'กัญจนา' ก้าวข้ามความขัดแย้ง เผยความหลัง คนทำ 'ศิลปอาชา' เจ็บปวด!
‘กัญจนา’ ก้าวข้ามความขัดแย้ง เผยความหลัง คนทำ ศิลปอาชา เจ็บปวด!
เมื่อวันที่ 6 มี.ค. หลังจาก น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา(ชทพ.) พร้อมด้วยนายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรค นายวราวุธ ศิลปอาชา ประธานกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์พรรค นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรค เดินทางมาช่วยผู้สมัครของพรรคหาเสียง ขอคะแนนจากพี่น้องชาวเทศบาลนครสุราษฎร์ธานีแล้ว และเปิดเวทีปราศรัยที่สนามข้างโรงแรมวังใต้แล้ว
ช่วงบ่ายได้เดินทางไปยังจ.นครศรีธรรมราช ขึ้นรถแห่พบปะประชาชนในเขตเทศบาลนครศรีธรรมราช และขึ้นเวทีปราศรัยที่สนามหน้าเมืองนครศรีธรรมราช
น.ส.กัญจนา กล่าวปราศรัยว่า โครงการลุ่มน้ำปากพนัง เกิดขึ้นในสมัยที่นายบรรหาร ศิลปอาชา เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อปี 2538 ซึ่งในช่วงนั้นพ่อบรรหารเดินทางมาที่จ.ดนครศรีธรรมราชทุกเดือน เพื่อตรวจเยี่ยมงาน ซึ่งถือเป็นความผูกพันธ์อย่างยิ่ง พรรคชาติไทยพัฒนาเป็นพรรคการเมืองที่ขนาดกำลังดีคือทำงานได้ไม่สลับซับซ้อน มีผู้สมัคร และกรรมการบริหารพรรค ที่สามารถลงพื้นที่ไปสอบถามปัญหาจากพี่น้องประชาชน
อย่างไรก็ตาม มักมีคนพูดว่าพรรคชาติไทยพัฒนาจ้องแต่จะเป็นรัฐบาล ต้องถามกลับไปว่าพรรคการเมืองพรรคไหนที่อาสามาทำงานแล้วไม่อยากเป็นรัฐบาลบ้าง เพราะการเป็นรัฐบาลสามารถนำนโยบายมาสานต่อเป็นรูปธรรมให้กับประชาชน พรรคชาติไทยจนมาถึงพรรคชาติไทยพัฒนาเคยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลมาแล้วถึงสองครั้ง คือในสมัยที่พล.อ.ชาติชาย ชุณหะะวัน เป็นนายกรัฐมนตรี และสมัยนายบรรหารเมื่อปี 2538
อีกทั้งเคยเป็นฝ่ายค้าน พรรคร่วมรัฐบาลเราก็เคยเป็น ตนต้องการสื่อว่าพรรคชาติไทยพัฒนาทำงานได้ทุกสถานะ แต่ถ้าเป็นรัฐบาลเราสามารถตอบสนองปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้มากกว่าการเป็นฝ่ายค้าน
“ในอดีตหากทุกคนยังจำกันได้ สมัยที่นายบรรหารเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ได้ถูกฝ่ายค้านคือพรรคประชาธิปัตย์ในสมัยนั้น อภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ครั้งหนึ่งของประเทศไทย กล่าวหาว่าพ่อบรรหารเกิดในประเทศจีน อภิปรายจนกระทั่งพ่อบรรหารถึงกับกลับไปถามคุณย่าที่บ้านว่า ตัวเองเกิดที่ประเทศจีนจริงอย่างที่ถูกอภิปรายหรือไม่ ซึ่งคุณย่าได้ยืนยันว่า “อาตี๋ เอ็งเกิดที่สุพรรณบุรี”
“ซึ่งครั้งนั้นเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ทำให้นายบรรหารเกิดความสับสนเสียเอง และสร้างความเจ็บปวดให้กับครอบครัวเป็นอย่างมาก” น.ส.กัญจนา กล่าว
ต่อมาพรรคการเมืองที่ต้องการเป็นนายกรัฐมนตรีอย่างสบายๆ ได้มาต่อรองให้ลาออกภายใน 3 วัน แต่นายบรรหารได้ขอเวลา 7 วัน และในที่สุดก็ได้ประกาศยุบสภา ทำให้มีการล้างไพ่แล้วเลือกตั้งใหม่ ในสมัยต่อมาพรรคประชาธิปัตย์ได้มาขอให้พรรคชาติไทยเข้าร่วมรัฐบาล ซึ่งนายบรรหารได้บอกกับครอบครัวว่า ขอให้ลืมความขุ่นข้องหมองใจ เพราะหากพรรคชาติไทยไม่เข้าร่วมรัฐบาลประเทศชาติจะเดินหน้าต่อไปไม่ได้
ดังนั้นที่กล่าวมาทั้งหมดต้องการชี้ให้เห็นว่า ชาติไทยพัฒนาสามารถก้าวข้ามความขัดแย้งไปได้เพื่อให้ประเทศเดินหน้าไปได้ นโยบายสำคัญของนายบรรหารคือความปรองดอง ก้าวข้ามความขัดแย้งในประเทศ ซึ่งเป็นคำของนายบรรหารพูดไว้ตั้งแต่ปี 2554 และจนถึงปัจจุบันยังเป็นนโยบายหลักของพรรคชาติไทยพัฒนา ซึ่งไม่เคยนำความขัดแย้งมาอยู่ในอารมณ์ เราต้องการก้าวข้ามความขัดแย้งไปสู่การพัฒนาประเทศ
น.ส.กัญจนา กล่าวด้วยว่า ขอขอบคุณพี่น้องชาวจ.นครศรีธรรมราชที่มาร่วมฟังการปราศรัยหาเสียงของพรรคชาติไทยพัฒนาในคืนนี้ ถึงแม้ทราบว่านายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ได้เปิดปราศรัยอยู่เวทีที่ไม่ห่างกันมากนัก
สำหรับผู้สมัครส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคชาติไทยพัฒนา ได้แก่ นายวิโรจน์ พรหมสุด เขต 1 นายมณี เหมทานนท์ เขต 2 นายชยุต หนูสาย เขต 3 นายสมยศ หนูหนอง เขต 4 นายจอมไกร สวัสดิวงศ์ เขต 5 นายสิริบรรณจบ คงใหม่ เขต 6 นายนิติศาสตร์ ทองสมัคร เขต 7 นายวัชนะ งามขำ เขต 8
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่