เฮกเซธชี้ ทรัมป์ยังมุ่งบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน ทัพมะกันเสริมกำลังในต.อ.กลาง
เฮกเซธชี้ ทรัมป์ยังมุ่งบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน ทัพมะกันเสริมกำลังในต.อ.กลาง
นายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมของสหรัฐ ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ฟอกซ์นิวส์เมื่อวันจันทร์ที่ 16 มิถุนายน ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงมุ่งเป้าไปที่การบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่าน แม้ว่าสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างอิสราเอล ซึ่งเป็นพันธมิตรของสหรัฐ กับอิหร่านจะทวีความรุนแรงขึ้นก็ตาม
เมื่อถูกถามว่าประธานาธิบดีทรัมป์ยังคงตั้งเป้าที่จะทำข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่านอยู่หรือไม่ เฮกเซธกล่าวว่า “แน่นอน ท่าทีของเราในภูมิภาคนี้ยังคงเน้นเชิงป้องกัน และยังคงเดินหน้าแสวงหาสันติภาพ เราวางกำลังในภูมิภาคในลักษณะเชิงป้องกัน เพื่อให้มีความแข็งแกร่งพอในการผลักดันข้อตกลงสันติภาพ และเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสิ่งนั้นจะเกิดขึ้นที่นี่”
ด้านเจ้าหน้าที่ระดับสูงในทำเนียบขาวรายหนึ่งออกมาปฏิเสธว่า มันไม่ใช่เรื่องจริงที่มีการกลางหาว่าสหรัฐโจมตีอิหราน เพราะสหรัฐไม่ได้ทำ
ขณะเดียวกันมีรายงานว่า กองทัพสหรัฐได้เสริมกำลังทางอากาศในภูมิภาคตะวันออกกลาง ด้วยการส่งเรือบรรทุกเครื่องบินนิมิตซ์ และเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าว ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและอิสราเอลที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ
เจ้าหน้าที่สหรัฐสองรายเผยกับรอยเตอร์ว่า กองทัพสหรัฐได้เคลื่อนย้าย เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงจำนวนมากไปยังทวีปยุโรป เพื่อให้ประธานาธิบดี ทรัมป์มีทางเลือกในการปฏิบัติการมากขึ้น
การที่เรือบรรทุกเครื่องบินนิมิตซ์มุ่งหน้าไปยังตะวันออกกลาง เป็นการส่งกำลังพลที่มีการวางแผนล่วงหน้าแล้ว โดยเรือบรรทุกเครื่องบินนิมิตซ์สามารถบรรทุกเจ้าหน้าที่ได้มากถึง 5,000 คน และสามารถบรรทุกเครื่องบินได้มากกว่า 60 ลำ ซึ่งรวมถึงเครื่องบินขับไล่ด้วย
เมื่อนำข้อมูลทั้งหมดมารวมกัน การเคลื่อนกำลังเหล่านี้บ่งชี้ว่าสหรัฐกำลัง เสริมขีดกำลังความสามารถทางอากาศอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อให้พร้อมสำหรับปฏิบัติการที่จะดำเนินต่อไป ในขณะที่อิหร่านและอิสราเอลเปิดฉากสู้รบตอบโต้กันอย่างรุนแรงในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐโพสต์ข้อความบน X ในคืนวันจันทร์ว่า เขาได้สั่งให้ส่งกำลังป้องกันเพิ่มเติมไปยังตะวันออกกลาง แต่ไม่ได้ระบุรายละเอียดใดๆ โดยบอกเพียงว่า “การปกป้องกองกำลังสหรัฐคือสิ่งสำคัญสูงสุด และการส่งกำลังครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างท่าทีป้องกันของเราในภูมิภาคนี้”
เว็บไซต์ติดตามเที่ยวบิน AirNav Systems รายงานว่า เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงของกองทัพอากาศสหรัฐกว่า 31 ลำ ส่วนใหญ่เป็นเครื่องบินรุ่น KC-135 และ KC-46 ได้ บินออกจากสหรัฐในวันอาทิตย์ โดยมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออก
AirNav ยังระบุด้วยว่า เที่ยวบินทหารของสหรัฐยังได้ลงจอดที่ยุโรป รวมถึงฐานทัพอากาศ Ramstein ในเยอรมนี และสนามบินในสหราชอาณาจักร เอสโตเนีย และกรีซ อีกด้วย
ด้านเจ้าหน้าที่สหรัฐปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นเกี่ยวกับจำนวนเครื่องบินที่แน่ชัด เช่นเดียวกับกระทรวงกลาโหมสหรัฐก็ปฏิเสธให้ความเห็นเช่นกัน โดยแจ้งให้สอบถามไปทางทำเนียบขาว ซึ่งก็ยังไม่ตอบสนองต่อคำขอให้แสดงความเห็นของรอยเตอร์ในทันที
เอริก ชูเตน นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงของ Dyami Security Intelligence กล่าวว่า การส่งเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงจำนวนมากไปทางตะวันออกแบบฉับพลัน ไม่ใช่เหตุการณ์ปกติทั่วไป นี่คือสัญญาณที่ชัดเจนของการเตรียมความพร้อมเชิงยุทธศาสตร์
“ไม่ว่าจะเพื่อสนับสนุนอิสราเอล หรือเตรียมพร้อมสำหรับปฏิบัติการระยะไกล เรื่องของลอจิสติกส์ถือเป็นกุญแจสำคัญ การเคลื่อนไหวครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าสหรัฐกำลังจัดวางกำลังเพื่อรับมือกับความตึงเครียดที่อาจลุกลามได้อย่างรวดเร็ว” ชูเตนกล่าว
แหล่งข่าวอีกรายหนึ่งที่ใกล้ชิดกับเรื่องนี้เปิดเผยว่า สหรัฐได้แจ้งให้ประเทศในภูมิภาครับทราบว่า กำลังเตรียมความพร้อมในเชิงป้องกัน แต่หากอิหร่านโจมตีเป้าหมายของสหรัฐ ก็พร้อมจะเปลี่ยนไปสู่ปฏิบัติการเชิงรุกทันที
ปัจจุบัน สหรัฐมีกำลังทหารในตะวันออกกลางเกือบ 40,000 นาย รวมถึงระบบป้องกันทางอากาศ เครื่องบินรบ และเรือรบที่สามารถสกัดขีปนาวุธได้
เมื่อเดือนที่ผ่านมา กระทรวงกลาโหมสหรัฐเปลี่ยนเครื่องบินทิ้งระเบิด B-2 ที่ประจำการในอินโด-แปซิฟิก เป็นเครื่องรุ่นใหม่ที่มีความสามารถในการบรรทุกระเบิดเจาะบังเกอร์ขนาดใหญ่ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าสามารถใช้โจมตีแหล่งผลิตอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่านได้ โดยฐานทัพในอินโด-แปซิฟิกดังกล่าวถือเป็นตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ที่เหมาะสมหากต้องปฏิบัติภารกิจในตะวันออกกลาง
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เฮกเซธชี้ ทรัมป์ยังมุ่งบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน ทัพมะกันเสริมกำลังในต.อ.กลาง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th