ถอดรหัสสูตรสำเร็จ iHAVECPU vs JIB ร้านคอม 2 สไตล์ ที่ลุยตลาดในยุคเดียวกัน เทียบหมัดต่อหมัดทั้ง “กลยุทธ์-แบรนด์-บริการ” กรณีศึกษาที่ผู้ประกอบการยุคใหม่ นำไปปรับใช้ได้จริง
THE STATES TIMES
อัพเดต 01 ธ.ค. 2568 เวลา 10.44 น. • เผยแพร่ 02 ธ.ค. 2568 เวลา 06.00 น. • THE STATES TIMES TEAMเมื่อ “แบรนด์คอมมิวิตี้” เจอ “อาณาจักรร้านไอทีหมื่นล้าน” ในตลาดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ไทย ถ้าพูดถึง “ร้านคอม” ชื่อที่คนจะนึกถึงบ่อยช่วงไม่กี่ปีนี้คือ…
- JIB Computer Group เชนร้านไอทีระดับประเทศ ยอดขายระดับหมื่นล้านบาทต่อปี มีสาขาทั่วไทยกว่า 100-150 สาขา
- iHAVECPU ร้านคอมที่เริ่มจากโรงสีข้าวในนครนายก กลายเป็นแบรนด์ขวัญใจเกมเมอร์-สตรีมเมอร์ ยอดขายวิ่งไปแถวพันกว่าล้านบาทต่อปีแล้วตอนนี้
แม้ทั้งคู่ขายของ “คล้ายกัน” คือ คอมประกอบ, อุปกรณ์คอม, เกมมิ่งเกียร์, โน้ตบุ๊ก แต่โครงสร้างธุรกิจ, วิธีคิดแบรนด์ และการเล่นเกมตลาด ต่างกันเกือบคนละขั้ว
บทความนี้ TST BIZ ขอพาชวนดูว่า iHAVECPU vs JIB เหมือน-ต่างกันยังไง และ SME-เจ้าของร้านยุคนี้เรียนรู้อะไรได้บ้าง
1. จุดเริ่มต้น: จากห้องเช่า vs จากโรงสีข้าว
JIB - จากห้องเช่าเซียร์ สู่เชนหมื่นล้าน
เริ่มจากห้องเช่าเล็ก ๆ ในห้างเซียร์ รังสิต ด้วยเงินทุนราว 200,000 บาท เมื่อประมาณ 20 ปีก่อน ก่อตั้งเป็น บริษัท เจ.ไอ.บี. คอมพิวเตอร์ กรุ๊ป จำกัด อย่างเป็นทางการในปี 2544 ทุนจดทะเบียนปัจจุบัน 350 ล้านบาท ดำเนินธุรกิจมากกว่า 23 ปีแล้ว
ขยายสาขาอย่างต่อเนื่องจนมีมากกว่า 100-150 สาขา ทั้งในห้างและ stand-alone ทั่วประเทศ ยอดขายรวมระดับหมื่นล้านบาทต่อปีตามบทสัมภาษณ์ผู้บริหาร
JIB จึงเป็น “อาณาจักรค้าปลีก IT” ที่โตด้วยโมเดล เชนสโตร์ + ระบบหน้าร้าน + รุกออนไลน์
iHAVECPU - จากมุมเล็ก ๆ ในโรงสี สู่แบรนด์คอมของเกมเมอร์
ฝั่ง iHAVECPU ถือว่ามีเส้นทางคนละแบบเลย ก่อตั้งโดย “เปา-พีรดนย์ เหมยากร” เริ่มจากขาย CPU มือสองออนไลน์ในปี 2013 ด้วยทุนประมาณ 40,000 บาท ที่ยืมแม่มา ซื้อของจาก eBay มาขายบนเว็บ Overclockzone โดยใช้ห้องเล็ก ๆ ในโรงสีข้าวของครอบครัวที่นครนายกเป็นออฟฟิศ-โกดัง
จากนั้นค่อย ๆ กลายเป็นร้านขายอุปกรณ์คอมครบวงจร และเติบโตด้วย 2 ปัจจัยหลัก คือ
1. ไลฟ์ขายของ + แนะนำสเปกแบบจริงใจ
2. บริการหลังการขาย 24 ชม. ที่เจ้าตัวลงมาดูเองในช่วงเริ่มต้น
ปัจจุบัน iHAVECPU มียอดขายต่อเดือนไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท สิ้นปี 2566 มียอดขายราว 1,300 ล้านบาท และปี 2567 ตั้งเป้าถึง 1,800 ล้านบาท ในขณะที่มีสาขาหน้าร้านประมาณ 13-15 สาขาทั่วประเทศ ทั้งนครนายก, กทม., ปริมณฑล และหัวเมือง
เพียงเท่านี้ก็สามารถสรุปภาพรวมคร่าว ๆ ได้แล้วว่า…
- JIB = Corporate Chain ที่โตด้วยระบบและสาขา
- iHAVECPU = Founder Brand ที่โตด้วยตัวตนและคอมมิวนิตี้
2. เหมือนกันตรงไหน: สินค้า-บริการในสนามเดียวกัน
.
สิ่งที่คล้ายกันชัด ๆ มี 4 อย่างด้วยกันคือ
1) ทั้งคู่ขายของครบวงจร ได้แก่ คอมประกอบ, โน้ตบุ๊ก, อุปกรณ์ต่อพ่วง, เกมมิ่งเกียร์, อุปกรณ์สำนักงาน ฯลฯ ครบทั้งเกมเมอร์-สายงาน-องค์กร
2) ทั้งคู่รับ “จัดสเปกคอม” ตามงบ
- JIB มีระบบจัดสเปก + ผ่อน 0% ส่งด่วน 4-5 ชม. ในกทม. พร้อมบริการซ่อมฟรีที่สาขากว่า 130 แห่งใน 70 จังหวัด
- iHAVECPU โฟกัสจัดสเปกตามงาน (เกม-สตรีม-ทำงาน) ในงบที่ลูกค้ากำหนดเองชัด ๆ ทั้งออนไลน์และหน้าร้าน
3) ทั้งคู่มีออนไลน์ + หน้าร้าน
- JIB: เว็บ + Marketplace + สาขาในห้างเป็นหลัก
- iHAVECPU: เว็บ + Live + Marketplace + สาขาขนาดกลาง-เล็กกระจายตามชุมชนเมือง
4) ทั้งคู่แข่งกันในตลาดกลุ่มเดียวกัน คือ “คนไทยที่ต้องการคอมดี ราคาไม่โหดเกินไป” ทั้งสายเกม, ฟรีแลนซ์, ออฟฟิศ, นักศึกษา
3. ต่างกันยังไง: โครงสร้าง-แบรนด์-ประสบการณ์ลูกค้า
3.1 โครงสร้างธุรกิจ & สเกล
- JIB อายุกว่าร่วม 20+ ปี, ทุนจดทะเบียน 350 ล้านบาท, สาขากว่า 100-150 แห่ง, ยอดขายรวมระดับหมื่นล้านต่อปี มีทีม Buyer, ทีมสาขา, Call Center 24 ชม., ระบบโลจิสติกส์ของตัวเอง
- iHAVECPU อายุธุรกิจราว 10-12 ปี, เริ่มจากร้านออนไลน์มือสอง → ปัจจุบันยอดขายปีละ 1,000-1,800 ล้านบาท, สาขาราว 15 แห่ง ทีมเล็กกว่า เคลื่อนตัวเร็ว เน้นแฟนเบส + บริการลึกมากในกลุ่มเกมเมอร์ / สตรีมเมอร์
มุมมองของ TST BIZ คือ JIB = “ห้างไอที” ในระดับโครงสร้าง ส่วน iHAVECPU = “ร้านคอมของเพื่อนที่เก่งมาก ๆ” แต่ขยายจนกลายเป็นเชน
3.2 Positioning & กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
JIB เดินในแนวทาง Mass IT Retail สำหรับทุกคนในห้าง เน้นภาพ “ศูนย์รวมสินค้าไอที” มีทุกอย่าง ตั้งแต่ PC ตั้งโต๊ะ, โน้ตบุ๊ก, Storage, ปริ้นเตอร์, จนถึงอุปกรณ์เสริมเล็ก ๆ น้อย ๆ
กลุ่มลูกค้า มีตั้งแต่พนักงานออฟฟิศ, ครอบครัว, นักศึกษา ไปจนถึงลูกค้าองค์กร
หัวใจคือ “ความสะดวก” อยู่ในห้าง-ศูนย์การค้า, ผ่อน 0%, มีสาขาใกล้บ้าน, เคลมของที่สาขาได้
iHAVECPU วางตัวเป็น Friends of Gamers & Creators โดยสร้าง Branding ชัดจากสโลแกน “ถ้าคุณชอบคอมพิวเตอร์ เราคือเพื่อนกัน” และเนื้อหาในเว็บที่เน้นคน “ไม่มีความรู้เรื่องคอม ก็ให้ร้านช่วยดูแล”
ฐานลูกค้ามาจาก เกมเมอร์ สตรีมเมอร์ คนทำคอนเทนต์ คนที่อยากได้ “คอมครบเซต” ไม่อยากปวดหัวจัดเอง
โดยเจ้าของแบรนด์ (คุณเปา) เป็น Influencer / Streamer เองด้วย ทำให้แบรนด์มี “หน้าตา” ชัดเจนในโซเชียล
3.3 สไตล์การขาย & การตลาด
JIB >> ระบบ + โปรโมชั่น + Omni-channel
จุดขายหลักคือ “ความครบ + ความเร็ว + โปรผ่อน” เช่น ส่งด่วน 4–5 ชม. ในกทม., ผ่อน 0% 10 เดือน, เปลี่ยนใหม่ใน 24 ชม.ถ้าสินค้าเสียใน 30 วัน (ช่องทางออนไลน์) เดิมพันหนักกับการอยู่ในห้าง + ป้ายโปร + Online Campaign ระดับประเทศ โฟกัส Data / ระบบหลังบ้าน (มี case company visit เรื่อง Data-Driven Organization)
iHAVECPU >> ไลฟ์ + คอนเทนต์ + “ตัวจริงในสิ่งที่ขาย” ใช้การไลฟ์แนะนำสเปก-รีวิวเครื่อง-คุยเล่น กับลูกค้าแบบกันเอง จนกลายเป็นภาพจำของแบรนด์ โดยเจ้าของลงคลิป-ออกสื่อเอง ทั้งรายการสัมภาษณ์, รายการธุรกิจ, YouTube, Facebook ฯลฯ เน้น storyteller ว่า “จากทุน 4 หมื่น → 1,800 ล้าน”
นอกจากนี้ยังใช้ community game / streaming / e-sport เป็นจุดเชื่อมลูกค้า ไม่ได้ขายแค่สินค้า แต่ขาย “โลกของคนเล่นคอม”
3.4 ประสบการณ์ลูกค้า: ห้างใหญ่ vs ร้านเฉพาะทาง
ถ้าคุณเดินเข้าห้าง โอกาสเจอ JIB สูงมาก เพราะกระจายสาขาในห้างใหญ่แทบทุกจังหวัด มีเคาน์เตอร์, ป้ายราคา, โปรผ่อนชัดเจน การบริการเป็นระบบเหมือน retail chain ทั่วไป
ถ้าคุณตามเพจ / YouTube สายเกม ชื่อ iHAVECPU จะโผล่ในหน้าฟีด บ่อยในรูปแบบ คลิปประกอบเครื่อง / รีวิวเคสเทพ / ไลฟ์ยาว ๆ คุยกับลูกค้า ทำให้ความสัมพันธ์กับลูกค้าดู “ใกล้” แบบคอมมิวนิตี้ มากกว่าเคาน์เตอร์ขายของ
4. ในมุมของ TST BIZ: เจ้าของธุรกิจเรียนรู้อะไรจาก iHAVECPU vs JIB?
1) สนามเดียวกัน แต่ “สูตรสำเร็จ” ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน
- JIB ชนะด้วยระบบ-สาขา-เงินลงทุน
- iHAVECPU ชนะด้วยตัวตน-คอมมูนิตี้-บริการลึกในนิชกลุ่ม
สำหรับ SME ไม่จำเป็นต้องมีทุนระดับ JIB แต่ต้องหาว่า “ข้อได้เปรียบจริง ๆ ของเราอยู่ตรงไหน”
2) จากร้านเล็ก → แบรนด์ชาติ ต้องชัดทั้ง “แบรนด์” และ “หลังบ้าน”
- iHAVECPU โตได้เพราะทั้ง “หน้า” (คอนเทนต์-ไลฟ์-เพจ) และ “หลังบ้าน” (จัดสเปก, แพ็กของ, บริการหลังการขาย) ถูกเล่าออกสื่อจนคนเชื่อมั่น
- JIB ใช้เวลาสร้างระบบสาขา, การขยายทุน, การบริหารสต๊อก-ซัพพลายเชน จนกลายเป็นอาณาจักรหมื่นล้าน
3) ยุคนี้ “คนขาย” คือสินทรัพย์ทางธุรกิจ (Human Brand = Asset)
- คุณเปา iHAVECPU คือตัวอย่างชัดว่า “หน้าเจ้าของ” ทำให้ร้านต่างจากร้านคอมทั่วไป และสร้างยอดขายระดับพันล้านได้
- ฝั่ง JIB แม้เป็นองค์กรใหญ่ แต่ก็เริ่มใช้ภาพ “พี่จิ๊บ Somyot” เล่าเรื่องจากเด็กวัดสู่เจ้าของธุรกิจหมื่นล้าน เพื่อสร้าง Human Brand เช่นกัน
4) Data + Community = ระยะยาว
- JIB พูดเรื่อง Data-Driven, Omni-channel, Online Store อย่างจริงจัง
- iHAVECPU ทำ Data ผ่าน community insight รู้จักคนดู, คนเล่นเกม, คนสั่งเครื่อง, สร้างสินค้า-โปรตามพฤติกรรมจริง
สรุปสั้น ๆ สำหรับผู้อ่าน TST BIZ
ถ้ามองด้วยตาเปล่า: iHAVECPU vs JIB = ร้านคอม 2 เจ้า
ถ้ามองแบบธุรกิจ:
-JIB = โครงสร้างเชนค้าปลีกไอทีระดับประเทศ
-iHAVECPU = แบรนด์คอมมิวนิตี้ที่ใช้ตัวตนและโซเชียลดันขึ้นมาชนรายใหญ่
ทั้งสองเคสจึงไม่ใช่แค่ “สงครามร้านคอม” แต่เป็นตัวอย่างชัดว่า…
ในยุคที่คนซื้อของออนไลน์-ออฟไลน์ปนกันไป คุณจะเป็นได้ทั้ง “เชนใหญ่” แบบ JIB หรือ “แบรนด์เฉพาะทาง” แบบ iHAVECPU แต่อย่างน้อย ต้องตอบให้ได้ว่า ลูกค้าเลือกเรา เพราะอะไร ที่ไม่ใช่แค่เรื่องราคา