โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

การเติบโต Vs. อัตรากำไรสุทธิ

Stock2morrow

อัพเดต 24 มิ.ย. 2564 เวลา 02.00 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2564 เวลา 02.00 น. • Stock2morrow
การเติบโต Vs. อัตรากำไรสุทธิ

Growth หรือที่นักลงทุนชอบเรียกกันติดปากว่า "อัตราการเติบโต" เวลาเราพูดถึงสิ่งนี้ มักจะอ้างอิงได้หลายแบบเช่น ยอดขาย รายได้ กำไร แต่โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะอ้างอิงถึงการเติบโตของรายได้มากกว่า

Net Margin หรืออัตรากำไรสุทธิ เป็นตัวเลขที่บ่งบอกถึงคุณภาพของกำไรที่บริษัททำได้ว่ามีมากน้อยแค่ไหน รายได้เข้าบริษัท 100 บาท เมื่อหักลบต้นทุนและค่าบริหารหมดแล้วจะเหลือกำไรสุทธิ 15 บาท เท่ากับว่าบริษัทนั้นมี Net Margin ที่ 15% ตัวเลขนี้ยิ่งมากยิ่งดี แต่นักลงทุนบางส่วนอาจจะกลัวว่าบริษัทมีกำไรพิเศษ หรือรายได้จากอื่นๆจะทำให้ Net Margin คลาดเคลื่อนมากกว่าปกติ บางคนจึงหันไปใช้ EBITDA Margin แทนเพื่อสะท้อนถึงคุณภาพของกำไรแท้จริง

อัตราการเติบโตเป็นสิ่งที่นักลงทุนชอบดูกันมากที่สุด และเป็นตัวกำหนดถึงมูลค่าความถูกแพงของหุ้นด้วย ถ้าบริษัทไหนไม่เติบโต นักลงทุนก็จะให้มูลค่าไม่สูงมาก อาจจะให้ P/E ที่ 10 เท่า และ P/BV ที่ 1 เท่า แต่ถ้าบริษัทไหนมีการเติบโต นักลงทุนจึงให้มูลค่าสูงสามารถขยับไปเล่นกันที่ P/E 30 เท่า หรือ P/BV 5 เท่าได้ อย่างที่เราเห็นหุ้นเทคโนโลยีในปัจจุบัน
… จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่ผู้บริหารหลายๆบริษัทพยายามบอกตัวเลขของการเติบโตสูงๆไว้ก่อน เช่น เติบโต 30% - 40% สิ่งที่นักลงทุนต้องคิดคือ มีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน

บริษัทขนาดใหญ่ จะหวังเติบโตมากกว่า 10% เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก อาจจะทำได้บางปี แต่พอปีถัดไปก็จะเหลือ 5-6% ไม่สามารถรักษาการเติบโตแบบเยอะๆได้ตลอดไป แต่สิ่งหนึ่งที่บริษัทใหญ่มีคือความมั่นคงและการจ่ายปันผลสม่ำเสมอ

บริษัทขนาดเล็ก โตเร็ว แต่ก็เปราะบาง บริษัทสามารถเติบโตระดับ 40% ติดต่อกัน 2-3 ปี ได้อย่างสบายๆ แต่เราต้องเข้าใจก่อนว่าการรักษาการเติบโตในระดับนั้นให้คงอยู่ในระยะยาวเป็นเรื่องยาก ดังนั้นเราจะเห็นบางปีบริษัทปรับลดการเติบโตลงเหลือ 15%-20% ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องธรรมชาติของธุรกิจ หุ้นขนาดเล็กแต่โตเร็ว แต่กำไรที่ทำได้ก็สามารถลดลงอย่างรวดเร็วได้เหมือนกัน

ดังนั้นการคาดหวังว่าให้บริษัทเติบโต 30% ในระยะยาวแล้วเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก และเราก็ไม่ควรนำตัวเลขในอดีตมาคาดหวังว่าบริษัทนั้นๆจะยังเติบโตเท่าเดิม
แล้วอย่างนั้นเราควรจะทำอย่างไรดี
คำตอบ คือ Net Margin กล่าวคือ การเพิ่มขึ้นขึ้นอัตรากำไรสุทธิเป็นเรื่องที่นักลงทุนไม่ควรมองข้าม

ถ้าบริษัทมีรายได้ 100 บาท มีกำไรสุทธิ 2 บาท (Net margin = 2%) ถ้าบริษัทค่อยๆปรับให้ Net margin เพิ่มขึ้นไม่ว่าจะเป็นการลดต้นทุน ลดค่าใช้จ่าย หาตลาดใหม่ มีโมเดลธุรกิจใหม่ แม้ยอดขายจะไม่เติบโตสูงมาก แต่กำไรจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก สุดท้ายในระยะยาวแล้ว บริษัทก็จะเติบโตในระยะยาวได้ด้วยเช่นกัน

มาถึงประเด็นสุดท้าย คือ ตัวเลขทั้ง 2 ตัว อันไหนเราควรให้ความสำคัญมากกว่ากัน
จริงๆแล้ว ตัวเลขทั้ง 2 ตัวแทบจะแยกออกจากกันไม่ได้เลย การเติบโตที่มีคุณภาพควรจะมาในแง่ของกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น ถ้ารายได้เติบโต แต่กำไรไม่โตตามแบบนี้อาจจะไม่ดีแน่ๆ
เพราะเราต้องไม่ลืมว่า รายได้คือผลงานของทีมผู้บริหาร แต่กำไรสุทธิคือสิ่งที่นักลงทุนจะได้

อย่างไรก็ตามนักลงทุนไม่ควรคาดหวัง การเติบโตในอัตราสูง อีกหลายปีข้างหน้าเพราะเป็นการเติบโตที่ "เป็นไปไม่ได้"
… และเรื่องของ Net Margin เพิ่มขึ้นในระยะยาว ก็เป็นเรื่องสำคัญที่นักลงทุนต้องติดตามอยู่ตลอดเวลาครับ

stock2morrow

ศูนย์รวมความรู้เรื่องหุ้น ศูนย์รวมนักลงทุนรายย่อย ที่อยากรู้วิธีการลงทุนในหุ้นอย่างถูกต้องและได้กำไรอย่างยั่งยืน ติดตามเราได้ที่

www.stock2morrow.com 

FB: stock2morrow 

LINE@stock2morrow

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...