โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

คนงานห้องดับจิตเผ่น หนุ่มเคนยายังไม่ตาย ร้องโอ๊ยถูกกรีดขา หวิดฉีด “ยาดองศพ”

Khaosod

อัพเดต 28 พ.ย. 2563 เวลา 11.06 น. • เผยแพร่ 28 พ.ย. 2563 เวลา 11.00 น.
Citizen TV

คนงานห้องดับจิตเผ่น - วันที่ 27 พ.ย. เมโทร รายงานเรื่องราวเหลือเชื่อของชายชาวเคนยา ที่หมอประกาศเสียชีวิตแล้ว ก่อนจะตื่นขึ้นมาอีก 3 ชั่วโมงต่อมา ขณะที่คนงานเตรียมดองศพในห้องเก็บศพ

https://www.youtube.com/watch?v=yicer5HmPWA

สื่อท้องถิ่นรายงานว่า ชายคนนี้คือ นายปีเตอร์ คีเกน อายุ 32 ทรุดล้มที่บ้านหลังปวดกระเพาะอาหาร ครอบครัวจึงพานายคีเกนรีบนำส่งโรงพยาบาลในเทศมณฑลเครีโช

น้องชายให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ สแตนดาร์ด ว่าพยาบาลประกาศให้นายคีเกนเสียชีวิตก่อนมาถึงแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาล เมื่อวันที่ 24 พ.ย.

Nikko Tanui, Standard

สอดคล้องกับที่ นายเดนิส ลังกัต ลุงของนายคีเกน บอกกับช่องโทรทัศน์ท้องถิ่น ซิติเซน ทีวี ว่าพนักงานตรวจร่างกายคนไข้ตามปกติก่อนประกาศเสียชีวิตแล้ว นายคีเกนจึงถูกย้ายไปห้องเก็บศพของโรงพยาบาลทันที และคนงานเตรียมดองศพต่อไป

ระหว่างขั้นตอนดังกล่าว คนงานคนหนึ่งทำรอยบากตรงขาข้างขวาเพื่อฉีดสารเคมีเข้าไป ปรากฏว่านายคีเกนจู่ๆ ได้สติคืนมาและเริ่มโอดครวญด้วยความเจ็บปวด คนงานจึงวิ่งหนีเพราะคิดว่า ร่างคนตายฟื้นคืนชีพ

Citizen TV

นายคีเกนจึงถูกนำกลับมาแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาล และเข้ารับปฐมพยาบาลสำหรับอาการบาดเจ็บ และให้สัมภาษณ์นักข่าวขณะรักษาตัวที่ห้องคนไข้ "รู้สึกดีที่ยังมีชีวิต" และสาบานจะ "อุทิศชีวิตเพื่อการเผยแพร่พระกิตติคุณของคริสเตียน" ต่อไป

ขณะที่ครอบครัวนายคีเกนกล่าวหาโรงพยาบาลท้องถิ่นประมาทเลินเล่อ แต่สื่อท้องถิ่นรายงานว่า เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลและกระทรวงสาธารณสุขเคนยายังไม่แสดงความคิดเห็นใดต่อกรณีดังกล่าว

youtube
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...