนดเวลาเอง ส่วนการเลือกใช้ห้องน้ำเป็นสถานที่ลงโทษนั้นเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง และเวลาที่ลงโทษราว 23.20 น. ก็เป็นเวลานอนแล้ว

“เอกสารที่แนบมานี้ ไม่ได้ถูกส่งประกอบเข้าไปในการฟ้องร้อง เพราะขอเอกสารจากต้นสังกัดเข้ามาในสำนวนไม่ทัน แต่ดิฉันอยากเอาออกมาเปิดเผยให้ทุกคนได้รับทราบโดยทั่วกันว่า เรื่องทั้งหมดที่เด็กชายคนหนึ่งต้องรับมันไว้เกิดมากจากจุดใด” สุพิชาระบุในโพสต์

พร้อมกันนี้ยังระบุในบันทึกตอนหนึ่งว่า ศาลสูงยืนตามศาลอุทธรณ์ว่า จำเลยมีความผิดจริงตามฟ้องโจทก์ แต่ให้รอการจำคุกไว้ เนื่องด้วยเป็นการกระทำความผิดครั้งแรก

“ประเด็นต่อมาคือ ลงในฐานความผิดอาญาลหุโทษ ทำให้จำเลยยังคงรับราชการเป็นตำรวจได้ต่อไป โดยที่ไม่ต้องออกจากราชการ แต่คนตายนั้นไม่มีสิทธิแม้แต่ได้ดำรงชีวิตของตัวเองด้วยซ้ำ” พี่สาวน้องเมยระบุ

สำหรับคำพิพากษาของศาลทหารชั้นฎีกาตอนหนึ่งระบุว่า “ด้วยอายุของจำเลยไม่เคยได้รับโทษ การลงโทษไปก็ไม่เป็นประโยชน์ จึงให้จำเลยปรับปรุงตัวรับใช้ชาติต่อไปจะเป็นประโยชน์กว่า”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...