เอาอย่างไรแน่!! ขึ้นบัญชีคุมค่ายา-ค่าหาหมอ พณ.ถกอีกครั้ง 18 ม.ค.
นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน (คน.) กระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงความคืบหน้าของการนำสินค้ายา เวชภัณฑ์และค่ารักษาพยาบาลเข้าเป็นสินค้าควบคุม ว่าวันที่ 18 มกราคมนี้ จะมีการหารือร่วมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการทุกอย่างให้รอบคอบมากที่สุด และกำหนดมาตรการให้มีความชัดเจนมากขึ้น แต่ขณะนี้การใช้คำว่าจะควบคุมราคาสินค้ายาและเวชภัณฑ์เลยก็ยังไม่ถูกต้อง เนื่องจากยังไม่ได้มีการควบคุมราคาสินค้ายาและเวชภัณฑ์อย่างจริงจัง ซึ่งขณะนี้คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ได้นำสินค้าอื่นๆ เข้าเป็นสินค้าควบคุมกว่า 55 รายการ ซึ่งการนำเข้ามาเป็นสินค้าควบคุมไม่ได้หมายความว่าจะต้องนำสินค้าเหล่านั้นเข้ามาเพื่อทำการควบคุมราคาเพียงอย่างเดียว เนื่องจากการคุมราคาเป็นเพียงแค่มาตรการหนึ่งเท่านั้น โดยตอนนี้ยังไม่ได้มีการตัดสินใจที่จะใช้มาตรการดังกล่าวกลับสินค้ายาและเวชภัณฑ์ เนื่องจากการนำสินค้าดังกล่าวเข้าเป็นสินค้าควบคุมในครั้งนี้ ก็เพื่อต้องการเข้าไปจัดระเบียบสินค้ากลุ่มดังกล่าวให้มีมาตรฐานมากขึ้นเท่านั้น และยืนยันว่ายังไม่มีใครพูดถึงการควบคุมราคา เพราะว่าการรักษาทางการแพทย์หรือราคายามีความซับซ้อนมาก ซึ่งหากจะทำการคุมราคาให้อยู่ในราคาระดับใดระดับหนึ่งไปเลยนั้น จะต้องมีการหารือร่วมกันกับทุกฝ่าย เนื่องจากมีรายละเอียดค่อนข้างมาก และจะต้องมีการศึกษาให้รอบคอบมากที่สุด
นายวิชัยกล่าวว่า สิ่งที่จะดำเนินการต่อไปคือ การหารือร่วมกันกับคณะอนุกรรมการที่ กกร.ได้จัดตั้งขึ้นร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหารือและดำเนินการให้เหมาะสม รวมถึงการตั้งราคาเพดานที่เหมาะสมด้วย ซึ่งยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะได้ข้อสรุปหรือความชัดเจนภายในวันประชุมเลยหรือไม่ เนื่องจากเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์มีความซับซ้อนและเทคนิคค่อนข้างสูงทำให้กระทรวงพาณิชย์ไม่สามารถกำหนดเองได้ เพราะไม่มีความรอบรู้ความเชี่ยวชาญมากพอ ทำให้ต้องมีการประสานกับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อหาแนวทางร่วมกันและกำหนดทิศทางของเรื่องดังกล่าวว่าจะเป็นไปในทิศทางใดต่อไป โดยในส่วนของการที่มีหลายฝ่ายออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่าโรงพยาบาลเอกชนมีการตั้งราคายาสูงมากกว่าโรงพยาบาลรัฐบาล มองว่าไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะไม่มีใครบอกว่าจะให้โรงพยาบาลเอกชนใช้ระดับค่ารักษาพยาบาลเดียวกันกับโรงพยาบาลรัฐบาล เพราะก็มีโรงพยาบาลรัฐบาลบางส่วนที่ภาครัฐไม่ได้สนับสนุนด้วยอย่างที่หลายฝ่ายเข้าใจกัน
นายวิชัยกล่าวว่า หากนำสินค้ายาและเวชภัณฑ์เขาเป็นสินค้าควบคุม จะช่วยตอบคำถามผู้บริโภคได้ในส่วนของการกำหนดราคายาและกำหนดมาตรการต่างๆ รวมถึงวิธีการซื้อว่าจะสามารถหาซื้อได้จากที่ใดได้บ้าง ซึ่งจะมีเหตุผลในการอธิบายสังคมได้ ว่าต้นทุนยาชนิดนี้มาจากที่ใด มีราคาเท่าไหร่ แล้วจำหน่ายอยู่ที่เท่าไหร่ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภค อีกทั้งยังคิดว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องจัดตั้งหน่วยงานขึ้นมาเพื่อตรวจสอบและดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ เนื่องจากหากประชาชนรู้สึกว่าตนเองโดนเอาเปรียบโดยการคิดค่ารักษาพยาบาลที่มีราคาสูงจนเกินไป สามารถติดต่อมายังสายด่วนของกรมการค้าภายในได้เลย ที่หมายเลข 1569 แต่ที่ผ่านมายังไม่มีการร้องเรียนจากประชาชนให้เข้าไปตรวจสอบโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งถึงแม้การตรวจสอบโรงพยาบาลเอกชนจะอยู่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ของกรม แต่หากมีประชาชนร้องเรียนเข้ามา กรมก็สามารถเข้าไปตรวจสอบแก้ไขและจัดการได้ทันที