ย้อนรอยคดีดังปี'60 "เปรี้ยว" สวยสังหาร / ฆ่ายกครัว 8 ศพกระบี่ / จี้คลี่ปมเยาวชนลาหู่ / ครูจอมทรัพย์
ย้อนเหตุ พ.ต.อ. สั่งอุ้มฆ่า
ประเดิมปี 2560 ด้วยคดีอื้อฉาวของวงการสีกากี สำหรับกรณีการเสียชีวิตของ น.ส.สุภัคสรณ์ หรือหญิง พลไธสง อายุ 28 ปี สาวหล่อในร้านอาหารอีสาน ย่านพุทธมณฑลสาย 4 ที่หายตัวไปตั้งแต่ธันวาคม 2559
โดยมีพยานยืนยันชัดว่าถูกอุ้มหายไปจากคอนโดฯ ย่านหนองแขม แถมพฤติกรรมยังคล้ายคนมีสี จนกระทั่งมกราคม 2560 เจ้าหน้าที่สืบสวนขยายผลก็พบศพหน้องหญิงถูกฆ่าโบกปูนในรีสอร์ตร้างแห่งหนึ่งที่ จ.กาญจนบุรี
จึงพุ่งเป้าที่ไปความสัมพันธ์ระหว่างน้องหญิงกับ น.ส.กรรณิกา หรือดาว กรุมรัมย์ อายุ 39 ปี นักร้องเพลงร้านอาหารแห่งหนึ่ง โดยนักร้องดาวก็ไปมีสัมพันธ์กับนายตำรวจระดับผู้กำกับ สภ. แห่งหนึ่ง และขัดแย้งกันเรื่องเงินทอง ที่นายตำรวจมอบให้น้องดาว แต่น้องหญิงหยิบยืมไปหลายครั้ง รวมแล้วกว่า 4 ล้านบาท
เมื่อได้พยานหลักฐานชัดเจน จึงขออนุมัติหมายจับ พ.ต.อ.อำนวย พงษ์สวัสดิ์ อายุ 59 ปี ผกก.สภ.บ้านโป่ง พร้อมพวกอีก 7 คน ซึ่งรวมถึงนักร้องดาวด้วย
พ.ต.อ.อำนวย มอบตัว ให้การภาคเสธ อ้างว่าต้องการสั่งสอน แต่ทีมที่ลงมือทำรุนแรงเกินไป สาเหตุก็มาจากเรื่องหึงหวง แค้นโดนหมิ่นศักดิ์ศรี
จึงจ้างทีมฆ่าผ่านกำนันคนสนิท โดยว่าจ้างเป็นเงิน 2 แสนบาท
ให้มารับเงินงวดแรกที่ห้องทำงาน ผกก. ที่ สภ.บ้านโป่งด้วย
อีกคดีที่ผู้ต้องหาเป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ เกิดขึ้นที่ จ.ตรัง เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2560 เจ้าหน้าที่พบศพ นายนเรนทร์ฤทธิ์ สุวรรณโณ อายุ 17 ปี หรือน้องบาส ถูกยิงแสกหน้า ทิ้งศพลงน้ำที่สะพานบ้านลำแพะ-คลองลำภูรา อ.เมือง จ.ตรัง ต่อมาตำรวจออกหมายจับ พ.ต.อ.รัฐระวี ไชยชนะ ผกก.อก.ภ.จว.ยะลา และพวกรวม 6 คนที่ร่วมเป็นทีมสังหาร
โดยสาเหตุเกิดจาก นายวิชาญ หนูสีคง อายุ 53 ปี ไม่พอใจน้องบาสที่มาติดพันลูกสาว แถมใช้จังหวะที่ตนและครอบครัวไปทำธุระ ปีนเข้าหาถึงในห้องในบ้านพักที่ อ.เทพา จ.สงขลา เมื่อกลับมาเจอ จึงจับตัวน้องบาสพร้อมลงมือซ้อมจนบาดเจ็บ
จากนั้นไม่รู้ทำอย่างไรจึงติดต่อ พ.ต.อ.รัฐระวี ที่เป็นญาติกัน มาช่วยจัดการ ต่อมา พ.ต.อ.รัฐระวี พร้อมลูกน้อง จึงขับรถกระบะรีโว่ มาอุ้มตัวไป แล้วยิงทิ้งศพลงแม่น้ำ
สุดท้ายก็หนีไม่พ้นเงื้อมมือกฎหมาย
ครูจอมทรัพย์-อ้างแพะรถชน
เป็นอีก 1 คดีที่สังคมให้ความสนใจ สำหรับกรณีครูจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร ครูใน จ.สกลนคร ที่ถูกศาลฎีกาพิพากษาจำคุกในคดีขับรถชนคนตายเมื่อปี 2548 ซึ่งพอพ้นโทษออกมาก็เดินหน้าขอรื้อคดีโดยการดำเนินการของกระทรวงยุติธรรม
พร้อมเปิดตัว นายสับ วาปี ที่อ้างว่าเป็นคนขับรถชนเอง แต่ตำรวจไม่มาติดตามจับกุม ส่งผลให้เกิดกระแส “ครูแพะ” ทั่วบ้านทั่วเมือง
ขณะที่ทางตำรวจชี้พิรุธหลายด้าน ตั้งแต่มีคนมากกว่า 1 คน สมอ้างเป็นคนขับรถชนคนในคดีนี้ อีกทั้งรถที่อ้างว่าก่อเหตุ ก็ถูกนำไปใช้ในไร่ จนไม่น่าจะเอาไปชนใครได้
ที่สุดแล้ว ศาลก็มีคำสั่งยกฟ้อง ไม่รับคำร้องรื้อฟื้นคดี โดยตั้งข้อสังเกตว่าแม้ครูจอมทรัพย์จะอ้างนายสับเป็นคนขับรถชน แต่ไม่เอานายสับขึ้นเป็นพยานให้การต่อศาล
แถมพยานที่อ้างว่าเห็นเหตุการณ์ก็ให้การสับสน ไม่น่าเชื่อถือ
หลังจากศาลยกคำร้อง เจ้าหน้าที่ตำรวจก็เร่งดำเนินคดีในข้อหาให้การเท็จ พร้อมจับกุมนายสับมาสอบสวนจนรับสารภาพว่ารับจ้างจาก นายสุริยา หรือครูอ๋อง นวลเจริญ เป็นเงิน 4 แสนบาท
สุดท้ายทั้งครูจอมทรัพย์ ครูอ๋อง นายสับ ก็ไม่รอด ถูกดำเนินคดี สั่งฟ้องรวมกับพวก 11 คน
นอกจากนี้ ยังสอบสวนดีเอสไอ และเจ้าหน้าที่ ยธ. ที่ร่วมรื้อคดี ว่าบกพร่องต่อหน้าที่หรือไม่
จี้พิสูจน์วงจรปิด “ชัยภูมิ ป่าแส”
ยังคงเป็นเรื่องที่นักสิทธิมนุษยชนทั่วโลกจับตามอง คดีที่ทหารจุดตรวจบ้านรินหลวง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ยิงเอ็ม 16 ปลิดชีวิต นายชัยภูมิ ป่าแส อายุ 17 ปี นักกิจกรรมชาวลาหู่ โดยอ้างว่านายชัยภูมิเป็นพ่อค้ายาเสพติด และพยายามปาระเบิดใส่เจ้าหน้าที่ จนต้องวิสามัญ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2560
ทั้งที่ไม่เคยมีประวัติเกี่ยวกับยาเสพติด แถมเป็นเยาวชนที่ทำกิจกรรมเพื่อชนเผ่า และรณรงค์ให้เยาวชนไม่ข้องแวะยาเสพติดด้วยซ้ำ
แต่ทางฝ่ายเจ้าหน้าที่โดย พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภาค 5 ยืนยันมีประวัติเคยถูกเจ้าหน้าที่ล่อซื้อยาเสพติดก่อนหน้านี้ แต่หลบหนีได้หวุดหวิด
ขณะที่ พล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 บอกว่าลูกน้องใจเย็นที่ยิงเพียงนัดเดียว หากเป็นตัวเองคงกดออโต้ไปแล้ว
หนำซ้ำหากย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 ก็เกิดเหตุวิสามัญคล้ายๆ กับกรณีนี้มาแล้ว โดยทหารระบุว่าคนร้ายเตรียมจะปาระเบิดใส่เช่นกัน
ทั้งหมดเป็นเหตุให้องค์กรสิทธิมนุษยชนระดับโลก ออกแถลงการณ์ให้รัฐบาลไทยคลี่คลายคดีดังกล่าวให้กระจ่าง
พร้อมให้เปิดกล้องวงจรปิดที่ด่านตรวจ
จนแล้วจนรอด ผ่านไปร่วมปี มีแต่ ผบ.ทบ. และแม่ทัพภาคที่ 3 ที่อ้างว่าเห็นภาพทั้งหมดเท่านั้น
แต่สังคมก็ยังไม่เคยเห็น
ปิดคดี “เปรี้ยว” สวยสังหาร
มาถึงคดีสวยสังหาร กรณี น.ส.ปรียานุช หรือเปรี้ยว โนนวังชัย อายุ 22 ปี ที่ร่วมกับแก๊งเพื่อนสนิทรวม 5 คน อุ้มน้องแอ๋ม น.ส.วาริสรา กลิ่นจุ้ย หายไปแล้วกลายเป็นศพถูกฆ่าหั่นฝังดินไว้ที่ อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2560
โดยเปรี้ยวและพวกมาดักรออุ้มแอ๋ม ขึ้นรถซีอาร์วีที่เช่าไว้ หายไปตั้งแต่กลางดึกวันที่ 22 พฤษภาคม เพื่อเอาตัวไปทำร้ายสั่งสอน เพราะไม่พอใจเรื่องหนี้สินที่แอ๋มยืมไปประมาณ 3-4 หมื่นบาท และเมื่อปี 2559 แอ๋มถูกจับคดียาเสพติด และซัดทอดจนกระทั่งสามีของเปรี้ยวถูกจับไปด้วย
จึงดักอุ้ม หวังสั่งสอน แต่เกิดพลั้งมือบีบคอแอ๋มจนตายคารถ
จากนั้นทั้งหมดที่ไปด้วยกัน ก็ตระเวนหาซื้ออุปกรณ์หั่นศพ และไปลงมือหั่นในรีสอร์ตแห่งหนึ่ง ก่อนนำไปฝังดิน ซึ่งเจ้าหน้าที่มีภาพวงจรปิดจับภาพได้เกือบทุกขั้นตอน รวมทั้งจากคำสารภาพของ นายวศิน นามพรหม เพื่อนร่วมแก๊งที่จับได้ก่อนหน้านี้ก็เป็นหลักฐานมัดตัวแน่น
ขณะที่เปรี้ยวและเพื่อนสาวอีก 2 คน ก็เบิกเงินทั้งหมดที่มีข้ามพรมแดนไทย-พม่า ที่ อ.แม่สาย แต่สุดท้ายก็ทนแรงกดดันไม่ได้ ต้องเข้ามอบตัวเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน
ด้วยชีวิตของ “เปรี้ยว” ที่โลดโผนทั้งในชีวิตจริงและโลกออนไลน์ กับหน้าตาที่สะสวย ทำให้สังคมสนใจอย่างกว้างขวาง
“บังฟัต” ยิงโหดยกครัว 8 ศพ
คดีโหดแห่งปีอย่างแน่แท้ สำหรับกรณีฆ่ายกครัว 8 ศพของผู้ใหญ่บ้านวีรยุทธ สังหลัง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ เมื่อคืนวันที่ 10 กรกฎาคม 2560
โดยพฤติกรรมสุดเหี้ยมโหด บุกเข้าไปในบ้านกลางวันแสกๆ อ้างเป็นเจ้าหน้าที่แต่งชุดลายพรางมาตรวจยาเสพติด แล้วจับตัวคนในบ้านไว้เป็นตัวประกัน
จนกระทั่งนายวีรยุทธกลับมาถึงบ้าน ก็คุมตัวเจรจา แต่ไม่เป็นผล นำมาซึ่งการฆ่าโหด 8 ศพ มีทั้งเด็ก และผู้หญิงรวมอยู่ด้วย ก่อนจะอำพรางคดีว่านายวีรยุทธเครียดเรื่องปัญหาหนี้สินจึงก่อเหตุยิงคนในครอบครัวแล้วฆ่าตัวตายตาม
แต่ก็สร้างพิรุธหลายประการ ทั้งฮาร์ดดิสก์วงจรปิด และเก๋งยาริสของนายวีรยุทธ ที่คนร้ายขับหนีไปด้วย
คดีนี้ได้รับการโจษจันกว้างขวาง จนกระทั่ง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ลงไปคุมคดีด้วยตัวเอง เพียง 5 วันก็คลี่คลาย เมื่อพบว่าคนร้ายไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นคนรู้จักกันกับครอบครัวผู้ตาย
ก็คือ นายซูริก์ฟัต บ้านนบวงศ์สกุล หรือบังฟัต ที่ร่วมกับพวก 9 คนก่อเหตุสยองครั้งนี้
สาเหตุเกิดจากนายวีรยุทธนำโฉนดที่ดินไปขายฝากไว้กับบังฟัต เป็นเงินล้านกว่าบาท แต่ต่อมาธนาคารแจ้งว่าจะหลุดจำนอง จึงไปไถ่คืนมา แต่บังฟัตไม่ยอมคืนโฉนดให้ จนมีปากเสียงถึงขั้นนายวีรยุทธขู่จะฆ่าล้างโคตร
บังฟัตจึงตัดสินใจลงมือก่อน พร้อมแต่งตัวเครื่องแบบคล้ายทหารให้ลูกน้องเรียกผู้พัน จะได้สะดวกเวลาเจอด่านตรวจ
สุดท้ายไม่รอดเงื้อมมือกฎหมาย
พล.ต.แก๊งอุ้มรีด-ร.อ.อุ้มฆ่า
อีกเรื่องที่ฮือฮาตลอดปี 2560 ก็คือสารพันคดีจากฝีมือของทหาร ตั้งแต่ พล.ต.จรูญ อำภา ผอ.สปก.ศปร. ถูกตำรวจบุกจับเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม หลังพบพัวพันกับแก๊งอุ้มรีด โดยกลุ่มคนอ้างตัวเป็นทหารบุกอุ้ม นายสุรชัย แซ่ย่าง ในบ้านพักกลางกรุง เจ้าของบริษัทคันต้า กรุ๊ป ที่ทำธุรกิจสายการบินเช่าเหมาลำ อ้างว่าพบว่ายุ่งเกี่ยวกับการทำทะเบียนราษฎร และบัตรประชาชนปลอม
แล้วนำมาพบกับ พล.ต.จรูญ ก่อนทีมงานจะเรียกเงิน 20 ล้าน แต่ต่อรองจนเหลือ 2 ล้านบาท
คดีต่อมา ส.ท.พลกฤต วิเศษ อดีตทหารสังกัดศูนย์ปืนใหญ่ ลพบุรี ที่อุ้ม น.ส.พลอยนรินทร์ ผลิผล แฟนสาวจากหน้าโรงงานที่ อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา แล้วเอาไปฆ่าเผาทิ้งศพที่เขาหินซ้อน อ.แก่งคอย จ.สระบุรี
ก่อนทำศัลยกรรมแปลงโฉม ไปทำงานบาร์เกย์ หนีคดีอยู่ 3 ปี จนกระทั่งถูกกดดันหนักจึงต้องยอมมามอบตัว
นอกจากนี้ ยังมีกรณี ร.อ.ศุภชัย ภาโส ผบ.ร้อย 112 ฐานปฏิบัติการภูมะเขือ ในคดีอุ้มฆ่าอำพราง ผอ.อ้อย หรือ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน หรือ ผอ.อ้อย ผอ.กองการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ
หลังพบศพถูกทิ้งที่เนิน 500 ห่างจากฐานอนุพงษ์ บ้านโนนสูง ต.โคมประดิษฐ์ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี
โดยสาเหตุเกิดจากที่ ผอ.อ้อยติดตามทวงหนี้ ลามไปถึงเข้าพบผู้บังคับบัญชาเพื่อทวงเงิน
ทั้งหมดจึงนับเป็นคดีแห่งปี 2560