เมื่อนางร้ายอย่างข้าไม่ขอรักพระเอก
ข้อมูลเบื้องต้น
ถึงแม้จะได้ขึ้นชื่อว่าเป็นฮูหยินของท่านแม่ทัพ แต่นางกลับไม่เคยได้ครอบครองหัวใจของบุรุษผู้นี้เลย
‘สวรรค์!…ทำไมต้องให้ข้าหลงรักเฉินอี้เทียนถึงเพียงนี้’
ใบหน้างามหลับตาลงแล้วค่อยๆ ก้าวเท้าเดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆ ทีละก้าว
อีกไม่กี่อึดใจนางก็จะพ้นทุกข์จากความทรมานนี้แล้ว
“ไม่นะ อย่ากระโดดลงไป!…”
จ้าวซื่อหงถึงกับสะดุ้งตื่นจากภวังค์แล้วพบว่าตนเองเข้ามาอยู่ในร่างของนางร้าย 'หลิวเยี่ยนจื่อ' บุตรสาวคนเดียวของท่านราชครูในนิยายที่มีชะตากรรมอย่างน่าอนาถ หากรักพระเอกแล้วต้องตาย สู้มูฟออนหาผู้ใหม่มิดีกว่ารึ
มี E-Book วางจำหน่ายแล้วนะคะ
คลิกที่ลิงค์ด้านล่างนี้
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiNzgyMjc3MCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjI2MDUyOCI7fQ
ฝากกดติดตามและมอบหัวใจเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ^^
จะได้ไม่พลาดเวลาอัพนิยายเรื่องใหม่
นวนิยายเรื่องนี้สงวนสิทธิ์
ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลง หรือนำส่วนใดส่วนหนึ่งของนิยายไปเผยแพร่ต่อ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงานการกระทำโดยไม่ได้รับอนุญาตถือเป็นการละเมิดสิทธิ์ จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายสูงสุด
ตอนที่ 1
บนหน้าผาที่สูงชันท่ามกลางเมฆหมอกที่ปกคลุมไปทั่วบริเวณมิได้ทำให้หญิงสาวร่างระหงรู้สึกหวาดกลัวแม้แต่น้อย แม้ว่าเบื้องล่างตรงปลายเท้าของนางจะเป็นหุบเหวลึกก็ตาม
หลิวเยี่ยนจื่อตัดสินใจดีแล้วว่าจะใช้สถานที่แห่งนี้ปลิดชีพของตนเสีย ต่อให้นางตายไป เขาก็ไม่เสียใจอยู่ดี
บัดนี้นางยอมรับสภาพของคนที่พ่ายแพ้แล้ว ตลอดหลายปีที่ผ่านมาหญิงสาวยอมทำทุกอย่างเพื่อหวังจะได้ครอบครองหัวใจท่านแม่ทัพหนุ่มรูปงามอย่างเฉินอี้เทียน แต่สุดท้ายเขาก็ทิ้งนางไปอยู่กับผู้หญิงคนนั้นที่เป็นสตรีในดวงใจของเขา
ถึงแม้จะได้ขึ้นชื่อว่าเป็นฮูหยินท่านแม่ทัพ แต่กลับไม่เคยได้หัวใจของเขาแม้แต่เศษเสี้ยวเดียว
‘สวรรค์! ทำไมต้องให้ข้าหลงรักเฉินอี้เทียนมากถึงเพียงนี้’
หลิวเยี่ยนจื่อหลับตาลงแล้วค่อยๆ ก้าวเท้าเดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆ อีกไม่กี่อึดใจนางก็จะพ้นทุกข์จากความทรมานนี้แล้ว
“ไม่นะ อย่ากระโดดลงไป!…” คนที่นอนอยู่บนเตียงละเมอเสียงดังออกมาโดยไม่รู้ตัวก่อนจะผวาตกใจตื่นขึ้นมา
ที่แท้ฝันไปหรือเนี่ย…จ้าวซื่อหงถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอก สงสัยเมื่อคืนนี้อ่านนิยายมากไปหน่อยเลยเก็บเอาไปฝันเป็นตุเป็นตะแบบนี้ แล้วดันฝันถึงฉากท้ายเรื่องที่นางร้ายคิดฆ่าตัวตายในตอนจบอีก ทำไมไม่ฝันฉากอื่นก็ไม่รู้
แต่แล้วดูเหมือนเจ้าตัวก็รู้สึกถึงความผิดปกติอะไรบางอย่าง นี่มันไม่ใช่ในห้องนอนในคอนโดของเธอ แต่มันเหมือนห้องนอนในยุคโบราณที่เคยดูในซีรีส์หลายเรื่อง เมื่อก้มมองดูตัวเองก็ถึงกับอุทานเสียงดังด้วยความตกใจ เพราะนี่มันไม่ใช่เรือนร่างของเธอ
ต้นแขนที่เคยอวบอั๋นบัดนี้กลับดูเรียวเล็กน่าทะนุถนอมแถมรูปร่างยังบอบบางอีกต่างหาก นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
หญิงสาวรีบผวาลุกขึ้นเดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้งทันทีเพื่อส่องดูตัวเองในกระจกบานใหญ่ก่อนจะอ้าปากค้างอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง
จากผู้หญิงร่างอวบอ้วน หน้าตาบ้านๆ กลับกลายเป็นหญิงงามโดยไม่ต้องพึ่งศัลยกรรม นี่เธอมาอยู่ในร่างของใครกัน
“คุณหนูตื่นแล้วหรือยังเจ้าคะ” มีเสียงของใครคนหนึ่งร้องเรียกอยู่หน้าประตูห้องก่อนจะผลักเข้ามา
“นี่เธอเป็นใคร”
“โธ่!…คุณหนูเยี่ยนจื่อ อย่าล้อบ่าวเล่นแบบนี้สิเจ้าคะ”
คุณหนูเยี่ยนจื่อ? ทำไมชื่อนี้เหมือนนางร้ายในนิยายเปี๊ยบเลย หรือว่าเธอยังไม่ตื่นจากความฝันอีก
หญิงสาวลองตบหน้าตัวเองเบาๆ สองสามที ก็ยังอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน นี่เธอกลายเป็นนางร้ายในนิยายไปแล้วเหรอเนี่ย
ผู้หญิงคนนี้ดูท่าจะเป็นสาวใช้ประจำตัวของหลิวเยี่ยนจื่อสินะ
เพียงแค่คิด จ้าวซื่อหงก็ถึงกับเอามือกุมขมับ ตอนแรกก็หลงนึกดีใจว่าตัวเองกลายเป็นสาวสวย แต่ตอนนี้ชักเริ่มไม่แน่ใจเสียแล้ว ในเมื่อตอนจบของนิยายเรื่องนี้นางร้ายดันจบชีวิตอย่างน่าอนาถ
“คุณหนูเป็นอะไรไปเจ้าคะ ทำไมหน้าตาดูเครียดจังเลย”
จะไม่ให้เครียดได้ยังไงล่ะ ตัวละครอื่นมีตั้งเยอะแยะ ดันให้เธอเป็นนางร้ายของเรื่อง มิน่าล่ะ เมื่อครู่นี้ถึงได้ฝันถึงฉากนางร้ายฆ่าตัวตาย ที่แท้ก็เป็นลางบอกเหตุนี่เอง
ไม่ได้การ!…เรื่องอะไรจะยอมเจอจุดจบแบบในนิยาย ในเมื่อนางร้ายก็ไม่เห็นจะขี้ริ้วขี้เหร่ซะหน่อย ออกจะสวยเกินไปด้วยซ้ำ แล้วทำไมต้องไปทนทู่ซี้หลงรักพระเอกให้ชอกช้ำใจด้วย
ตอนที่ 2
“แล้วนี่เจ้ามาปลุกข้าทำไมตั้งแต่เช้า”
“วันนี้นายท่านจะไปหารือเรื่องของคุณหนูที่จวนสกุลเฉินเจ้าค่ะ”
“หารือเรื่องของข้า? เรื่องอะไรรึ”
สาวใช้เมี่ยงเอ๋อมีสีหน้างงงวย ทำไมคุณหนูของตนถึงได้หลงลืมเพียงนี้
“ก็เมื่อคืนนี้ คุณหนูเป็นคนรบเร้านายท่านเองว่าอยากจะแต่งงานกับท่านแม่ทัพแล้วหลังจากหมั้นหมายกันมานานหลายปี”
ที่แท้เธอเข้ามาอยู่ในนิยายตอนต้นเรื่องนี่เอง แบบนี้ก็ยังพอมีเวลาที่จะเปลี่ยนแปลงดวงชะตาของนางร้ายเสียใหม่
“ข้าเปลี่ยนใจแล้ว ข้าไม่อยากแต่งงานกับเขา”
“อะไรนะเจ้าคะ” เมี่ยงเอ๋อมีสีหน้าเหมือนไม่เชื่อ เป็นไปได้อย่างไรกันที่คุณหนูเยี่ยนจื่อเกิดหมดรักท่านแม่ทัพแล้ว
“ไม่ต้องทำหน้าตกใจแบบนั้นหรอก ข้าพูดจริงๆ …แล้วตอนนี้ท่านพ่ออยู่ที่ไหน”
“นายท่านอยู่ในห้องทำงานเจ้าค่ะ”
“ดีเลย งั้นข้าต้องรีบไปห้ามก่อนที่ท่านพ่อจะไปที่นั่น”
“แต่ว่าคุณหนูยังไม่ได้อาบน้ำเลยนะเจ้าคะ” เมี่ยงเอ๋อเอ่ยทักท้วง
ปกติคุณหนูเยี่ยนจื่อจะต้องแต่งองค์ทรงเครื่องให้สวยงามเสียก่อนถึงจะยอมย่างกรายเดินออกจากห้องนอนได้
“ไม่มีเวลาแล้ว เรื่องนี้สำคัญกว่า ข้าต้องรีบหยุดก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป”
จ้าวซื่อหงคิดว่าหากนางร้ายไม่ต้องแต่งงานกับพระเอก เนื้อเรื่องอาจจะเปลี่ยนไปก็ได้ แล้วเธอจะได้หลีกเลี่ยงชะตากรรมที่น่าอนาถแบบนั้น
ท่านราชครูหลิวกำลังนั่งตรวจทานเอกสารสำคัญอยู่บนโต๊ะทำงานตัวเขื่องเพื่อจะถวายรายงานให้ฮ่องเต้ทรงทราบในวันมะรืนนี้ เขาเงยหน้ามองบุตรีที่เข้ามาหาในสภาพสวมชุดนอนด้วยแววตาแปลกใจ
“มีอะไรกับพ่อรึ เยี่ยนจื่อ” หลิวเยี่ยนหานเอ่ยถาม
“เอ่อ…ข้ามีเรื่องสำคัญอยากหารือกับท่านพ่อเจ้าค่ะ เช้าวันนี้ท่านไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปที่จวนสกุลเฉินแล้ว”
“ทำไมล่ะ” ท่านราชครูวางปากกาขนนกลงแล้วมองบุตรสาวอย่างไม่เข้าใจ
“คือว่าข้าเปลี่ยนใจไม่อยากแต่งงานกับท่านแม่ทัพแล้วเจ้าค่ะ”
“อะไรนะ! ทำไมถึงได้เปลี่ยนใจเร็วเช่นนี้ เมื่อวานเจ้าเป็นคนรบเร้าพ่อเองว่าอยากจะแต่งงานกับเขาให้ได้”
“เมื่อคืนข้ามาคิดทบทวนดูแล้ว ข้ากับเฉินอี้เทียนดูไม่เหมาะสมกันเลยท่านพ่อ เราสองคนต่างมีอะไรที่แตกต่างกันมาก” หญิงสาวพยายามหาข้อแก้ตัวที่ฟังแล้วเข้าท่าที่สุด
“แต่พวกเจ้าสองคนเป็นคู่หมั้นคู่หมายกันมาตั้งแต่เด็ก และเจ้าก็ชอบแม่ทัพเฉินมากมิใช่รึ”
“แต่เขาไม่ได้ชอบข้านี่นา ท่านพ่อก็น่ารู้”
พอได้ยินบุตรีเอ่ยเช่นนี้ ท่านราชครูก็หัวเราะเบาๆ เพราะเข้าใจไปว่าหลิวเยี่ยนจื่อคงน้อยใจท่านแม่ทัพ ถึงได้คิดที่จะยกเลิกงานแต่งเสียดื้อๆ
“เด็กโง่…แม่ทัพเฉินมีกิจมากมายที่ต้องทำหลายอย่างเลยไม่ค่อยมีเวลาให้กับเจ้าก็เป็นเรื่องธรรมดา อย่าได้งอนพี่เขานักเลย”
“ข้าไม่ได้งอนนะท่านพ่อ แต่ข้าหมดรักเขาแล้วจริงๆ ข้าอยากให้ท่านช่วยพูดเรื่องถอนหมั้นให้หน่อยได้ไหมเจ้าคะ”
ตอนที่ 3
“เยี่ยนจื่อ…นี่เป็นเรื่องใหญ่เชียวนะ จะมาพูดล้อเล่นไม่ได้เป็นอันขาด ขอเวลาให้พ่อได้คิดไตร่ตรองดูก่อนก็แล้วกัน”
หลังจากได้หารือเรื่องนี้กับท่านราชครูแล้ว จ้าวซื่อหงก็รู้สึกสบายใจขึ้น อย่างน้อยก็ยังพอประวิงเวลาเลื่อนงานแต่งออกไปก่อน ดีไม่ดีอีตาพระเอกของเรื่องอาจจะดีใจก็ได้
“คุณหนูจะออกไปไหนเจ้าคะ” เมี่ยงเอ๋อเอ่ยถามเมื่อเห็นคุณหนูเยี่ยนจื่อแต่งตัวสวย
“ข้าอยากออกไปเดินเล่นที่ตลาดซะหน่อย เจ้าไปเป็นเพื่อนข้าหน่อยสิ” หญิงสาวตอบขณะที่ส่องดูตัวเองในกระจก นางร้ายในเรื่องช่างงามหมดจดไร้ที่ติจริงๆ
“จะดีหรือเจ้าคะ” สาวใช้ทำท่าเหมือนไม่อยากไป
“มีอะไรหรือเปล่าเมี่ยงเอ๋อ”
“บ่าวเกรงว่าพวกพ่อค้าแม่ค้าในตลาดอาจจะไม่ยอมขายของให้คุณหนูกัน เพราะว่า…”
“เพราะว่าอะไร” จ้าวซื่อหงทำหน้าสงสัย
“เพราะพวกเขากลัวคุณหนูกันเจ้าค่ะ”
เธอจำได้ว่าในนิยายเขียนบรรยายเอาไว้ว่าคุณหนูเยี่ยนจื่อเป็นสตรีที่ร้ายกาจ ช่างเอาแต่ใจตัวเองและเจ้าอารมณ์เป็นที่สุด หากมีสิ่งใดที่ขัดใจนางก็จะอาละวาดทำลายข้าวของจนผู้คนรอบข้างถึงกับขยาด
ดังนั้นหากใครไปมีเรื่องกับนางล่ะก็ รับรองชะตาขาดแน่ ทำให้ใครๆ ต่างพากันเกลียดชังบุตรีท่านราชครูยิ่งนัก และนินทาลับหลังว่านางคือปีศาจชัดๆ
“แต่ก่อนข้าอาจเคยทำตัวไม่ดี แต่ว่าต่อไปนี้ข้าจะเป็นเยี่ยนจื่อคนใหม่ที่ผูกมิตรกับทุกคน รับรองว่าจะไม่มีใครต้องมาเดือดร้อนเพราะข้าอีก…เรารีบไปกันเถอะเมี่ยงเอ๋อ ก่อนที่แดดจะแรงกว่านี้”
จ้าวซื่อหงเอ่ยตัดบท ตอนนี้เธอคือหลิวเยี่ยนจื่อเวอร์ชั่นใหม่แล้ว จะไม่ยอมเดินตามรอยในนิยายเป็นอันขาด
และแล้วก็เป็นอย่างที่สาวใช้ได้กล่าวไว้ นับตั้งแต่ที่บุตรีท่านราชครูได้ย่างกรายเข้าไปในตลาด สายตาของผู้คนต่างพากันมองนางด้วยความหวาดกลัว ไม่มีใครกล้าเดินเฉียดเข้าไปใกล้ บางคนก็แสร้งหลบตา ไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับหลิวเยี่ยนจื่อแม้แต่น้อยถึงแม้ว่านางจะเป็นหญิงงามก็ตาม
บรรดาร้านรวงต่างๆ พอรู้ว่านางมาต่างรีบพากันทยอยปิดร้านกันเป็นแถวจนหญิงสาวรู้สึกว่าต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว ไม่งั้นผู้คนก็จะมองนางเหมือนตัวประหลาดที่ไม่อยากเข้าใกล้
“เมี่ยงเอ๋อ…เจ้าจงเดินไปบอกพ่อค้าแม่ค้าในตลาด หากใครมีเครื่องประดับสวยๆ หรือมีผ้าแพรอยากจะขาย หากถูกใจข้าล่ะก็จะให้ราคาอย่างงามถึงสามเท่าตัว”
“ได้เจ้าค่ะ คุณหนู” สาวใช้รีบทำตามที่สั่งทันที
บรรดาพ่อค้าแม่ค้าทั้งหลายเมื่อได้ยินเช่นนี้ต่างพากันหูผึ่ง เงินก็อยากจะได้ แต่ก็ยังรู้สึกกลัวอยู่ ในที่สุดก็มีแม่ค้ารายหนึ่งได้นำสร้อยข้อมือในร้านของตนไปเสนอขายให้คุณหนูเยี่ยนจื่ออย่างกล้าๆ กลัวๆ ท่ามกลางสายตาของผู้คนในตลาดที่ต่างพากันลุ้นว่าจะเกิดอะไรขึ้น