โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยักษ์คอนซูเมอร์ดิ้นปรับตัว ปั้น"พรีเมี่ยม"จับลูกค้าล่ำซำ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 27 ธ.ค. 2562 เวลา 06.58 น. • เผยแพร่ 27 ธ.ค. 2562 เวลา 06.54 น.
(Photo by Paula Bronstein/Getty Images)

ธุรกิจพลิกเกมแก้ปมเศรษฐกิจ-กำลังซื้อติดหล่ม ทุบสินค้าอุปโภค-บริโภค 4 แสนล้าน ซึมยาว ยักษ์คอนซูเมอร์ “พีแอนด์จี-โอสถสภา-ยูนิลีเวอร์”เปิดเกมรุก ดันไลน์อัพสินค้าพรีเมี่ยม เจาะกลุ่มลูกค้ามีกำลังซื้อ-พิษเศรษฐกิจไม่ระคายผิว พร้อมขนทัพสินค้าไซซ์เล็ก ราคาประหยัด ตอบโจทย์ผู้บริโภคกระเป๋าแฟบ

ผลกระทบจากปัจจัยเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัวลากยาวต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปี ส่งผลให้ตลาดสินค้าอุปโภคและบริโภคที่มีมูลค่าตลาดรวมกว่า 4 แสนล้านบาท ตกอยู่ในภาวะชะลอตัว ผู้ประกอบการต้องดิ้นปรับตัวหาทางออกด้วยการเพิ่มน้ำหนักทำตลาดสินค้ากลุ่มพรีเมี่ยม จับกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อมากขึ้น

ดันสินค้าพรีเมี่ยมไดรฟ์ตลาด

แหล่งข่าวระดับสูงจากวงการคอนซูเมอร์โปรดักต์เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตลาดนี้ยังมีโอกาสโต โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มพรีเมี่ยมที่มีอัตราการเติบโตที่ดี เนื่องจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมายไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจเหมือนสินค้ากลุ่มอื่น ๆ และจากนี้ไปคาดว่าซัพพลายเออร์หลายรายจะส่งสินค้าเซ็กเมนต์นี้เข้ามาทำตลาดและจะมีการแข่งขันสูงขึ้น เนื่องจากปัจจุบันตลาดยังมีช่องว่างที่จะเติบโตได้อีกมาก

แหล่งข่าวจากบริษัท พีแอนด์จี ประเทศไทย จำกัด หรือพีแอนด์จี เปิดเผยว่า ปัจจุบันตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่เกิดขึ้น แต่ตลาดยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง จากความนิยมใช้สินค้าพรีเมี่ยมเป็นตัวขับเคลื่อน จากนี้ไปพีแอนด์จีจะโฟกัสกับสินค้าเซ็กเมนต์พรีเมี่ยมมากขึ้น เนื่องจากเป็นตลาดทที่มีช่องว่างและมีศักยภาพที่จะเติบโตได้อีกมาก รวมทั้งมีแผนเตรียมลอนช์สินค้าทุกกลุ่ม อาทิ ผ้าอนามัยวิสเปอร์ เฮดแอนด์โชว์เดอร์ และโอเลย์ ทุก ๆ 3-6 เดือน พร้อมชูจุดขายนวัตกรรมและโซลูชั่น อาทิ แชมพู-ครีมนวด-ทรีตเมนต์

เช่นเดียวกับความเคลื่อนไหวของบริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) ที่เมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้ลอนช์ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กแบรนด์ใหม่ “ออร์แกนิก” จากเดิมที่มีแบรนด์เบบี้มายด์ทำตลาดอยู่แล้ว วางโพซิชั่นและราคาสูงกว่าเบบี้มายด์ เน้นจุดขายความเป็นพรีเมี่ยม ด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติ 100% ราคาเริ่มต้น 300-400 บาท ขณะนี้ได้เริ่มทำตลาดแล้วในช่องทางออนไลน์ อาทิ ลาซาด้า เป็นต้น ส่วนแบรนด์เบบี้มายด์จะเพิ่มสูตรสารสกัดธรรมชาติและเสริมวิตามิน

ขณะที่นายสุทธิเดช ถกลศรี ประธานกรรมการและประธานบริหาร บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์แม่และเด็กดีนี่, ครีมอาบน้ำบีไนซ์ ฯลฯ เปิดเผยว่า จากนี้ไปยุทธศาสตร์หลักของบริษัทจะมุ่งไปที่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่และขยับไลน์สินค้าไปยังกลุ่มพรีเมี่ยมมากขึ้น เริ่มจากผลิตภัณฑ์แม่และเด็กดีนี่และผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายทรอส เพื่อให้สอดรับกับความต้องการของผู้บริโภค

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า จากการสำรวจซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่ง พบว่าปัจจุบันมีการนำสินค้ากลุ่มพรีเมี่ยมเข้ามาวางจำหน่ายเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม อาทิ เทรซาเม่ (ยูนิลีเวอร์) เคเราสตาส (ลอรีอัล) แพนทีน (พีแอนด์จี) ลักส์ แชมพู ลูมินิคดาเมจรีแพร์ (ยูนิลีเวอร์) มีราคาตั้งแต่ 300-500 บาท นอกจากนี้ยังมีการจัดเป็นเชล์ฟนำเข้าจากต่างประเทศ โดยส่วนใหญ่เป็นสินค้านำเข้าจากอเมริกาและญี่ปุ่น เช่น กลุ่มสกินแคร์ แชมพูและครีมบำรุงผมหลากหลายแบรนด์ อาทิ Aveda Invati System, Moist Diane ฯลฯ มีราคาตั้งแต่ 300 บาทขึ้นไป

ไซซ์เล็กแก้ปมกำลังซื้อ

แหล่งข่าวระดับสูงจากวงการค้าปลีกรายใหญ่แสดงความเห็นในเรื่องนี้ว่า ปัจจุบันซัพพลายเออร์ หรือผู้ผลิตสินค้าหลายราย อาทิ ยูนิลีเวอร์ พีแอนด์จี นอกจากจะเน้นการออกสินค้าใหม่แล้ว อีกด้านหนึ่งก็มีการพัฒนาสินค้าที่มีความเป็นพรีเมี่ยม ที่มีคุณภาพและราคาที่สูงขึ้น ไซซ์ใหญ่ขึ้น และกระจายสินค้าออกไปในต่างจังหวัดมากขึ้น เพราะผู้บริโภคในต่างจังหวัด โดยเฉพาะกลุ่มคนระดับกลาง-บน มีความพร้อมในเรื่องของกำลังซื้อและกล้าจ่าย นอกจากปัจจัยเรื่องของกำลังซื้อแล้ว ปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปและไลฟ์สไตล์ที่คล้ายกรุงเทพฯหรือเมืองใหญ่ ๆ มากขึ้น ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้สินค้าพรีเมี่ยม สินค้าไซซ์ใหญ่ มียอดขายเติบโตขึ้น

“สินค้าที่พรีเมียมขึ้น นอกจากจะช่วยสร้างการเติบโตของยอดขายแล้ว อีกด้านหนึ่งสินค้ากลุ่มนี้ยังมีมาร์จิ้นหรือกำไรที่สูงกว่าสินค้ากลุ่มปกติด้วย” แหล่งข่าวกล่าวและว่า

นอกจากการเพิ่มน้ำหนักในการทำตลาดสินค้าพรีเมี่ยมเพื่อเจาะตลาดกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อแล้ว อีกด้านหนึ่งซัพพลายเออร์หลาย ๆ รายก็ให้ความสำคัญกับสินค้าไซซ์เล็ก หรือสินค้าชนิดซอง หรือซาเช่ เพื่อให้สอดรับกับกำลังซื้อผู้บริโภคที่ลดลงและเน้นไปซื้อไซซ์เล็ก ราคาประหยัด หากสังเกตจะเห็นได้ว่า ปัจจุบัน สินค้าหลาย ๆ แบรนด์ได้ลอนช์สินค้าชนิดซอง ราคา 10-25 บาท ออกมาทำตลาดอย่างต่อเนื่อง อาทิ การ์นิเย่ (ลอรีอัล) พอนด์ (ยูนิลีเวอร์) นอกจากจะเน้นการวางจำหน่ายผ่านร้านค้าที่เป็นเทรดิชั่นนอลเทรด หรือร้านโชห่วย ร้านค้าปลีกตามชุมชนต่าง ๆ แล้ว ยังปูพรมไปตามร้านสะดวกซื้อต่าง ๆ ด้วย เพื่อทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินค้าได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังทำให้เกิดการทดลองสินค้าเพิ่มขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...