'เด็กปะแป้ง ขายดอกไม้' บนสะพานมอญยุวทูตตัวน้อยของการท่องเที่ยวสังขละบุรี
สะพานไม้อุตตมานุสรณ์ สถานที่เป็น land mark สำคัญที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทุกสารทิศ ให้เดินทางหลั่งไหลเข้ามาท่องเที่ยวอำเภอสังขละบุรี เมืองชายแดนกาญจนบุรีที่เงียบสงบแห่งนี้
เช่นกันทุกวันนี้เราไม่อาจปฎิเสธได้ว่าสิ่งที่อยู่คู่สะพานไม้อุตมานุสรณ์ หรือสะพานมอญแห่งนี้คือเด็กๆ ที่คอยส่งเสียงเจื้อยแจ้ว เพื่อชักชวนให้นักท่องเที่ยวผู้มาเยือนทาแป้งทานาคาบ้าง อุดหนุดดอกไม้สำหรับบูชาพระบ้าง หรือกระทั่งคอยเป็นมัคคุเทศก์ตัวน้อยที่คอยบอกเล่าเรื่องราว ประวัติการก่อสร้างและการซ่อมแซม สะพานฯแห่งนี้บ้าง รวมไปถึงประวัติของชุมชนต่างๆ ในพื้นที่อำเภอสังขละบุรี และคอยแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ให้นักท่องเที่ยวได้รับรู้
ใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยแป้งทานาคา ริมฝีปากแดงสด โดยมีรอยยิ้มใสไร้เดียงสา ส่งเสียงทักทายและเชิญชวนนักท่องเที่ยวให้มาทาแป้ง… ปะแป้งทานาคาไหมคะ ช่วยกันแดด ป้องกันริ้วรอย แล้วแต่จะให้ถ่ายรูปกับหนูก็ได้นะคะ แล้วแต่จะให้… ไม่ให้ก็ได้นะคะ เสียงใสๆ บวกรอยยิ้มที่น่ารัก แน่นอนใครจะปฎิเสธการเชื้อเชิญได้
น้องเล็กมัคคุเทศก์ รุ่นบุกเบิกบนสะพานแห่งนี้ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่านอกจากเทินโถข้าวบนหัวเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกแล้ว บางครั้งเธอยังช่วยเล่าประวัติสะพานและคอยตอบคำถามให้นักท่องเที่ยวเมื่อเขานั้นต้องการคำตอบ โดยก่อนจะมาเป็นมัคคุเทศก์น้อย เธอต้องผ่านการฝึกและอบรมจากทางเทศบาลวังกะ เพื่อให้รู้รายละเอียดสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในพื้นที่อำเภอสังขละบุรี รวมไปถึงต้องศึกษาประวัติการก่อสร้างและการซ่อมแซมสะพาน จากเอกสารที่เทศบาลฯแจกเสียก่อน
ปัจจุบันบนสะพานมอญแห่งนี้มีเด็กๆ วัยสดใสมาทำหน้าที่เป็นมักคุเทศน์น้องประมาณ 30-40 คน โดยเด็กๆ จะมีมากในช่วงที่มีวันหยุดติดต่อกันหลายๆวัน ส่วนวันปกติจำนวนเด็กที่มาก็จะลดน้อยลง โดยเด็กจะเริ่มมาทำหน้าที่ประมาณ 6.00-10.00 น.ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาเที่ยวสะพาน ก่อนจะกลับไปพักผ่อนและทำกิจกรรมของตนเองกับครอบครัวและจะกลับมาสะพานฯอีกครั้งในช่วงเย็นตั้งแต่เวลา 16.00-18.00 น.
ส่วนหากเป็นวันธรรมดาที่ต้องไปเรียนก็จะเดินทางกลับบ้านให้เร็วขึ้นเพื่อไปโรงเรียน โดยรายได้แต่ละคนได้รับจากนักท่องเที่ยวอยู่ตั้งแต่วันละ 100-300 บาท ในวันปกติ หากเป็นวันหยุดเทศกาลรายได้ก็จะเพิ่มขึ้นไปจนถึง 500-600 บาท ต่อวัน
นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ยอมรับตรงกันว่าสิ่งหนึ่งที่เป็นแรงดึงดูดให้ต้องเดินทางไกลหลายร้อยกิโลเมตร เพื่อมาให้ถึงสังขละบุรีแห่งนี้ก็คือสะพานมอญ สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย นอกจากนั้น ก็คงเป็นความน่ารักของเด็กๆ ในชุดพื้นเมือง ที่พบเจอในสื่อโซเชียลต่างๆ เช่น facebook line youtub ทำให้ตัดสินใจมาท่องเที่ยวที่นี่ในช่วงที่เป็นวันหยุด พร้อมขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวที่ยังไม่เคยมา ให้ลองมาสัมผัสบรรยากาศของที่นี่ดูสักครั้ง รับรองเมื่อทุกคนมาแล้วพบเจอรอยยิ้มของผู้คน ธรรมชาติที่สวยงาม ท่ามกลางวัฒนธรรมที่หลากหลาย เชื่อว่าจะหลงรักสังขละบุรี เมืองเล็กๆที่เงียบสงบแห่งนี้อย่างแน่นอน
ขณะที่กระแสความนิยมของนักท่องเที่ยวที่ให้ความสนใจเดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอสังขละบุรี เพิ่มมากขึ้นทุกวัน การป้องกันเรื่องการแพร่ระบาดของไวรัสโควิต-19 ในพื้นที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งผู้ประกอบการในพื้นที่เอง ยังคงให้ความเข้มงวด โดยทุกวันฝ่ายปกครองอำเภอสังขละบุรี จะจัดกำลังเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร (อส.) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ตชด.134 สังขละบุรี สภ.สังขละบุรี และเจ้าของโรงแรมพรไพลินริเวอร์ไซด์ มาประชาสัมพันธ์ รณรงค์ให้นักท่องเที่ยวสวมหน้ากากอนามัยในการมาเที่ยวสังขละบุรี
พร้อมทั้งบางครั้งมีการนำหน้ากากอนามัยมามอบให้นักท่องเที่ยวที่ไม่มี โดยตั้งกฎเหล็กไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวท่านที่ไม่สวมหน้ากากอนามัย เดินผ่านเข้าไปเที่ยวบนสะพานฯ
ท่องเที่ยวสุขใจ ใส่ใจสุขภาพ สวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและบุคคลรอบข้าง