โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ช็อกวงการแพทย์ เปิดอาหาร ที่ผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายกิน แล้วหายขาดเหลือเชื่อ หาง่ายมาก

สยามนิวส์

เผยแพร่ 01 ก.ค. 2568 เวลา 05.57 น. • สยามนิวส์
ช็อกวงการแพทย์ เปิดอาหาร ที่ผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายกิน แล้วหายขาดเหลือเชื่อ หาง่ายมาก

เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. สื่อต่างประเทศ แพทย์หญิงสวี่รุ่ยอวิ๋น ได้เล่าผ่านรายการบน YouTube ถึงเรื่องราวของผู้ป่วยมะเร็งตับอ่อนระยะสุดท้ายรายหนึ่ง ที่ต่อสู้กับโรคร้ายมานานกว่า 5 ปี เขาพยายามรักษามาแล้วทุกวิถีทาง ทั้งจากโรงพยาบาลชั้นนำหลายแห่ง แต่กลับไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น จนกระทั่งแพทย์หลายท่านวินิจฉัยตรงกันว่า "ไม่สามารถรักษาได้แล้ว และแนะนำให้เตรียมตัวทำใจ

ในภาวะที่สิ้นหวัง ผู้ป่วยรายนี้ตัดสินใจที่จะเปลี่ยนแปลงความคิดและวิถีชีวิตอย่างสิ้นเชิง เขาเริ่มสำรวจที่มาของอารมณ์และความเครียดของตนเอง หันมาฟื้นฟูความสัมพันธ์กับคนในครอบครัว และละวางจากสิ่งที่ยึดติด พร้อมกันนั้นก็ได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอย่างเคร่งครัด โดยงดอาหารแปรรูปและอาหารที่มีน้ำตาลสูง หันมารับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และรับแสงแดดอย่างเพียงพอ

สิ่งที่น่าอัศจรรย์คือ หลังจากผ่านไปเพียงหนึ่งปี เซลล์มะเร็งในร่างกายของเขาได้หายไปอย่างไม่น่าเชื่อ และสุขภาพโดยรวมก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จนถึงปัจจุบันนี้ เขายังคงมีสุขภาพแข็งแรงและใช้ชีวิตปกติมาได้นานกว่า 10 ปี

แพทย์หญิงสวี่รุ่ยอวิ๋น เน้นย้ำว่า แท้จริงแล้วโรคภัยไข้เจ็บมักไม่ใช่การ รักษาให้หายขาด แต่เป็นการ ควบคุม และชี้ให้เห็นถึงความสำคัญอย่างยิ่งของจิตใจและอารมณ์ที่มีต่อระบบภูมิคุ้มกันและกลไกการฟื้นฟูของร่างกาย นอกจากนี้ เธอยังได้แนะนำ 5 หลักการรับประทานอาหารเพื่อป้องกันมะเร็ง ได้แก่:

เลือกรับประทานผักและผลไม้ออร์แกนิกปลอดสารพิษ

เพิ่มโปรตีนจากพืช เช่น ถั่วเหลืองและถั่วเปลือกแข็ง

เสริมวิตามิน D และ B12

รับประทานอาหารที่อุดมด้วยโอเมก้า 3 เช่น วอลนัทและเมล็ดแฟลกซ์

เตรียมน้ำดื่มเอง เพื่อหลีกเลี่ยงสารเจือปนที่ซ่อนอยู่ในอาหารนอกบ้าน

แพทย์หญิงสวี่รุ่ยอวิ๋น ทิ้งท้ายว่า การรับประทานอาหารที่เหมาะสมนั้น ควรทำให้ร่างกายรู้สึกเบาสบายและมีพลังงาน ไม่ใช่รู้สึกหนักหรืออ่อนเพลีย ซึ่งเป็นวิธีง่ายๆ ในการพิจารณาว่าอาหารนั้นเหมาะสมกับร่างกายของเราหรือไม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...