สะพัด "บิ๊กตู่" ปลด "สุชาติ ชลศักดิ์พิพัฒน์" พ้นผู้ว่ากทพ.คาดปมสัมปทานทางด่วน ตั้ง"สุทธิศักดิ์"รักษาการแทน
นายสุรงค์ บูลกุล ประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดเผย”ประชาชาติธุรกิจ”ว่า ตามที่มีการเผยแพร่คำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 10/2562 เรื่อง ให้เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานอื่นของรัฐไปปฏิบัติหน้าที่สำนักนายกรัฐมนตรี มีสาระสำคัญคือ สั่งย้ายนายสุชาติ ชลศักดิ์พิพัฒน์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่า กทพ.ไปประจำที่สำนักนายกรัฐมนตรีนั้น เป็นความจริง และรับทราบถึงคำสั่งดังกล่าวแล้ว แต่อยู่ระหว่างรอเอกสารต้นฉบับ ขณะนี้ จึงได้มอบหมายให้นายสุทธิศักดิ์ วรรธนวินิจ รองผู้ว่าการฝ่ายกฎหมายและกรรมสิทธิ์ที่ดินรักษาการไปพลางก่อน เนื่องจากเป็นรองผู้ว่าที่มีอาวุโสที่สุด ด้านนายชาญชัย โพธิ์ทองคำ ประธานสหภาพพนักงานรัฐวิสาหกิจการทางพิเศษแห่งประเทศไทย(สร.กทพ.) กล่าวกับ”ประชาชาติธุรกิจ”เพียงว่า รับทราบถึงคำสั่งดังกล่าวแล้ว แต่สหภาพขอไม่แสดงความคิดเห็นอะรในขณะนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบัน กทพ. มีเรื่องเร่งด่วนจะต้องสางปมข้อพิพาทกับบมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) คิดเป็นมูลค่ารวม 137,515 ล้านบาท หลังจากเมื่อวันที่ 21 ก.ย. 2561 ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้กทพ.ชดเชยค่าเสียหายให้ BEM มูลค่ากว่า 4,300 ล้านบาท จากรายได้ทางด่วนสายบางปะอิน-ปากเกร็ดที่ลดลงช่วงปี2542-2543 เพราะมีทางแข่งขันดอนเมืองโทลล์เวย์ นำมาสู่มติครม.เมื่อวันที่ 2 ต.ค 2561 ให้กทพ.ดำเนินการเจรจากับ BEM เพื่อยุติข้อพิพาท ซึ่งบอร์ดกทพ.มีมติเมื่อวันที่ 21 ธ.ค.2561 โดยเห็นชอบขยายอายุสัญญาที่ BEM รับสัมปทานทุกโครงข่ายทั้งทางด่วนขั้นที่ 2 รวมส่วน D ช่วงพระราม 9-ศรีนครินทร์ และทางด่วนบางปะอิน-ปากเกร็ด จะสิ้นสุดวันที่ 1 พ.ย. 2569 ออกไป 37 ปี ให้สิ้นสุดสัญญาพร้อมกันปี 2600 นับจากปี 2563 ส่วนค่าผ่านทางให้ปรับ 10 บาททุก 10 ปี แบ่งรายได้ให้ กทพ. 60% ตลอดอายุสัญญาและให้ BEM ลงทุน 32,000 ล้านบาท สร้างทางด่วน 2 ชั้นช่วงประชาชื่น-อโศก 17 กม. แก้รถติด อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาถูกต่อต้านจากสหภาพพนักงานรัฐวิสาหกิจ การ ทางพิเศษแห่งประเทศไทย(สร.กทพ.) อย่างต่อเนื่อง ถึงกับมีเหตุการณ์ลุกฮือบุกห้องประชุมกลางคันมาแล้ว และ มีการตั้งคณะทำงานเพื่อทำข้อมูลให้ครบถ้วนหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่สามารถจบปัญหานี้ได้ ทั้งที่สัญญาสัมปทานทางด่วนขั้นที่2 จะครบกำหนดวันที่ 27 ก.พ.2563 นี้ จนนำมาสู่คำสั่งนายกรัฐมนตรีฉบับล่าสุด นอกจากนี้กทพ.อยู่ระหว่างประมูลก่อสร้างทางด่วนสายพระราม3-ดาวคะนอง-วงแหวนด้านตะว้นตกระยะทาง 18.7 กม. วงเงินกว่า 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งเปิดยื่นซองประมูลงานโยธา จำนวน 4 สัญญา ไปเมื่อวันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา มีผู้รับเหมาเข้ายื่นประมูละทั้งหมด 8 ราย ได้แก่ 1.บริษัท ช.การช่าง จำกัด(มหาชน) ยื่นทั้ง 4 สัญญา 2.บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ยื่นเดี่ยวสัญญาที่ 1-3 ส่วนสัญญาที่4 ยื่นในนามกิจการร่วมค้าSMCC-ITD (สุมิโตโม-อิตาเลียนไทย) 3.บริษัท ชิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ยื่นสัญญาที่1-3 ไม่ยื่นสัญญาที่4 4.กิจการร่วมค้าซีทีบี ประกอบด้วย บริษัท ไชน่า ฮาร์เบอร์ -ทิพากร-บุรีรัมย์ธงชัยก่อสร้าง ยื่นสัญญาที่2 5.บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด(มหาชน) ยื่นสัญญาที่ 1-3 6.กิจการร่วมค้าไชน่าเรลเวย์-ซีวิล-บุญชัย ประกอบด้วยบริษัท China Railway 11 th Bureau Group Corporaton,บริษัท ซีวิลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัดและ 9.บริษัท บุญชัยพาณิชย์ (1979) จำกัด ยื่นสัญญาที่3 7.กิจการร่วมค้าCSP ประกอบด้วย บริษัท ไชน่าสเตทคอนสตรัคชั่น เอ็นจิเนียริ่งคอร์ปอเรชั่น จำกัดกับบริษัท พี.พี.ดี. คอนสตรัคชั่น จำกัด ยื่นสัญญาที่4 8.กิจการร่วมค้าCNA ประกอบด้วย บริษัท ไชน่าสเตทคอนสตรัคชั่น เอ็นจิเนียริ่งคอร์ปอเรชั่น จำกัด, บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด(มหาชน)และบริษัท เอ.เอส.แอสโซซิเอท เอนยิเนียริ่ง (1964) จำกัด ยื่นสัญญาที่1