'หมิว' พรปวีณ์ ช่อชูวงศ์ : อีกหนึ่งขนไก่ไทยเขย่าเวทีโลก
‘หมิว’ พรปวีณ์ ช่อชูวงศ์ : อีกหนึ่งขนไก่ไทยเขย่าเวทีโลก
หลังจากที่ “หมิว” พรปวีณ์ ช่อชูวงศ์ นักแบดมินตันไทยมืออันดับ 13 ของโลก โชว์ฟอร์มโหดในรายการ เอชเอสบีซี บีดับเบิลยูเอฟ เวิลด์ทัวร์ ไฟนัลส์ 2020 ด้วยการหักปากกาเซียนล้ม “น้องเมย์” รัชนก อินทนนท์ หญิงเดี่ยวมือ 1 ของไทย อีกทั้งยังโค่นมือ 1 ของโลกอย่าง ไท่ ซื่อ หยิง จากไต้หวัน การันตีผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ
พรปวีณ์ ช่อชูวงศ์ ผ่านเข้ามาแข่งขันไฟนัลส์ ด้วยการเก็บคะแนนสะสม 33,860 คะแนน ติดอันดับ 1 ใน 8 ผ่านเข้าสู่รอบไฟนัลส์แซงหน้ารุ่นพี่อย่าง “ครีม” บุศนันทน์ อึ๊งบำรุงพันธุ์ มืออันดับ 12 ของโลก ที่เก็บคะแนนมาได้เพียง 27,870 คะแนน
ด้วยผลงานระดับมาสเตอร์พีซของ “น้องหมิว” ใน 2 แมตช์แรกของศึกไฟนัลส์ ทำให้เธอแจ้งเกิดในวงการแบดมินตันโลกอย่างเต็มตัว
พรปวีณ์ ช่อชูวงศ์ หรือชื่อเล่น หมิว เธอเกิดเมื่อวันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2541 ที่จังหวัดระยอง ส่วนสูง 1.7 เมตร จบการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ และจบการศึกษาระดับปริญญาตรีคณะคุรุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เธอเริ่มเล่นกีฬาแบดมินตันตั้งแต่อายุ 4 ขวบ จากการส่งเสริมของพ่อและแม่ หมิวจะอาศัยเวลาหลังจากการเลิกเรียน ลงซ้อมช่วงเย็นในจังหวัดระยอง ส่วนวันเสาร์และอาทิตย์ พ่อและแม่จะขับรถพามาฝึกซ้อมที่กรุงเทพฯ ทำแบบนี้ประจำเป็นระยะเวลาราวๆ 7 – 8 ปี
จนในที่สุดเส้นทางนักกีฬาแบดมินตันของเธอ ก็มีอนาคตมากขึ้น เมื่อได้รับการทาบทามให้เป็นนักกีฬาเยาวชนของ สมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ
“การได้เป็น นักกีฬาของสมาคมฯ มันดีมากสำหรับหนู หนูมีเงินเดือน มีเบี้ยเลี้ยง โบนัส เรื่องการฝึกซ้อม การแข่งขัน ทุกอย่างสมาคมจัดการให้หมด หนูมีหน้าที่แค่ซ้อมตามระบบที่เขาวางไว้ และไปแข่งขันตามรายการต่างๆ ที่ผู้ใหญ่ส่งแข่ง” พรปวีณ์กล่าว
แต่หลังจากที่เธอได้เข้ามาเป็นนักกีฬาในสังกัดสมาคมแบดมินตันไทยแล้ว เธอกลับรู้สึกไม่ชื่นชอบตารางการซ้อม รู้สึกว่าการต้องใช้ชีวิต ซึ่งการฝึกซ้อมอยู่ที่นี่เป็นเรื่องหนักหนาสาหัสมากเกินไปสำหรับเธอ
จนมาถึงช่วงกลางปี 2562 หมิวได้สร้างความฮือฮา ด้วยการประกาศออกจากสมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ ซึ่งเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบกับสภาพจิตใจ สมาธิ ทิศทาง และ ฟอร์มการเล่นอยู่พอสมควร
เธอได้ตัดสินใจออกมาเป็นนักกีฬาอิสระ ต้องทำการฝึกซ้อมด้วยตนเอง รวมถึงต้องส่งรายชื่อไปแข่งขัน, จองที่พักและจองตั๋วเครื่องบินเองทั้งหมด โดยที่ไม่มีสปอนเซอร์เลย แต่ด้วยความทุ่มเท ความมุ่งมั่นตั้งใจและกำลังใจจากครอบครัว หมิวใช้เวลาไม่นานในการเรียกฟอร์มที่โดดเด่น
พรปวีณ์ สามารถฝ่าฟันอุปสรรคกลับมาเป็นนักกีฬาแบดมินตันที่ประสบความสำเร็จได้ เธอก้าวขึ้นมามีผลงานที่ยอมเยี่ยมในการช่วยทีมหญิงไทย คว้าสิทธิ์การลงแข่งขัน อูเบอร์ คัพ 2020 ในศึกแบดมินตัน ชิงแชมป์เอเชีย ด้วยการทำผลงานชนะทั้ง 4 นัด ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ช่วยทีมลูกขนไก่หญิงไทยจบอันดับที่ 3 ร่วม ทำให้คว้าสิทธิ์ดังกล่าวไปได้
ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2563 หมิว ได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่อีกครั้งให้กับวงการแบดมินตันไทยด้วยการผงาดคว้าแชมป์รายการ บาร์เซโลน่า มาสเตอร์ ตบเอาชนะ แชมป์เก่าอย่าง คาโรลิน่า มาริน นักตบสาวจากสเปน อดีตแชมป์โลกและเหรียญทองโอลิมปิก ท่ามกลางเสียงเชียร์จากเจ้าถิ่น ที่เมืองบาร์เซโลน่า ประเทศสเปน เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า เธอสามารถเอาชนะอุปสรรคต่างๆ จนประสบความสำเร็จได้
ล่าสุดเธอผ่านเข้ารอบรายการ เอชเอสบีซี บีดับเบิลยูเอฟ เวิลด์ทัวร์ ไฟนัลส์ รายการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในปี 2020 ที่นำนักแบดมินตันที่ดีที่สุด 8 อันดับเข้ามาแข่งขัน หมิวลงสนามนี้ด้วยความมั่นใจ ไม่มีความกดดัน เพราะต้องยอมรับว่าการผ่านเข้ามาถึงรอบไฟนัลส์นั้น หมิวเองจะดูเป็นรองคู่แข่งไปซะทุกด้าน ทั้งอายุ ประสบการณ์ และความแข็งแกร่ง
แต่แล้วเธอก็พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า ความพยายาม ความมุ่งมั่นของเธอ เต็มเปี่ยมเพียงใด โดยในนัดแรกรอบแบ่งกลุ่มเธอตบเอาชนะสาวรุ่นพี่ เบอร์ 1 ของไทย อย่าง “เมย์” รัชนก อินทนนท์ ไป 2-1 เกม สกอร์ 15-21, 21-11, 21-18
ตอกย้ำไปยิ่งกว่านั้น ว่าเธอไม่ได้ล้ม เมย์ รัชนก เพียงเพราะว่าดวงเข้าข้าง หมิวเอาชนะคำครหา ด้วยการเล่นที่มั่นใจ เคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว ไล่ตบเอาชนะ ไท่ ซื่อ หยิง มืออันดับ 1 ของโลกจากไต้หวัน ที่ในเวลานี้คือนักแบดมินตันหญิงเดี่ยวระดับต้นๆของโลก ไป 2-0 เกม ด้วยสกอร์ 21-17, 21-11 ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ กลายเป็นความหวังของหมู่บ้านทันที
พวกเราจะเห็นได้ว่า ทุกย่างก้าวที่เธอเดินอย่างเด็ดเดี่ยว เต็มไปด้วยความเข้มแข็งและความมุ่งมั่น ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม การพยายามต่อสู้ เพื่อไปให้ถึงจุดหมาย ที่แม้จะต้องเจออุปสรรคขวากหนามหรือเงื่อนไขอะไรก็ตาม เป็นสิ่งที่พิสูจน์คุณค่าในฐานะนักกีฬาได้ดี ไม่แพ้กับความสำเร็จหรือเหรียญรางวัลที่เกิดขึ้นจากการแข่งขัน
นับจากนี้ สปอร์ตไลท์ในวงการแบดมินตันทุกดวงต้องสาดส่องไปที่ พรปวีณ์ ช่อชูวงศ์ เพราะเธอจะไม่ใช่ม้านอกสายตาอีกต่อไป
อนาคตเธอจะก้าวขึ้นมาเป็นนักแบดมินตันสาวระดับโลกอีกคนหนึ่งอย่างแน่นอน…