โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'หมิว' พรปวีณ์ ช่อชูวงศ์ : อีกหนึ่งขนไก่ไทยเขย่าเวทีโลก

MATICHON ONLINE

อัพเดต 29 ม.ค. 2564 เวลา 08.04 น. • เผยแพร่ 29 ม.ค. 2564 เวลา 08.04 น.

‘หมิว’ พรปวีณ์ ช่อชูวงศ์ : อีกหนึ่งขนไก่ไทยเขย่าเวทีโลก

 

 

หลังจากที่ “หมิว” พรปวีณ์ ช่อชูวงศ์ นักแบดมินตันไทยมืออันดับ 13 ของโลก โชว์ฟอร์มโหดในรายการ เอชเอสบีซี บีดับเบิลยูเอฟ เวิลด์ทัวร์ ไฟนัลส์ 2020 ด้วยการหักปากกาเซียนล้ม “น้องเมย์” รัชนก อินทนนท์ หญิงเดี่ยวมือ 1 ของไทย อีกทั้งยังโค่นมือ 1 ของโลกอย่าง ไท่ ซื่อ หยิง จากไต้หวัน การันตีผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ

พรปวีณ์ ช่อชูวงศ์ ผ่านเข้ามาแข่งขันไฟนัลส์ ด้วยการเก็บคะแนนสะสม 33,860 คะแนน ติดอันดับ 1 ใน 8 ผ่านเข้าสู่รอบไฟนัลส์แซงหน้ารุ่นพี่อย่าง “ครีม” บุศนันทน์ อึ๊งบำรุงพันธุ์ มืออันดับ 12 ของโลก ที่เก็บคะแนนมาได้เพียง 27,870 คะแนน

ด้วยผลงานระดับมาสเตอร์พีซของ “น้องหมิว” ใน 2 แมตช์แรกของศึกไฟนัลส์ ทำให้เธอแจ้งเกิดในวงการแบดมินตันโลกอย่างเต็มตัว

พรปวีณ์ ช่อชูวงศ์ หรือชื่อเล่น หมิว เธอเกิดเมื่อวันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2541 ที่จังหวัดระยอง ส่วนสูง 1.7 เมตร จบการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ และจบการศึกษาระดับปริญญาตรีคณะคุรุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

 

เธอเริ่มเล่นกีฬาแบดมินตันตั้งแต่อายุ 4 ขวบ จากการส่งเสริมของพ่อและแม่ หมิวจะอาศัยเวลาหลังจากการเลิกเรียน ลงซ้อมช่วงเย็นในจังหวัดระยอง ส่วนวันเสาร์และอาทิตย์ พ่อและแม่จะขับรถพามาฝึกซ้อมที่กรุงเทพฯ ทำแบบนี้ประจำเป็นระยะเวลาราวๆ 7 – 8 ปี

จนในที่สุดเส้นทางนักกีฬาแบดมินตันของเธอ ก็มีอนาคตมากขึ้น เมื่อได้รับการทาบทามให้เป็นนักกีฬาเยาวชนของ สมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ

“การได้เป็น นักกีฬาของสมาคมฯ มันดีมากสำหรับหนู หนูมีเงินเดือน มีเบี้ยเลี้ยง โบนัส เรื่องการฝึกซ้อม การแข่งขัน ทุกอย่างสมาคมจัดการให้หมด หนูมีหน้าที่แค่ซ้อมตามระบบที่เขาวางไว้ และไปแข่งขันตามรายการต่างๆ ที่ผู้ใหญ่ส่งแข่ง” พรปวีณ์กล่าว

แต่หลังจากที่เธอได้เข้ามาเป็นนักกีฬาในสังกัดสมาคมแบดมินตันไทยแล้ว เธอกลับรู้สึกไม่ชื่นชอบตารางการซ้อม รู้สึกว่าการต้องใช้ชีวิต ซึ่งการฝึกซ้อมอยู่ที่นี่เป็นเรื่องหนักหนาสาหัสมากเกินไปสำหรับเธอ

จนมาถึงช่วงกลางปี 2562 หมิวได้สร้างความฮือฮา ด้วยการประกาศออกจากสมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ ซึ่งเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบกับสภาพจิตใจ สมาธิ ทิศทาง และ ฟอร์มการเล่นอยู่พอสมควร

เธอได้ตัดสินใจออกมาเป็นนักกีฬาอิสระ ต้องทำการฝึกซ้อมด้วยตนเอง รวมถึงต้องส่งรายชื่อไปแข่งขัน, จองที่พักและจองตั๋วเครื่องบินเองทั้งหมด โดยที่ไม่มีสปอนเซอร์เลย แต่ด้วยความทุ่มเท ความมุ่งมั่นตั้งใจและกำลังใจจากครอบครัว หมิวใช้เวลาไม่นานในการเรียกฟอร์มที่โดดเด่น

 

 

พรปวีณ์ สามารถฝ่าฟันอุปสรรคกลับมาเป็นนักกีฬาแบดมินตันที่ประสบความสำเร็จได้ เธอก้าวขึ้นมามีผลงานที่ยอมเยี่ยมในการช่วยทีมหญิงไทย คว้าสิทธิ์การลงแข่งขัน อูเบอร์ คัพ 2020 ในศึกแบดมินตัน ชิงแชมป์เอเชีย ด้วยการทำผลงานชนะทั้ง 4 นัด ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ช่วยทีมลูกขนไก่หญิงไทยจบอันดับที่ 3 ร่วม ทำให้คว้าสิทธิ์ดังกล่าวไปได้

ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2563 หมิว ได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่อีกครั้งให้กับวงการแบดมินตันไทยด้วยการผงาดคว้าแชมป์รายการ บาร์เซโลน่า มาสเตอร์ ตบเอาชนะ แชมป์เก่าอย่าง คาโรลิน่า มาริน นักตบสาวจากสเปน อดีตแชมป์โลกและเหรียญทองโอลิมปิก ท่ามกลางเสียงเชียร์จากเจ้าถิ่น ที่เมืองบาร์เซโลน่า ประเทศสเปน เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า เธอสามารถเอาชนะอุปสรรคต่างๆ จนประสบความสำเร็จได้

ล่าสุดเธอผ่านเข้ารอบรายการ เอชเอสบีซี บีดับเบิลยูเอฟ เวิลด์ทัวร์ ไฟนัลส์ รายการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในปี 2020 ที่นำนักแบดมินตันที่ดีที่สุด 8 อันดับเข้ามาแข่งขัน หมิวลงสนามนี้ด้วยความมั่นใจ ไม่มีความกดดัน เพราะต้องยอมรับว่าการผ่านเข้ามาถึงรอบไฟนัลส์นั้น หมิวเองจะดูเป็นรองคู่แข่งไปซะทุกด้าน ทั้งอายุ ประสบการณ์ และความแข็งแกร่ง

แต่แล้วเธอก็พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า ความพยายาม ความมุ่งมั่นของเธอ เต็มเปี่ยมเพียงใด โดยในนัดแรกรอบแบ่งกลุ่มเธอตบเอาชนะสาวรุ่นพี่ เบอร์ 1 ของไทย อย่าง “เมย์” รัชนก อินทนนท์ ไป 2-1 เกม สกอร์ 15-21, 21-11, 21-18

 

 

ตอกย้ำไปยิ่งกว่านั้น ว่าเธอไม่ได้ล้ม เมย์ รัชนก เพียงเพราะว่าดวงเข้าข้าง หมิวเอาชนะคำครหา ด้วยการเล่นที่มั่นใจ เคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว ไล่ตบเอาชนะ ไท่ ซื่อ หยิง มืออันดับ 1 ของโลกจากไต้หวัน ที่ในเวลานี้คือนักแบดมินตันหญิงเดี่ยวระดับต้นๆของโลก ไป 2-0 เกม ด้วยสกอร์ 21-17, 21-11 ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ กลายเป็นความหวังของหมู่บ้านทันที

พวกเราจะเห็นได้ว่า ทุกย่างก้าวที่เธอเดินอย่างเด็ดเดี่ยว เต็มไปด้วยความเข้มแข็งและความมุ่งมั่น ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม การพยายามต่อสู้ เพื่อไปให้ถึงจุดหมาย ที่แม้จะต้องเจออุปสรรคขวากหนามหรือเงื่อนไขอะไรก็ตาม เป็นสิ่งที่พิสูจน์คุณค่าในฐานะนักกีฬาได้ดี ไม่แพ้กับความสำเร็จหรือเหรียญรางวัลที่เกิดขึ้นจากการแข่งขัน

นับจากนี้ สปอร์ตไลท์ในวงการแบดมินตันทุกดวงต้องสาดส่องไปที่ พรปวีณ์ ช่อชูวงศ์ เพราะเธอจะไม่ใช่ม้านอกสายตาอีกต่อไป

อนาคตเธอจะก้าวขึ้นมาเป็นนักแบดมินตันสาวระดับโลกอีกคนหนึ่งอย่างแน่นอน…

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...