โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันเทิง

จักรวาลเดียว 3 ไทม์ไลน์!! เรียงทุกภาคของ X-Men หนังมนุษย์กลายพันธุ์ครบ 20 ปี

Major Group

อัพเดต 21 ก.ค. 2563 เวลา 07.19 น. • เผยแพร่ 14 ก.ค. 2563 เวลา 17.00 น. • Majorcineplex
จักรวาลเดียว 3 ไทม์ไลน์!! เรียงทุกภาคของ X-Men หนังมนุษย์กลายพันธุ์ครบ 20 ปี

 

 

                เริ่มต้นปี 2000 ด้วยภาพยนตร์ที่ดัดแปลงจาก Marvel Comics กับการนำเหล่ามนุษย์กลายพันธุ์จากหน้าหนังสือการ์ตูนให้ออกมาโลดแล่นในฉบับคนแสดง สร้างชื่อให้กับนักแสดงมากมายจนกลายเป็นภาพจำของแฟน ๆ ภาพยนตร์ทั่วโลก และด้วยความสำเร็จนั้น ทำให้เหล่ามนุษย์กลายพันธุ์มีภาพยนตร์ต่อเนื่องมายาวนาน  เรามาเรียงร้อยกันหน่อยว่าจักรวาลมนุษย์กลายพันธุ์นี้ ถูกแบ่งเรื่องราวออกมาได้เป็นอย่างไรบ้าง??

 

ไทม์ไลน์ดั้งเดิมของ X-Men

3,500 ปีก่อนคริสตศักราช (X-Men: Apocalypse)

                จุดเริ่มต้นของจักรวาลดั้งเดิมนี้ เกิดขึ้นในฉากท้ายเครดิตของภาค First Class กลางทะเลทรายนั้นเราได้เห็นมนุษย์กลายพันธุ์คนแรกของโลก เอ็น’เซบานู หรือ Apocalypse พร้อมกับจตุรอาชาทั้ง 4 ของเขา

ปี 1845 (X-Men Origins: Wolverine)

                ในภาพยนตร์เรื่องนี้เล่าเรื่องราวภูมิหลังของวูล์ฟเวอรีน ตัวละครที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของ X-Men ในเวอร์ชั่นภาพยนตร์ เรื่องราวเล่าย้อนกลับไปในปี 1845 ช่วงเวลาที่เจมส์ ฮาวเล็ตต์ เด็กน้อยผู้มีกรงเล็บกระดูกต้องเป็นพยานในคดีฆาตกรรมชายผู้เลี้ยงดูเขามา นั่นทำให้เขาต้องหนีออกมาพร้อมกับพี่ชายของเขาที่จะกลายเป็นมนุษย์กลายพันธุ์ที่ชื่อ เซเบอร์ทูธ ในอนาคต

ปี 1861 - 1865 (X-Men Origins: Wolverine)

                หลังจากหนีออกมา 2 พี่น้องได้เข้าร่วมสงครามกลางเมืองของประเทศอเมริกา

ปี 1917 - 1918 (X-Men Origins: Wolverine)

                โลแกน และ วิคเตอร์ ครีด ยังคงเข้าร่วมสงครามต่อไป โดยในครั้งนี้พวกเขากระโจนเข้าสู่สมรภูมิสงครามโลกครั้งที่ 1

 

ปี 1944 (X-Men: First Class)

                นี่คือปีที่ชาร์ล เซเวียร์ และเรเวน ในวัยเด็กได้พบเจอกันเป็นครั้งแรกที่เมืองวินเชสเตอร์ ก่อนที่เขาจะเชิญให้เธอมาอาศัยอยู่ร่วมกัน ในขณะเดียวกันที่ประเทศเยอรมัน หนูน้อยอีริค แลนเชอร์ ก็ได้พัฒนาความสามารถของตัวเองในการควบคุมพลังงานแม่เหล็กจนสามารถทำร้ายหนึ่งในทหารนาซี เควิน เบคอนลงได้

ปี 1944 (X-Men Origins: Wolverine)

                ในปีเดียวกัน โลแกนและวิคเตอร์ ได้เข้าร่วมในสงครามโลกครั้งที่ 2 และพวกเขาได้อยู่ในเหตุการณ์วันที่ D-Day การยกพลขึ้นฝั่งที่นอร์มังดีด้วย

ปี 1945 (The Wolverine)

                โลแกนปรากฎตัวในค่ายทหารของญี่ปุ่น เขาอยู่ท่ามกลางเป้าหมายการทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ที่นางาซากิ ในช่วงเวลานั้นเอาเขาได้ช่วยเหลือทหารที่ชื่อว่า ยาชิดะ ไปพร้อม ๆ กับเอาตัวรอด นั่นทำให้ยาชิดะมองเขาเป็นเหมือนฮีโร่ และผู้ช่วยชีวิตในเวลาเดียวกัน

ปี 1962 (X-Men: First Class)

                ชาร์ล และ อีริค ได้พบกันในระหว่างที่ทั้งคู่ตามไล่ล่า เควิน เบคอน หลังจากนั้นพวกเขาก็ได้ร่วมมือกันสร้างทีมมนุษย์กลายพันธุ์ที่ทำงานให้กับ CIA ก่อนที่จะเข้าปฏิบัติภารกิจเพื่อหยุดยั้งวิกฤตการณ์มิสไซล์คิวบาน นั่นทำให้เหตุการณ์บานปลายจนอีริคใช้พลังปัดกระสุนไปโดนกระดูกสันหลังของชาร์ล ทำให้ชาร์ลเป็นอัมพาตช่วงล่างนับตั้งแต่นั้น และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งระหว่างทั้ง 2 คน

 

ปี 1973 (X-Men Origins: Wolverine)

                อีกครั้งที่โลแกน และวิคเตอร์ เข้าร่วมในสงครามครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ โดยคราวนี้เป็นสงครามเวียดนาม ในขณะที่วิคเตอร์กำลังพยายามที่จะข่มขืนหญิงเวียดนาม และฆ่าทหารที่พยายามจะหยุดเขา โลแกนก็ได้เข้ามาช่วยเหลือ ก่อนที่ทั้งคู่จะโดนสั่งประหารด้วยการยิงปืน แต่สุดท้ายกลับถูกดึงตัวเข้าสู่ Team X ของวิลเลียม สไตรเกอร์ แทน

ปี 1979(X-Men Origins: Wolverine)

                โลแกนตกอยู่ภายใต้การควบคุมของสไตรเกอร์ ที่บอกว่าวิคเตอร์ได้หลบหนีออกไปแล้ว หลังจากที่วิคเตอร์แกล้งทำให้สังหารแฟนสาวของโลแกน สไตรเกอร์ก็โน้มน้าวให้โลแกนยอมรับโลหะอดามันเทียมเข้าไปห่อหุ้มกระดูกของเขา ก่อนที่ในตอนจบของภาพยนตร์จะเป็นการที่วูล์ฟเวอรีนโดนกระสุนอะดามันเทียมเจาะเข้ากลางกระโหลกจนทำให้เขาความจำเสื่อม

ปี 1986 (X-Men: The Last Stand)

                ในฉากย้อนความทรงจำ เราจะได้เห็นว่านี่คือปีที่ชาร์ล และอีริค พยายามจะพาตัวเด็กหญิงจีน เกรย์ให้ไปยังโรงเรียนมนุษย์กลายพันธุ์ของพวกเขา

ปี 2000 (X-Men)

                โลแกนที่สูญเสียความทรงจำได้เดินทางไปยังโรงเรียนสำหรับมิวแทนต์ที่ดูแลโดยโปรเฟสเซอร์เอ็กซ์ ที่นั่นเขาได้พบกับโร้ค มนุษย์กลายพันธุ์ที่ตกเป็นเป้าหมายของแม็กนีโต้ ผู้ที่พยายามจะใช้ความสามารถของตนเปลี่ยนโลกให้เหล่ามิวแทนต์เป็นผู้ปกครอง แต่แผนการดังกล่าวถูกพังลงจนสิ้นซาก และแม็กนีโต้ก็ถูกจับกุมเข้าสู่ห้องขังพลาสติก

 

ปี 2003 (X2: X-Men United)

                เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่นานหลังจากภาพยนตร์เรื่อง X-Men ทั้งทีมมนุษย์กลายพันธุ์ของ Professor X และกลุ่มภารดรภาพของมนุษย์กลายพันธุ์ที่นำโดยแม็กนีโต้ ต้องมาร่วมมือกันอย่างเสียไม่ได้ในการปกป้องเหล่ามนุษย์กลายพันธุ์ทั้งมวล จากการที่สไตรเกอร์พยายามจะสร้างหุ่นยนต์มาสังหารมนุษย์กลายพันธุ์ทั้งหมด เหตุการณ์จบลงที่จีน เกรย์เสียสละตัวเองเพื่อช่วยเหลือให้ยาน X-jet หนีรอดจากฐานทะเลสาบ Alkali ของสไตรเกอร์ไปได้

ปี 2005 (X-Men: The Last Stand)

                นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบยารักษาที่จะสามารถลบยีนมนุษย์กลายพันธุ์ให้หายไปได้ มิสทีคได้เอาตัวเข้าบังกระสุนที่มียารักษานี้ให้กับแม็คนีโต้ ทำเธอกลับกลายเป็นมนุษย์ธรรมดา และถูกแม็กนีโต้ขับไล่ออกจากกลุ่มภารดรภาพของเขาไป ขณะเดียวกันนั้นเอง จีน เกรย์ก็คืนชีพกลับมาอีกครั้งในรูปลักษณ์ของฟีนิกซ์ เธอได้ฆ่าไซคลอปส์ จัดการโลแกจนอยู่หมัด ก่อนจะหนีออกไป เธอได้เผชิญหน้ากับอีริค และชาร์ล ที่พยายามจะแยกตัวตนเธอออกจากฟีนิกซ์ และนั่นทำให้ชาร์ลต้องพบกับจุดจบ

                ส่วนแม็กนีโต้และกลุ่มภารดรภาพของเขาก็ได้บุกไปยังห้องแล็ปวอร์ธิงตัน เพื่อทำลายล้างวิธีการรักษาด้วยความรุนแรง ก่อนจะถูกหยุดด้วยทีม X-Men ที่พยายามจะใช้ยารักษากับตัวอีริค เหตุการณ์บานปลายจนทำให้โลแกนฆ่าจีนลง และโร้คตัดสินใจรับยารักษา แล้วชาร์ลก็ได้ถูกเปิดเผยว่ายังมีชีวิตอยู่

ปี 2013 (The Wolverine)

โลแกนยังคงเสียใจกับการจากไปของจีน เกรย์ ในช่วงที่เขาพยายามทำใจอยู่นั้น เขาก็ถูกเชิญจากมหาเศรษฐีจากญี่ปุ่น ยาชิดะ ชายคนเดียวกับที่เขาช่วยเหลือเอาไว้จากระเบิดปรมณูในปี 1945 โดยยาชิดะเสนอทางเลือกให้โลแกนมอบพลังการรักษาร่างกายให้กับเขา เพื่อที่โลแกนจะได้สามารถแก่ตายได้ แน่นอนว่าโลแกนปฏิเสธ

ปี 2015 (The Wolverine)

                ในฉากพิเศษท้ายเครดิตของภาพยนตร์เรื่องนี้ อีริค ที่กลับมามีพลังเต็มเปี่ยม และชาร์ล ที่ยังไม่ตายได้เดินทางไปหาโลแกนที่สนามบิน เพื่อบอกเขาถึงภัยคุกคามจากหุ่นยักษ์เซนติแนล

 

ปี 2023 (X-Men: Days of Future Past)

                นี่คือช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุด ทั้งมิวแทนต์ และมนุษย์ตกอยู่ที่นั่งลำบาก หุ่นยักษ์เซนติแนลกลายเป็นหุ่นสังหารที่มีความสามารถปรับเปลี่ยนเอาชนะมนุษย์กลายพันธุ์ได้ทุกตัว นั่นทำให้ทั้งอีริค ชาร์ล และคิตตี้ ไพร์ดใช้พลังส่งตัวโลแกนกลับไปในอดีตปี 1973 เพื่อช่วยเหลือไม่ให้มิสทีคถูกสังหารโดยด็อกเตอร์ Trask และจากเหตุการณ์นั้นเองก็ทำให้ไทม์ไลน์ของมนุษย์กลายพันธุ์เปลี่ยนไปตลอดกาล

 

ไทม์ไลน์ใหม่ของ X-MEN

ปี 1973 (X-Men: Days of Future Past)

                จุดเริ่มต้นของจักรวาลใหม่นี้เป็นเหมือนเดิมทั้งหมดจนถึงปี 1973 ในช่วงเวลาตอนท้ายของภาพยนตร์ X-Men: Day of Future Past แน่นอนว่าทั้งวูล์ฟเวอรีน และชาร์ล เซเวียร์ สามารถหยุดไม่ให้มิสทีคสังหาร Trask ได้ แต่แม็กนีโต้กลับบ้าคลั่งแทน เขาตั้งใจจะสังหารประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน โลแกนพยายามจะเข้าไปห้ามทำให้เขาถูกดีดลงไปในแม่น้ำ Potomac ก่อนจะถูกนำตัวขึ้นมาโดยมิสทีค

ปี 1983 (X-Men: Apocalypse)

                อโพคาลิปส์ตื่นจากการหลับใหลอีกครั้ง และเขาออกตามหาจตุรอาชาเพื่อกลับมาครองโลกอีกครั้ง โดยคราวนี้เขาได้ตัวแม็กนีโต้, ไซล็อค, แองเจิ้ล และสตรอม มาร่วมทีม ในขณะที่ฝั่งโรงเรียนมนุษย์กลายพันธุ์ก็ได้มนุษย์กลายพันธุ์หน้าใหม่มาเสริมทัพ ทั้ง สก็อตต์ ซัมเมอร์, จีน เกรย์ และจูบิลี และเมื่อพวกเขารู้ว่าอโพคาลิปส์กำลังจะทำลายล้างโลก ชาร์ล, มิสทีค บีสต์ และเด็ก ๆ รวมทั้งควิกซิลเวอร์ และไนท์ครอว์เลอร์ ก็ได้ออกเดินทางไปหยุดเขา ในระหว่างปฏิบัติการนั้นเอง สก็อตต์ และจีน เกรย์ก็ได้ช่วยเหลือวูล์ฟเวอรีน ที่ถูกเรียกว่า Weapon X จากการคุมขังด้วย

                ในการต่อสู้กับอโพคาลิปส์นี้เอง ทำให้จีน เกรย์ปลุกพลังใหม่ขึ้นมาภายในตัวเอง แถมในตอนจบของภาพยนตร์เรายังได้เห็นมิสทีคทำหน้าที่เป็นเหมือนผู้ฝึกสอนของเหล่ามนุษย์กลายพันธุ์หน้าใหม่ เหตุการณ์นี้จะนำไปสู่สิ่งที่จะเกิดขึ้นในX-Men: Dark Phoenix

ปี 2016 (Deadpool)

                อดีตหน่วยรบพิเศษ เวด วิลสัน ได้ถูกนำตัวไปทดลองเพื่อรักษาโรคมะเร็งในตัว แต่ไม่เพียงแค่รักษาแต่เขาได้รับพลังกลับมาด้วย

ปี 2023 (X-Men: Days of Future Past)

                ในตอนจบของภาพยนตร์เรื่อง Days of Future Past เราได้เห็นโลแกนย้อนกลับไปในช่วงปี 2023 ในช่วงเวลาที่ไม่มีเซนติแนลหลงเหลืออยู่แล้ว และโรงเรียนมนุษย์กลายพันธุ์ของชาร์ล เซเวียร์ก็ยังคงอยู่ รวมไปถึงจีน เกรย์ และสก็อตต์ก็ยังไม่ตาย พร้อมทั้งดูเหมือนว่าท้ายที่สุดแล้ว ทุกคนจะใช้ชีวิตอยู่อย่างปกติสุข

 

 

ไทม์ไลน์อื่น ๆ ของ X-Men

ปี 2029 (Logan)

                ภาพยนตร์ส่งท้ายของวูล์ฟเวอรีน ที่จะเป็นการปิดจบเรื่องราวทั้งหมดของตัวละครนี้ ดูเหมือนว่าจะไม่มีการระบุชัดเจนว่าอยู่ตรงส่วนไหนของจักรวาลต่าง ๆ ใน X-Men โดยมีความเป็นไปได้ว่า Logan ถูกตั้งอยู่ในจักรวาลที่ 3 โดยมีเรื่องราวจากจักรวาลหลัก และจักรวาลใหม่ถูกอ้างอิงถึงเท่านั้น

                หลักฐานคือ โลแกน และ ชาร์ล ได้พูดคุยกันเกี่ยวกับเหตุการณ์รูปปั้นเทพีเสรีภาพ ที่เกิดขึ้นใน X-Men ภาคแรก ในขณะที่ Logan ก็ได้พูดคุยกับ Dr.Rice ถึงการฆ่าพ่อของเขา ดร.คอร์นีเลียส ที่เหมือนจะเกิดขึ้นใน X-Men Origins: Wolverine ซึ่งทั้งสองเรื่องเกิดขึ้นในจักรวาลดั้งเดิมของ X-Men

                ในขณะที่จักรวาลใหม่ของ X-Men นั้น ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็มีการอ้างอิงถึงเช่นกัน โดยใน X-Men: Apocalypse เราได้เห็นบริษัท Essex นำเลือดของโลแกนไป คาดเดาได้ว่าจะนำไปทดลองเพื่อสร้างอาวุธมีชีวิตตัวใหม่ที่ชื่อว่า X-23 อย่างไรก็ตามนักแสดงฮิวจ์ แจ็คแมนก็ได้เปิดเผยว่า Logan นี้เป็นเหมือนจักรวาลที่แตกแขนงออกมา ไม่ได้เกี่ยวข้องชัดเจนโดยตรงกับภาพยนตร์เรื่องก่อน ๆ

 

 X-Men: Dark Phoenix 

ช่วงเวลาระหว่าง X-Men: Dark Phoenix และ อนาคตที่วูล์ฟเวอรีนได้เปลี่ยนไปใน X-Men: Days of Future Past นั้นมีระยะเวลาห่างกันกว่า 30 ปี มันสามารถมีเรื่องราวเกิดขึ้นได้มากมายเหลือเกินในช่วงเวลาที่ว่านั้น ไม่ว่าจะเป็นโลกที่เต็มไปด้วยพลังระดับคอสมิก หรือกระทั่งมนุษย์กลายพันธุ์ที่เป็นอมตะ ยกตัวอย่างเช่น ในตอนจบของภาพยนตร์ Dark Phoenix เราได้เห็นจีน เกรย์แตกสลายกลายเป็นพลังฟีนิกซ์ โดยเหล่า X-Men เข้าใจว่าเธอตายไปแล้ว ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วเธออาจจะไม่ได้ตาย แต่วิวัฒนาการไปอีกขั้นหนึ่ง ในตอนจบเรา หลังจากฉากที่ชาร์ล และอีริคตัดสินใจเล่นหมากรุกที่ไม่มีวันจบของพวกเขากันอีกครั้ง กล้องได้เคลื่อนขึ้นไปบนท้องฟ้า เราได้เห็นพลังงานรูปร่างเหมือนนก หรือ ฟีนิกซ์ฟอร์ซ บินผ่านไป แสดงให้เห็นว่าจีน เกรย์ยังคงทำตามที่เธอพูดเอาไว้ก็คือคอยดูแลปกป้องครอบครัวของเธอ นั่นจึงหมายความได้ว่า เธออาจจะกลับมาเมื่อไรก็ได้ ไม่ว่าจะเพื่อช่วยเหล่า X-Men หรือกลับมาอยู่กับไซคลอปส์ที่เธอรักเช่นเคย

Source: Den of Geek

เช็ครอบฉายและซื้อตั๋วราคาพิเศษ คลิกที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...