โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

เลือกตู้เย็นประหยัดไฟ แบบไหนที่เหมาะกับบ้านคุณ

DDproperty

เผยแพร่ 29 พ.ย. 2563 เวลา 12.11 น.
เลือกตู้เย็นประหยัดไฟ แบบไหนที่เหมาะกับบ้านคุณ

ปัจจัยแรกที่หลายคนมักจะคิดก่อนจะตัดสินใจเลือกซื้อตู้เย็น คือเรื่องของความประหยัดไฟ เพราะตู้เย็นเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าสามัญประจำบ้าน ที่จะต้องเสียบปลั๊กอยู่เสมอ ทำงานตลอดเวลา ดังนั้นหากตู้เย็นประหยัดไฟได้ ก็จะสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ ลองมาดูกันว่าจะซื้อตู้เย็นมีวิธีอะไรบ้าง ที่จะช่วยให้เราสามารถเลือกตู้เย็นประหยัดไฟ ที่สามารถช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าเราได้จริง ๆ

5 ปัจจัยเลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างไรให้คุ้มค่า

 

วิธีเลือกซื้อตู้เย็นประหยัดไฟ จ่ายค่าไฟน้อย ใช้สอยได้นาน

ปัจจุบันตู้เย็นเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ได้พัฒนานวัตกรรมและฟังก์ชั่นแปลกใหม่มากมาย ซึ่งบางฟังก์ชั่นก็อาจจะไม่ได้จำเป็นสำหรับการใช้ชีวิตประจำวันมากขนาดนั้น ดังนั้นก่อนตัดสินใจเลือกซื้อตู้เย็น ควรพิจารณาก่อนว่าตู้เย็นแบบไหนจะคุ้มค่ากับเรามากที่สุด

1. เลือกตู้เย็นประหยัดไฟ ตามขนาดของพื้นที่

ตู้เย็นเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จะต้องมีการระบายความร้อนอยู่ตลอดเวลา ทำให้ต้องเว้นที่ว่างสำหรับการระบายความร้อนให้ตู้เย็นด้วย ดังนั้นก่อนจะตัดสินใจซื้อตู้เย็น ควรดูจากขนาดพื้นที่ภายในบ้านว่ามีพื้นที่เพียงพอสำหรับตู้เย็นแค่ไหน

โดยควรเว้นที่ว่างสำหรับการระบายความร้อนเพื่อให้ตู้เย็นประหยัดไฟมากขึ้น พื้นที่ด้านบนควรเว้นอย่างน้อย 5 เซนติเมตร และควรเว้นพื้นที่ด้านข้างอย่างน้อย 5 มิลลิเมตร หากมีพื้นที่จำกัด ควรวัดขนาดพื้นที่ เพื่อเลือกซื้อตู้เย็นที่จะสามารถวางได้แบบเว้นช่องว่างอย่างเหมาะสม

 

2. เลือกจากการฟังก์ชั่นพื้นฐานของตู้เย็น

แต่ละแบรนด์ จะมีการออกแบบฟังก์ชั่นที่คล้ายคลึงกัน เพียงแต่จะมีการดีไซน์และการจัดวางที่แตกต่างกัน โดยฟังก์ชั่นพื้นฐานของตู้เย็นที่ควรมี คือ ชั้นวางที่สามารถถอดได้สะดวก ง่ายต่อการปรับขนาดช่องแช่และการทำความสะอาด, ช่องผักและผลไม้ เพื่อควบคุมความเย็นและความชื้น ให้วัตถุดิบคงความสดได้นาน, ชั้นวางขวดน้ำ ควรมีขนาดรองรับขวดน้ำทุกขนาดได้ และลิ้นชักช่องแช่ ควรมีช่องแยกภายใน ที่สามาระปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมกับอาหารที่แช่

 

3. เลือกวัสดุที่แข็งแรงคงทน

วัสดุที่ใช้ภายในตู้เย็นมีปลายประเภท โดยควรเลือกตู้เย็นที่ใช้วัสดุที่มีความแข็งแรง ทำความสะอาดง่าย สามารถรับน้ำหนักได้ดี

 

เลือกซื้อตู้เย็นประหยัดไฟ จ่ายค่าไฟน้อย ใช้สอยได้นาน

 

4. ความเงียบของการทำงาน

เนื่องจากตู้เย็นเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต้องเปิดไว้ตลอดเวลา สำหรับตู้เย็นบางรุ่นที่ใช้วัสดุคุณภาพระดับเกรดรอง จะมีข้อเสียในเรื่องของเสียงดังขณะทำงาน ซึ่งอาจทำให้เกิดความรำคาญในบางคน ดังนั้นหากใครที่ค่อนข้างให้ความสำคัญกับเรื่องเสียง ควรสอบถามกับพนักงานขายว่าตู้เย็นรุ่นนี้ มีเสียงดังแค่ไหน เพื่อป้องกันปัญหากวนใจในอนาคต

 

5. นวัตกรรมสำหรับตู้เย็นประหยัดไฟ

ปัจจุบันตู้เย็นมีนวัตกรรมในการถนอมอาหารและประหยัดพลังงานเพิ่มเติมมามากมาย ไม่ว่าจะเป็น

- ระบบทำความเย็นแบบคู่ (Dual-Cooling System) ที่จะช่วยกระจอยลมเย็นจากช่องแช่ธรรมดากับช่องแช่แข็ง

- ระบบกรองอากาศ (Air Filtration) ช่องกรองอากาศแบบคาร์บอน ที่สามารถลดกลิ่นอับภายใน

- แผงควบคุมการทำงาน (Programmable Control Pad) แผงตั้งค่าอุณหภูมิเพื่อช่วยในการเก็บกักความเย็น ตรวจวัดตัวกรอง รวมถึงระดับน้ำในตู้เย็น

- ระบบประหยัดพลังงาน (Energy-saving Models) นวัตกรรมที่จะช่วยให้ตู้เย็นสามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ งดใช้พลังงานที่ไมจำเป็น ทำให้ตู้เย็นประหยัดไฟ

แบบบ้านประหยัดพลังงาน ไอเดียบ้านเพื่ออนาคต ลดค่าใช้จ่าย

 

6. เลือกตามความเหมาะสมของการใช้งานและระดับราคา

เพื่อให้ตอบรับกับประเภทผู้ใช้งานที่แตกต่างกัน ตู้เย็นในปัจจุบันจึงมีหลายขนาด ซึ่งก็จะมีราคาแตกต่างกันไปด้วย การเลือกซื้อตู้เย็นก็สามารถเลือกจากขนาดและราคาที่เหมาะสม

- ตู้เย็นชนาดเล็ก ราคาประมาณ 4,000-6,000 บาท เหมาะกับห้องที่มีขนาดเล็ก จุของน้อย

- ตู้เย็นแบบ 1 ประตู ราคาประมาณ 5,000-7,000 บาท เหมาะกับที่พักอาศัยทั่วไปที่ไม่เน้นจุของเยอะ

- ตู้เย็นแบบ 2 ประตู แยกช่องแช่แข็งและช่ปกติ ราคาประมาณ 9,000-30,000 บาท เหมาะกับการใช้งานทั่วไป

- ตู้เย็นแบบ 2 ประตูแยกซ้ายขวา เหมาะสำหรับการจุของปริมาณมาก ราคาประมาณ 40,000-100,000 บาท

- ตู้เย็นแบบหลายประตู มีการแยกช่องแช่หลายจุ ราคาประมาณ 50,000-160,000 บาท

 

เลือกตู้เย็นแบบไหนให้เหมาะกับจำนวนคนภายในบ้าน

ตู้เย็นมีหน่วยเรียกขนาดว่า ‘คิว’ ซึ่งมาจาก Cubic foot หรือลูกบาศก์ฟุต โดยวัดเป็นลิตรตามความจุของตู้เย็น ดังนั้นการเลือกตู้เย็นให้เหมาะกับการใช้งาน จึงควรเลือกขนาดความจุตู้เย็นที่เพียงพอสำหรับปริมาณสมาชิกภายในบ้าน ซึ่งสามารถคำนวณได้จากขนาดความจุนี้ได้เช่นกัน

โดยมีสูตรคำนวณขนาดตู้เย็นคือ

ความกว้าง​ x ความสูง x ความลึก (หน่วยเป็นฟุต) = ขนาดคิวบิกฟุต

โดยสามารถเปลี่ยนจากคิวบิกฟุต เป็นลิตรได้ โดยใช้เครื่องมือคำนวณ หรืออัตราส่วน 1 ลิตร = 0.0353147 คิว โดยจะได้ค่าความจุประมาณ 114-116 ลิตร

 

เลือกตู้เย็นแบบไหนให้เหมาะกับจำนวนคนภายในบ้าน

 

ขนาดตู้เย็นที่เหมาะสมกับจำนวนสมาชิกในครอบครัว

ถ้าหากว่าการคำนวณตัวเลขนั้นวุ่นวายเกินไป ก็สามารถเลือกขนาดตู้เย็นจากปริมาณการใช้งานที่เหมาะสมกับจำนวนสมาชิกภายในบ้านได้ โดยเฉลี่ยแล้วต่อหนึ่งคน จะใช้ปริมาณความจุประมาณ 100-150 ลิตร 

1. สมาชิกในบ้าน 1-2 คน ใช้ความจุประมาณ 200-300 ลิตร ควรเลือกตู้เย็นขนาด 7-13 คิว (ปริมาณความจุ 200-380 ลิตร)

2. สมาชิกในบ้าน 3-4 คน ใช้ความจุประมาณ 350-530  ลิตร ควรเลือกตู้เย็นขนาด 12-18  คิว (ปริมาณความจุ 350-530 ลิตร)

3. สมาชิกในบ้านตั้งแต่ 5 คน ใช้ความจุประมาณ 440 ลิตรขึ้นไป ควรเลือกตู้เย็นขนาด 15 คิวเป็นต้นไป (ปริมาณความจุ 440 ลิตรขึ้นไป)

 

นอกจากในเรื่องของขนาดความจุที่เหมาะสมกับปริมาณผู้ใช้งานแล้ว ยังต้องพิจารณาในเรื่องของความถี่ในการใช้ ขนาดของวัตถุดิบ พฤติกรรมการรับประทาน รวมไปถึงความถี่ในการทำอาหาร ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถจำกัดตัวเลือกของตู้เย็นให้แคบลง และเลือกได้เหมาะสมกับการใช้งานของคนในบ้านได้จริง ๆ

 

สนใจรับบทความดีดี อัปเดต ข่าวอสังหาริมทรัพย์ และ อ่านคู่มือซื้อขาย พร้อม รีวิวโครงการคอนโดฯ ใหม่ บ้านใหม่ หลากหลายทำเลและราคา รวมถึง ทำความรู้จักกับทำเลฮอตทั่วกรุง เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการซื้อ-ขาย-เช่า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...