โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สกู๊ปพิเศษ : 'โปรเม-เอรียา จุฑานุกาล' กับ2สิ่งที่เปลี่ยนไปในปี2019

MATICHON ONLINE

อัพเดต 22 ธ.ค. 2562 เวลา 11.01 น. • เผยแพร่ 22 ธ.ค. 2562 เวลา 13.00 น.

หลังจากมีฤดูกาลที่ยิ่งใหญ่ในปี 2018 ด้วยการเป็นนักกอล์ฟคนแรกในประวัติศาสตร์ LPGA ที่กวาดรางวัลใหญ่ทุกรางวัลในช่วงสิ้นปี “โปรเม” เอรียา จุฑานุกาล จบการแข่งขันฤดูกาลนี้ในรูปแบบที่แตกต่างออกไป

เป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปีที่อดีตโปรกอล์ฟมือ 1 ของโลก ไม่มีแชมป์ใดๆ ติดมือตลอดทั้งฤดูกาล อีกทั้งยังเป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปี ที่โปรเมไม่ผ่านการตัดตัวอีกด้วย

เว็บไซต์ของ LPGA Tour ระบุว่า ถ้าเป็นนักกอล์ฟคนอื่น การติดอันดับท็อป 10 ได้ถึง 10 รายการ และไม่ผ่านการตัดตัวเพียงครั้งเดียวตลอดปี อย่างไรเสียก็ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก แต่เพราะเป็นโปรเมที่สร้างผลงานยิ่งใหญ่ไว้เมื่อปีที่แล้ว จึงไม่อาจเลี่ยงการเปรียบเทียบได้

กระนั้น สำหรับโปรสาวไทยวัย 24 ปีแล้ว ฤดูกาล 2019 ถือเป็นอีก 1 ปีสำคัญที่เกิดความเปลี่ยนแปลงกับตัวเองใน 2 ประเด็นหลักๆ

ช่วงปลายปีในรายการส่งท้ายฤดูกาลอย่าง CME Group Tour Championship ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับวันเกิดอายุครบ 24 ปีของโปรเมพอดี นักกอล์ฟสาวมือ 1 ของไทยเล่าว่า ในงานเลี้ยงคงไม่สามารถทานเค้กได้เต็มที่ อย่างมากคงแค่ 1-2 คำเท่านั้น เพราะต้องการคุมปริมาณของหวานที่ทานในแต่ละวัน

โปรเมบอกว่า คุณพ่อ คุณแม่ และพี่สาว “โปรโม” โมรียา จุฑานุกาล ไม่มีปัญหาเรื่องพวกนี้ก็จริง แต่ญาติผู้ใหญ่หลายคนมีประวัติการป่วยด้วยโรคเบาหวาน และผลการตรวจเลือดประจำปีของโปรเมก็ไม่ค่อยน่าไว้ใจนัก จึงโดนคุณแม่ดุ และต้องพยายามควบคุมการบริโภคของหวาน ไม่ให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงจนเกินไป

 

เมื่อลดการบริโภคของหวาน น้ำหนักตัวจึงลดลง และส่งผลกับการหวดลูกไปด้วย โดยเฉพาะการควบคุมความแม่นยำ แต่เมื่อแจกแจงรายละเอียดในแง่สถิติ ก็แทบจะเรียกได้ว่าไม่มีผลใดๆ เพราะปีนี้โปรเมปิดฤดูกาลด้วยการทำสถิติสูงสุดในทัวร์ทั้งการทำเบอร์ดี้ อีเกิ้ล และจำนวนรอบที่ทำสกอร์เฉลี่ยต่ำกว่าพาร์

แถมยังหวุดหวิดจะคว้าโบนัส 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากรางวัลการเล่นหลุมยาก หรือ Aon Risk Reward Challenge ที่เพิ่งริเริ่มเป็นฤดูกาลแรก และโปรเมจบอันดับ 2 เป็นรองการ์ลอต้า ซิกันด้า โปรชาวสเปน เพียงฉิวเฉียดเท่านั้น

อีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงในปี 2019 ซึ่งโปรเมบอกว่าเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับตัวเอง คือการเรียนรู้ที่จะอดทน

“เมได้เรียนรู้ว่า บางครั้งเราก็ทำดีที่สุดแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าผลลัพธ์ที่ออกมาจะเป็นอย่างที่ต้องการเสมอไป สิ่งสำคัญคือต้องอดทน ปีนี้เมเจอบททดสอบแบบนั้นหลายครั้ง เมเลยมองว่าปีนี้เป็นปีที่ประสบความสำเร็จมากอีกปีหนึ่งค่ะ”

LPGA Tour ยกตัวอย่างเรื่องมุมมองและวิธีคิดอีกอย่างที่น่าสนใจของอดีตโปรสาวมือ 1 โลก ซึ่งสะท้อนผ่านการแข่งขัน CME Group Tour Championship รายการสุดท้ายของปี

หลังจากประเดิมรอบแรกด้วยการหวดเกิน 4 โอเวอร์พาร์ 76 และทำอีก 2 โบกี้ในช่วง 9 หลุมแรกของรอบสอง ช่วง 45 หลุมหลังจากนั้น โปรเมทำได้ถึง 18 เบอร์ดี้ 1 อีเกิ้ล และเสียเพียง 4 โบกี้เท่านั้น

โปรเมบอกว่า ความเปลี่ยนแปลงที่เหมือนกดสวิตช์นั้นเกิดจากมุมมองที่เปลี่ยนไป ช่วง 9 หลุมหลังของรอบสอง คิดแค่ว่าไม่อยากสนใจอะไรแล้ว ไม่อยากยอมแพ้ ขอแค่เล่นให้ดีที่สุด เพราะนี่เป็นรายการสุดท้าย เดี๋ยวก็จบฤดูกาลแล้ว อยากให้มีความทรงจำดีๆ อย่ากลัวหรือกังวลกับผลลัพธ์เวลาหวดลูก ต่อให้ต้องจบอันดับสุดท้าย ก็อย่าเล่นด้วยความกลัว

เป็นอีกบทเรียนสำคัญเรื่องวิธีคิดระหว่างการแข่งขัน และน่าจะนำไปสู่การเตรียมความพร้อมที่ดีสำหรับสู้ศึกใหม่ฤดูกาลหน้าที่กำลังจะมาถึง

 

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...