โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แข้งฮัมบูร์ก ขอโทษ - หลังสติแตกปีนขึ้นอัฒจันทร์-ทำร้ายแฟนบอล (มีคลิป)

Khaosod

อัพเดต 15 ก.ย 2563 เวลา 11.55 น. • เผยแพร่ 15 ก.ย 2563 เวลา 10.02 น.

แข้งฮัมบูร์ก - โทนี ไลสต์เนอร์ ปราการหลังของฮัมบูร์ก ออกมาขอโทษ หลังคุมสถิติไม่อยู่ จนปีนขึ้นอัฒจันทร์และมีเรื่องกับแฟนบอล หลังจบเกมที่พวกเขาต้องตกรอบเดเอฟเบ โพคาล ด้วยการพ่ายต่อ ดินาโม เดรสเดน 1-4 ในการแข่งขัน เมื่อวันที่ 14 ก.ย. ที่ผ่านมา ทั้งนี้เจ้าตัวเปิดเผยว่าถูกยั่วยุจนเก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่

โดยหลังจากเกิดเหตุการณ์ดังล่าว ไลสต์เนอร์ ซึ่งบ้านเกิดอยู่ที่เดรสเดน ออกมาขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้น ว่า “หลังจบเกมที่บ้านเกิดของผม ผมถูกแฟนบอลบนอัฒจันทร์ปล่อยถ้อยคอที่เหยียดใส่ ปกติแล้วผมสามารถรับมือกับมันได้ แต่คราวนี้เป็นอะไรที่เกินไปมากๆ เพราะเป็นการพูดถึงครอบครัวของผม, ภรรยาของผม และ ลูกสาวของผม”

https://twitter.com/ESPNFC/status/1305598745984335879

“มันทำให้ผมควบคุมตัวเองไม่อยู่ และมากไปกว่านั้น มันเป็นเพราะว่าอารมรณ์ที่เกิดขึ้นจากแมตช์นี้ด้วย อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ไม่ควรขึ้น ผมเป็นพ่อคนที่ต้องการจะเป็นแบบอย่างให้กับลูก ผมขอโทษกับทุกอย่างที่เกิดขึ้น และสามารถสัญญาได้ว่าไม่ว่าจะมีคำสบประมาทอะไรก็ตาม ผมจะไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก”

ขณะที่ฝั่งสโมสรดินาโม เดรสเดน ได้ออกมาทำการสืบสวนหาตัวแฟนบอลที่ยั่วยุไลสต์เนอร์โดยด่วนเพื่อแสดงความรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น “มันเป็นเรื่องที่น่าอับอายที่โทนีถูกแฟนบอลของสโมสรในบ้านเกิดของเขาพูดจาไม่ดีใส่ เรากำลังตามหาบุคคลดังกล่าว เพราะเราไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น เราอยากขอบคุณแฟนบอลส่วนใหญ่อีก 99.9 เปอร์เซ็นต์ที่มาชมเกมวันนี้ และแสดงให้เห็นถึงการสนับสนุนของพวกเขา”

ไลสต์เนอร์ เพิ่งย้ายมาอยู่กับฮัมบูร์ก เมื่อวันที่ 28 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้เขาเล่นให้กับควีนส์ ปาร์ก เรนเจอร์ส ตั้งแต่ปี 2018 และก่อนหน้านี้เคยเล่นให้อูนิโอ เบอร์ลิน และ เอฟซีโคโลญจน์ มาก่อน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...