TCAP แกร่งกว่าตลาด...จับตาจบซื้อหุ้นคืนยังน่าสนใจหรือไม่?
TCAP ยืนแกร่ง โครงการซื้อหุ้นคืนช่วยพยุงราคาไม่ให้ลงแรงเท่าตลาดหุ้น โบรกฯคาดช่วยจำกัดดาวน์ไซด์ได้ มองกำไรปี 63 หดตัวตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว แม้ได้กำไรพิเศษจากการขายหุ้น"อายิโนะโมะโต๊ะ" และกำไรบริษัทลูกหนุน แต่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่แนะนำซื้อ เพราะให้ผลตอบทแทนเงินปันผลดีรวม 6%
หุ้น บมจ. ทุนธนชาต(TCAP) เมื่อวันศุกร์(28 ก.พ.)ที่ผ่านมา ถือเป็นหุ้นเพียงไม่กี่ตัวที่ปรับตัวลดลงน้อยกว่าดัชนีตลาด โดยราคาหุ้นปิดตลาดที่ 52.75 บาท ลดลง 50 สตางค์ หรือ 0.94% ส่วนหนึ่งเพราะอยู่ในช่วงเวลาของโครงการซื้อหุ้นคืน แล้วหากจบการซื้อหุ้นคืน TCAP ยังน่าสนใจอยู่หรือไม่ คงต้องดูการวิจัยของนักวิเคราะห์
*** ปันผลพิเศษ - ซื้อหุ้นคืน ปัจจัยบวกดันหุ้นพุ่ง 16%
บมจ.เคทีบี (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ราคาหุ้นในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาปรับตัวเพิ่มขึ้น +16% เมื่อเทียบกับ SET เพราะมีการประกาศโครงการหุ้นซื้อคืนและจ่ายเงินปันผลพิเศษจากการขาย TBANK ขณะที่ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่าแนวโน้มผลประกอบการในปี 2020E-2021E ยังเดินหน้าหดตัวอย่างต่อเนื่อง
*** ผลงานปี 63 วูบจาก ศก.ชะลอตัว แต่ได้กำไรบริษัทลูกช่วยพยุง
บล.เอเชีย เวลท์ ระบุว่า ภายหลังจากการขายธนาคารธนชาต (TBANK) ให้แก่ธนาคารทีเอ็มบี (TMB) TCAP มีการเปลี่ยนแปลงจากบริษัทที่ประกอบธุรกิจธนาคาร เป็นบริษัทที่มีการประกอบธุรกิจโดยมีรายได้จากการถือหุ้นในบริษัทอื่นเป็นหลัก (Holding Company) โดยจะรับรู้รายได้จาก TBANK ในรูปกำไรปันส่วน (Equity Sharing) ขณะที่บริษัทย่อยอื่น เช่น บล. ธนชาต (TNS) ธนชาตประกันภัย (TNI) ราชธานี (THANI) ยังคง Consolidate ในงบ TCAP เหมือนเดิม ทำให้การรับรู้รายได้ และฐานกำไรเปลี่ยนไป
สำหรับภาพรวมบริษัทย่อย และบริษัทร่วมต่าง ๆ ยังคงมีทิศทางเป็นลบในปี 2563 จากผลกระทบทางเศรษฐกิจ และตลาดทุน คาดส่งผลให้ผลประกอบการของ TMB และ TNS ปรับตัวลดลง นอกจากนี้อัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำสร้างความกดดันต่อผลประกอบการบริษัทประกันภัย อย่าง TNI อย่างไรก็ตาม คาดปัจจัยลบต่าง ๆ จะถูกชดเชยบางส่วนจากผลประกอบการของ THANI ที่มีแนวโน้มเติบโตขึ้น จากการปรับเปลี่ยนพอร์ตสินเชื่อ และกำไรพิเศษจากการขายหุ้นบริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ ที่คาดว่าจะบันทึกเข้ามาใน 1Q63 ทั้งนี้เราประมาณการกำไรสุทธิปี 2563 อยู่ที่ 7,793 ล้านบาท ลดลง 28.9%YoY และฝ่ายวิจัยได้ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2563 - 2564 ลง 28.7% และ 41.5% ตามลำดับ
*** จับตาเป้าหมายการลงทุนใหม่ คาดซื้อหุ้น MBK–AMC เพิ่ม
บล.เคจีไอ เผยว่า TCAP ยังมีเงินสดในมือเหลือหลังจากจบโครงการซื้อหุ้นคืนอีกประมาณ 3.7 พันล้านบาท ซึ่งเมื่อพิจารณาพอร์ตการลงทุนของบริษัท ฝ่ายวิเคราะห์คิดว่า TCAP อาจจะพิจารณาซื้อหุ้นเพิ่มใน MBK และธุรกิจ AMC เพื่อซื้อสินทรัพย์ที่ประสบปัญหาจากภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ทั้งนี้มูลค่าสินทรัพย์ที่ประสบปัญหาของ AMC ทั้ง 3 แห่งอยู่ที่ 3-3.5 พันล้านบาท
*** โบรกฯ แนะซื้อ มองซื้อหุ้นคืนช่วยจำกัดดาวน์ไซด์ แถมปันผลงาม
บล.เคจีไอ ระบุว่า ฝ่ายวิเคราะห์ใช้สมมติฐานว่าส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทในเครืออยู่ที่ 5.0 พันล้านบาท และมีกำไรพิเศษจากการลงทุนอีก 2.5 พันล้านบาทจากการขายหุ้น 6% ใน AJINOMOTO (จากมูลค่าดีล 7.1 พันล้านบาท) ซึ่งกำไรส่วนนี้จะทำให้ ROE >12% (ซึ่งเป็นเป้าของบริษัท) และทำให้บริษัทสามารถจ่ายเงินปันผลสำหรับปี 2563 ได้ที่ 3.00 บาทต่อหุ้นหรือมากกว่านั้น ในขณะที่โครงการซื้อหุ้นคืนโดยใช้งบ 6.0 พันล้านบาทเพื่อซื้อหุ้นไม่เกิน 97 ล้านหุ้นในช่วง 25 ก.พ.63 – 10 มี.ค.63 จะช่วยจำกัด downside ของราคาหุ้น ดังนั้น เราจึงยังคงคำแนะนำซื้อ และคงราคาเป้าหมายที่ 61 บาท (P/E ที่ 10.0x และ P/BV ที่ 1.1x)
บล.ทรีนีตี้ ระบุว่า ประเมินราคาเป้าหมายใหม่ที่ 56 บาท (Justified PBV 1.05 เท่า ได้ราคาเป้าหมาย 62 บาท หัก Holding Company Discount 10%) โดยบริษัทประกาศจ่ายปันผลสำหรับครึ่งหลังของปี 62 ที่ 1.80 บาท (XD 29 เม.ย.63) ซึ่งจะคิดเป็น Residual Dividend Yield 3.3% สำหรับปี 63 เราคาดปันผลที่ราว 3.3 บาท คิดเป็น Dividend Yield ราว 6% ด้วยปันผลที่น่าสนใจทำให้ Upside รวมเกิน 10% จึงยังคงคำแนะนำ "ซื้อ"
ขณะที่ บล.เอเชีย เวลท์ กลับมีมุมมองเป็นลบต่อผลประกอบการของ TCAP จากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวส่งผลต่อความสามารถในการทำกำไรของบริษัทย่อย และบริษัทร่วมของ TCAP เกือบทั้งหมด นอกจากนี้คาดว่าการควบรวมระหว่าง TBANK และ TMB จะยังไม่เห็นประโยชน์จาก Synergy อย่างมีนัยยะ ในช่วง 1 - 2 ปีนี้ จึงปรับคำแนะนำจาก "ซื้อ" เป็น "ขาย" ให้ราคาเป้าหมายใหม่ 51.00 บาท อิงค่า PBV ที่ 0.9 เท่า (ค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี - 1 SD)