โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด [จบ]

นิยาย Dek-D

อัพเดต 03 ก.ค. 2566 เวลา 12.10 น. • เผยแพร่ 03 ก.ค. 2566 เวลา 12.10 น. • สำนักฟ้ากระจ่าง
โชคชะตาพลิกผันให้นักฆ่าสาวผู้โหดเหี้ยมและเด็ดเดี่ยวแห่งศตรวรรษที่ 21 ต้องมาสิงสถิตในร่างของคุณหนู 4 ผู้ไร้ค่าแห่งตระกูลฉิน

ข้อมูลเบื้องต้น

天才嫡女,废材四小姐

Author: 一块小肥肉

ลิขสิทธิ์: Ireader (zhangyue)

ลิขสิทธิ์ฉบับภาษาไทย: Novel Kingdom

“สงวนสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๕๘)”

--คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด--นิยายน้องใหม่แห่งค่าย Novel Kingdom ที่ติดท็อปฮิตในเว็บไซต์ชื่อดังของประเทศจีนและมียอดวิวการันตีแล้วกว่า 250 ล้านวิว

เธอ คือนักฆ่าสาวผู้โหดเหี้ยมและเด็ดเดี่ยวแห่งศตรวรรษที่ 21 ความพลาดพลั้งเพียงน้อยนิดปลิดชีวิตของนักฆ่าให้ดับสูญ ทว่าโชคชะตากลับพลิกผันนำพาดวงวิญญาณเข้ามาสิงสถิตในร่างของคุณหนูผู้ไร้ค่าที่ถูกทั่วหล้าเย้ยหยัน

--เมื่อกายาอันศักดิ์สิทธิ์ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากการหลับใหล! ความงดงามอันที่ไร้ที่ติจึงมิอาจซ่อนเร้นอำพราง --

…. อสูรมายา การหล่อหลอมอุปกรณ์ ความงดงามจากภายในช่วงชิงหัวใจชายรูปงาม ….

….ในชีวิตนี้ ผู้ใดก็ตามที่หยามเกียรติข้า มันผู้นั้นจะต้องชดใช้คืนมาเป็นพันเท่า!!!!….

-------------------------

ผู้แปล: เทพนกยูงในตำนานสะท้านฟ้า

เรียบเรียง: Thursday

-------------------------

ขอบเขตพลังของมนุษย์

1. จิตมายา

2. ทิพย์มายา

3. มายารัตนะ

4. นภมายา

*แต่ละขอบเขตมี 9 ขั้นย่อย (1 ดารา - 9 ดารา)

ระดับของอสูรมายา

1. ต่ำ (อสูรระดับต่ำ)

2. ภูต (อสูรระดับภูต)

3. ศักดิ์สิทธิ์ (อสูรศักดิ์สิทธิ์)

4. เทวะ (อสูรเทวะ)

5. เทวะราชัน (อสูรเทวะราชัน)

*แต่ละระดับมี 9 ขั้นย่อย (1 ดารา - 9 ดารา)

-------------------------

คำเตือน: นิยายเรื่องอาจจะมีตรรกะบางอย่างที่แปลกไปสักนิด(ตามพลังแห่งจินตนาการของนักเขียนจีน อาจารย์ท่านอายุยังน้อย + แต่งเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก) แต่หากหลับหูหลับตาอ่านข้ามได้ก็จะพบกับความสนุกที่รอทุกท่านอยู่ หากนักอ่านท่านใดไม่ไหวก็ขอให้ข้ามเรื่องนี้ไปนะคะ

ติดตามนิยายเรื่องอื่น ๆ ของตำหนักหมื่นบุปผาโดยคลิกเรื่องที่ชอบได้เลยจ้า

>>> เส้นทางสู่ตำหนักหมื่นบุปผา <<<

เยี่ยมชมตำหนักของเราได้ที่: https://www.facebook.com/TTFpalaceproject

หากสนใจ Ebook สามารถซื้อได้ที่ลิงก์ด้านล่าง

ตอนที่ 1 สลับวิญญาณ

ตอนที่ 1 สลับวิญญาณ

กลางดึกคืนหนึ่ง ณ บริเวณชายป่าพรุอันแสนห่างไกลในดินแดนหวนหลิง

“พวกเจ้าต้องการอะไร?”

ดรุณีน้อยนางหนึ่งล้มกองอยู่บนพื้น นางมีใบหน้าที่งดงามหมดจดและรูปร่างบอบบางน่าทะนุถนอม ดวงตาหวานซึ้งราวกับตาของเนื้อทรายจับจ้องไปยังกลุ่มชายร่างใหญ่ที่กำลังย่างสามขุมเข้ามาใกล้ คนเหล่านั้นย่างเท้าก้าวเข้ามาหานางทีละก้าวทีละก้าวอย่างช้า ๆ แววตากักขฬะของพวกมันทั้งข่มขู่และคุกคามดูน่าหวาดหวั่น ทว่า…ในดวงตาของสตรีผู้งดงามนั้นกลับปราศจากความหวาดกลัวอย่างสิ้นเชิง นางมองเหล่าผู้คุกคามด้วยสายตาเย็นชา

“ฮ่า ๆ ฉินอวี้โม่ เหตุใดเจ้าจึงไม่หนีไปให้ไกลกว่านี้เล่า !” หนึ่งในกลุ่มผู้คุกคามเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน เขาเป็นชายร่างใหญ่โตที่มีรอยแผลเป็นเด่นชัดบนใบหน้าและดูคล้ายว่าจะเป็นผู้นำของคนกลุ่มนี้

“เหอะ เลิกพูดจาเหลวไหล พวกเจ้าต้องการอะไร ? ใครเป็นคนส่งพวกเจ้ามา ?”

“ฮ่า ๆ ๆ ไม่คิดเลยว่าคุณหนูสี่ของตระกูลฉินจะงดงามเลอโฉม น่ากินไปทั้งตัวขนาดนี้ ผู้ว่าจ้างสั่งให้ฆ่าเจ้าทิ้งทันที แต่ตอนนี้พวกเราเปลี่ยนใจแล้ว !” ชายผู้มีแผลเป็นบนใบหน้ากล่าว เท้าทั้งสองยังคงก้าวเข้าไปหาฉินอวี้โม่ ขณะเดียวกันมันก็ใช้สายตาโสมมโลมเลียไปทั่วทั้งใบหน้าและเรือนร่างอันงดงามของหญิงสาวก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะชั่วช้าออกมาดังลั่น

“ฮ่า ๆ ๆ ข้าตัดสินใจแล้ว ข่มขืนก่อน แล้วค่อยฆ่าทีหลัง”

ทันทีที่สิ้นเสียงพูด ชายหน้าบากก็ตั้งท่ากระโจนเข้าหาฉินอวี้โม่ทันที

“หัวหน้า พวกข้าเองก็หิวเหมือนกัน ! ไหน ๆ นางก็จะตายแล้วให้พวกข้าได้ลิ้มรสร่างงาม ๆ ของนางด้วยคนเถอะนะจะได้ไม่เสียของ ฮ่า ๆ ๆ” ชายอีกคนในกลุ่มส่งเสียงหัวเราะอย่างชั่วร้าย

“พวกเจ้ากล้าเหรอ ?!” ฉินอวี้โม่เปล่งเสียงตวาดดังลั่น นางขบฟันสีเงินแน่นพร้อมกล่าววาจาด้วยความเคียดแค้นชิงชัง “ฝันไปเถอะ สตรีอย่างข้ายอมตายดีกว่ายอมให้คนเลวอย่างพวกเจ้าหยามเกียรติ !”

ฉินอวี้โม่เค้นเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่ทั้งหมดออกมา นางยันกายลุกขึ้นแล้ววิ่งเข้าใส่ต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ข้าง ๆ

“หึ เจ้าคิดว่าตัวเองมีสิทธิ์เลือกงั้นรึ ?!” ชายหน้าบากยิ้มเย้ย เขาเข้าถึงตัวนางแล้วจึงสามารถดึงร่างบางเข้ามาในอ้อมแขนได้อย่างง่ายดาย เขาพยายามจับตัวนางอย่างเบามือที่สุดเพื่อไม่ให้ผิวขาวนวลช้ำก่อนจะได้ลิ้มรส

-- แควก! --

เสียงฉีกขาดดังขึ้น ชายผู้มีแผลเป็นบนใบหน้าฉีกทึ้งอาภรณ์ของฉินอวี้โม่แล้วเหวี่ยงร่างบางจนล้มลงกับพื้นอีกครั้ง ก่อนจะกดร่างนั้นให้นอนราบ

ทว่าในขณะที่กำลังจะลงมือขั้นต่อไป ชายหน้าบากก็สังเกตเห็นว่าคุณหนูแห่งตระกูลฉินหยุดนิ่งไปแล้ว ดวงตาของนางปิดสนิท ใบหน้างามเขียวคล้ำและซีดเผือด ร่างบางแน่นิ่งไม่ไหวติง

“บัดซบ ! โชคร้ายเป็นบ้า ยังไม่ทันได้เริ่มก็ดันตายไปซะแล้ว” ชายหน้าบากหัวหน้ากลุ่มที่กำลังขึ้นคร่อมร่างของหญิงสาวบ่นอย่างไม่สบอารมณ์

“หัวหน้า ข้าว่าตัดหัวผู้หญิงคนนี้แล้วรีบกลับไปรายงานผู้ว่าจ้างกันดีกว่า”

ชายหน้าบากพยักหน้าก่อนจะดึงกระบี่ยาวออกมาและฟันลงไปที่ร่างสตรีบนพื้น เขาหมายตาจะฟันลำคอระหงให้ขาดในดาบเดียว

-- เคร๊ง! -- ดาบฟันถูกหินบนพื้นเสียงดัง

ทันใดนั้นเอง จู่ ๆ ร่างที่แน่นิ่งของฉินอวี้โม่ก็ม้วนตัวออกไปด้านข้างและหลบกระบี่ของชายผู้มีรอยบากบนใบหน้าได้อย่างหวุดหวิด ในเวลาเดียวกันนางก็กระโดดลุกกลับขึ้นมาแล้วจ้องมองไปที่อีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นยะเยือกดุจน้ำแข็ง ดวงตาคู่งามเต็มไปด้วยรังสีแห่งการสังหารที่เปี่ยมล้น

“ศพนี่มัน…” รอยยิ้มของเหล่าชายโฉดทั้งหลายชะงักค้างไปในทันที พวกเขาสะดุ้งเฮือก ดวงตาเบิกค้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นร่างของสตรีที่กลายเป็นศพไปแล้วกระโจนขึ้นจากพื้น

“หุบปาก!” ฉินอวี้โม่เริ่มเคลื่อนไหว นางตวาดลั่นแล้วถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา “คนที่ส่งพวกเจ้ามาก็คือฉินฉืออวี้สินะ ?!”

“โอ้ ! ฉลาดไม่เบาเลยนี่” ชายหน้าแผลเป็นยิ้มเย้ยก่อนจะกล่าวต่อ “ถึงเจ้าจะเดาถูกก็ไร้ประโยชน์ อย่างไรเสียวันนี้เจ้าก็ต้องตาย !”

“กรี๊ดดดดด !” เป็นตอนนี้เองที่ฉินอวี้โม่มองเห็นว่าเสื้อผ้าของตนถูกฉีกจนขาดวิ่น นางกล่าวอย่างเดือดดาล “พวกเจ้ากล้าฉีกเสื้อผ้าของข้า !”

“แล้วอย่างไร ?”

“ตายซะเถอะ !”

ทันทีที่ขยับตัว ร่างบอบบางแบบอิสตรีของฉินอวี้โม่ก็ไปปรากฏอยู่ตรงหน้าชายหน้าบากราวกับภูตผี หญิงสาวชิงกระบี่จากมือของอีกฝ่ายในชั่วพริบตาก่อนจะแทงทะลุอกคนผู้นั้น

น่าขำยิ่งนักนางเป็นถึงมือสังหารระดับพระกาฬในชาติก่อนที่เชี่ยวชาญวิชาการต่อสู้แบบโบราณและศิลปะการต่อสู้ร่วมสมัย แม้ว่าร่างกายนี้จะอ่อนแอไปบ้าง แต่ถ้าแค่จะจัดการกับคนโง่พวกนี้เท่านี้ก็ถือว่าเกินพอ

ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน เพียงช่วงเวลาที่มนุษย์ใช้กะพริบตาหนึ่งครั้งกระบี่ที่เคยอยู่ในมือก็เปลี่ยนเป็นเสียบคาอยู่ที่อก ภาพสุดท้ายที่ชายหน้าบากมองเห็นก็คือด้ามกระบี่ของตัวเองกับสตรีที่เขาต้องสังหาร ! และในเสี้ยวลมหายใจถัดมา เขาก็สิ้นลมลาโลกนี้ไปโดยสมบูรณ์

ฉินอวี้โม่ดึงกระบี่ออกมาจากอกชายหน้าบาก

โลหิตสด ๆ สาดกระจายออกมาและย้อมทาไปทั่วทั้งตัวฉินอวี้โม่ สีแดงฉานและกลิ่นคาวเลือดทำให้นางดูน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง

เหล่าชายคนอื่น ๆ ในกลุ่มนักฆ่าได้แต่ยืนนิ่งตกตะลึงกับภาพที่ได้เห็น

“ข้าให้พวกเจ้าเลือกว่าจะฆ่าตัวตายลบล้างความผิด หรือจะให้ข้าลงมือ ?!”

วาจาแสนเย็นเฉียบและดังก้องของฉินอวี้โม่ปลุกให้กลุ่มชายโฉดชั่วผู้รับจ้างฆ่าสาวงามได้สติขึ้นมา

หนึ่งในพวกเขาตะโกน “…สตรีผู้นี้ฆ่าหัวหน้าตาย ทุกคน ล้างแค้นให้หัวหน้าซะ !”

ทว่าในทันทีที่กล่าวจบ ชายผู้นั้นก็พบว่าบนหน้าอกของตนมีรูปรากฏขึ้นก่อนที่เขาจะสิ้นลมหายใจแน่นิ่งไปอีกคน

ฉินอวี้โม่ไม่หยุดเพียงแค่นั้น นางไล่แทงคนที่เหลือทีละคนทีละคนเป็นการตัดสินโทษความตายให้คนพวกนี้ราวกับทูตจากแดนนรก

แต่ช่างน่าประหลาดนัก เพราะทุกคนที่ล้มแน่นิ่งไปต่างก็ตายตาไม่หลับ พวกเขาไม่เข้าใจแม้แต่น้อย เห็นกันอยู่อย่างแน่ชัดว่าฉินอวี้โม่เป็นเพียงสตรีไร้ค่าที่ไม่สามารถฝึกพลังมายาได้ แต่แล้วเหตุใดพวกเขาที่อยู่ขอบเขตจิตมายาถึงไม่แม้แต่จะหลบหลีกหรือต้านทานนางได้

หลังการสังหารหมู่จบลง ฉินอวี้โม่ก็โยนกระบี่ชุ่มเลือดในมือทิ้งไป นางยืนนิ่งครุ่นคิดอยู่ชั่วขณะก่อนจะเดินไปคุ้ยศพบนพื้นและขโมยแหวนจากนิ้วของพวกเขา

-- ถูกต้องแล้วล่ะ ฉินอวี้โม่คนนี้ไม่ใช่ฉินอวี้โม่คนเดิมอีกแล้ว --

นาง…ไม่สิ…เธอคือฉินอวี้โม่ผู้มาจากศตวรรษที่ 21 และเป็นมือสังหารระดับพระกาฬแห่งยุค

เมื่อครู่นี้เธอโชคร้ายต้องจบชีวิตลงเพราะกับดักแสนชั่วช้าของคนกลุ่มหนึ่ง ในเวลานั้นเอง จู่ๆ วิญญาณที่หลุดลอยออกจากร่างของเธอก็ได้เข้ามาสิงสถิตในร่างของหญิงสาวผู้นี้… คุณหนูสี่ตระกูลฉินแห่งดินแดนหวนหลิง ผู้ที่เพิ่งกัดลิ้นตัวเองจนสิ้นใจตาย

ฉินอวี้โม่มีรูปโฉมที่งดงามและสถานะสูงส่ง อย่างไรก็ตาม รูปลักษณ์ภายนอกไม่สามารถใช้ในการฝึกวิชาได้ทำให้ฉินอวี้โม่กลายเป็นสตรีไร้ค่าในสายตาผู้คน โดยเฉพาะในเมืองที่เน้นวิชาการต่อสู้อย่างเมืองหลิงซีแห่งนี้

ภายในดินแดนที่ให้ความเคารพนับถือแต่ผู้ที่แข็งแกร่งนั้น การไร้ซึ่งพลังในการต่อสู้จะนำพาแต่ความดูถูกเหยียดหยามมาให้

และเนื่องจากมีรูปโฉมงดงามกว่าผู้ใดทำให้บ่อยครั้งที่ฉินอวี้โม่ถูกสตรีคนอื่นอิจฉาริษยา และก็มีบ้างที่คนเหล่านั้นแอบลอบกลั่นแกล้งรังแกนางในบางครั้ง แต่ทว่าครั้งนี้ถึงกับมีคนต้องการสังหารนาง

อย่างไรก็ตาม เรื่องเช่นนี้ใช่ว่าจะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ในเวลานี้ มุมปากของฉินอวี้โม่เหยียดขึ้น รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏบนใบหน้านวล ดวงตาคู่งามเปี่ยมไปด้วยความแน่วแน่และมั่นใจ !

สาวงามหันมองไปยังมุมมืดมุมหนึ่งของป่าที่อยู่ทางทิศอาคเนย์ (ตะวันออกเฉียงใต้) นางเผยรอยยิ้มเย้ยหยันขึ้นเล็กน้อยก่อนจะหันหลังเดินกลับไปทางเมืองหลิงซีอย่างช้า ๆ…

“ช่างเป็นหญิงที่น่าสนใจยิ่งนัก ! ดูเหมือนนางจะเห็นพวกเราด้วย”

ชายสองคนกำลังยืนซุ่มอยู่ในมุมมืดของป่า หนึ่งในนั้นคือบุรุษหนุ่มรูปงามท่าทางสุภาพสูงส่ง ใบหน้าของเขาปรากฏรอยยิ้มที่ดูชั่วร้ายแต่กลับมีเสน่ห์อย่างเปี่ยมล้น

ส่วนชายอีกผู้หนึ่งสวมชุดสีดำทั้งตัว เขาดูเย็นชาราวกับน้ำแข็ง ดวงตาของเขาให้ความรู้สึกเหน็บหนาวอย่างไร้ที่สิ้นสุด

“ไปกันเถอะ อย่าไปมองนาง”

“โม่ฉือ หญิงสาวผู้นั้นทำได้อย่างไรกัน ข้าไม่รู้สึกถึงพลังมายาใด ๆ จากร่างของนางเลย” ชายหนุ่มท่าทางสุภาพสูงส่งเอ่ยถามด้วยความฉงน

เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าไม่มีร่องรอยของพลังมายาใด ๆ ปรากฏออกมาจากกายของสตรีผู้นั้นเลย แต่ทว่าเหตุใดฉินอวี้โม่ถึงมีทักษะการสังหารที่ว่องไวเฉียบคมมากถึงเพียงนั้น

บุรุษที่ดูเย็นชาไม่กล่าวตอบ ร่างของเขาหายไปจากจุดนั้นในพริบตา

“เฮ้ ! โม่ฉือ รอข้าด้วย ข้าว่าครั้งนี้พวกเราควรไปที่เมืองหลิงซีและหาโอกาสชวนหญิงสาวคนนั้นมาเป็นสหายให้ได้นะ”

ชายหนุ่มท่าทางสุภาพหายวับไปจากจุดนั้นตามเพื่อนของเขาไปเช่นกัน

หลังการจากไปของชายลึกลับทั้งสองไม่นาน ร่างอันงดงามของฉินอวี้โม่ก็ค่อย ๆ เดินเข้ามาจากจุดจุดหนึ่งที่ไม่ไกลนัก

หากเป็นเรื่องของการอำพรางกายและซ่อนลมหายใจ ถ้าฉินอวี้โม่บอกว่าเธอเป็นที่สองแล้วก็จะไม่มีผู้ใดกล้าอวดอ้างว่าตนเป็นที่หนึ่งได้อย่างแน่นอน

ชายหนุ่มสองคนนั้นปรากฏตัวขึ้นในระหว่างที่เธอกำลัง‘จัดการสุนัขฝูงนั้น’อย่างดุเดือด ซึ่งก็แน่นอนว่าการปรากฏตัวของพวกเขาไม่อาจรอดพ้นสายตาของมือสังหารอย่างเธอ เพียงแต่เธอเห็นว่าพวกเขาดูไม่ใช่คนเลวร้าย และความแข็งแกร่งของพวกเขาก็ยากจะวัดได้ ฉะนั้นเธอจึงเลือกที่จะปล่อยผ่านและสังเกตการณ์เงียบ ๆ เท่านั้น

ฉินอวี้โม่มองไปยังจุดที่บุรุษลึกลับหายตัวไปพร้อมกับยิ้มเยือกเย็นก่อนจะมุ่งหน้าเข้าสู่เมืองหลิงซี

.

.

.

ตอนที่ 2 เชือดไก่ให้ลิงดู (1/2)

ตอนที่ 2 เชือดไก่ให้ลิงดู

บ้านตระกูลฉิน, เมืองหลิงซี

“ฉืออวี้ เหตุใดอวี้โม่ไม่กลับมาพร้อมเจ้า ?”

สตรีวัยกลางคนท่าทางอ่อนแอยืนอยู่ในลานกว้างของบ้านตระกูลฉินอันมั่งคั่ง สายตาของนางจ้องมองไปยังหญิงสาวที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้า--ฉินฉืออวี้บุตรสาวอีกคนของสามีนางหรือกล่าวง่าย ๆ ก็คือลูกเลี้ยงของนางเอง แววแห่งความกังวลปรากฏชัดในดวงตางดงามทั้งสอง

บ่ายวันนี้ นางเห็นอย่างชัดเจนว่าฉินอวี้โม่บุตรสาวออกจากบ้านไปพร้อมกับฉินฉืออวี้ แต่เหตุใดลูกเลี้ยงของนางถึงได้กลับมาเอาป่านนี้และยังไร้วี่แววของฉินอวี้โม่อีกด้วย

“ฮูหยินใหญ่ ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอก น้องอวี้โม่งดงามถึงเพียงนั้น ไม่ว่านางจะไปที่ใดผู้คนย่อมรู้เห็น”

น้ำเสียงของฉินฉืออวี้ที่ใช้กับสตรีผู้มีศักดิ์สูงกว่าไม่มีความเคารพอยู่เลยแม้แต่น้อย อีกทั้งยังแฝงด้วยร่องรอยแห่งความดูถูกเหยียดหยาม

ฉินอวี้โม่ คุณหนูสี่แห่งตระกูลฉินเกิดมาอาภัพไม่ต่างจากสตรีพิการ ไม่ว่าผู้ใดต่างก็รู้ดีว่านางเกิดมาโดยไร้พลังอำนาจจึงไร้หนทางแห่งการฝึกฝน ทว่าสวรรค์มิไร้ใจยังบันดาลรูปโฉมอันงดงามให้เป็นการทดแทนและความงามที่เป็นเลิศของนางก็ทำให้หญิงสาวทั่วเมืองรู้สึกอิจฉาริษยา ในหลายปีที่ผ่านมาฉินฉืออวี้มักจะนำรูปลักษณ์ของตัวเองไปเปรียบเทียบกับฉินอวี้โม่อยู่เสมอ ทำให้นางเกลียดชังน้องสาวต่างมารดาอย่างมาก

ฉินฉืออวี้เกิดมาพร้อมพรสวรรค์ที่นับว่าสูงส่งกว่าคนทั่วไปมาก ทว่ารูปโฉมของนางกลับไม่งดงามนัก ในขณะที่ฉินอวี้โม่รูปลักษณ์งดงามไร้ที่ติดแต่กลับไร้พรสวรรค์โดยสิ้นเชิง ทั้งคู่ถือเป็นพี่น้องที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว

เนื่องจากฉินฉืออวี้เป็นอัจฉริยะแห่งเมืองหลิงซี พลังยุทธ์ของนางจึงเหนือชั้นจนเป็นที่ยกย่องเลื่องลือ ไฉนเลยฉินอวี้โม่ที่ไม่มีแม้แต่พลังสำหรับฝึกฝนจะเทียบเทียมนางได้ ดังนั้นหลายปีมานี้ฉินอวี้โม่จึงมักจะถูกอีกฝ่ายรังแกอยู่เรื่อยมา

แต่ในครั้งนี้ฉินฉืออวี้ถึงขั้นล่อลวงฉินอวี้โม่ออกไปนอกเมืองและส่งคนไปไล่ล่าสังหารนาง…

‘ตอนนี้นังนั่นคงจะกลายเป็นศพไปแล้ว’ นี่คือสิ่งที่ฉินฉืออวี้กำลังคิดอยู่ในใจ

อวี๋เสี่ยวอวิ๋นคือมารดาแท้ ๆ ของฉินอวี้โม่และยังเป็นภรรยาคนแรกของผู้นำตระกูลฉิน--ฉินเทียนนางจึงมีศักดิ์เป็นฮูหยินใหญ่แห่งตระกูลฉินอย่างถูกต้อง อย่างไรก็ตาม ฉินเทียนกลับรักใคร่ชอบพอภรรยารองมากกว่า เขาปล่อยปละละเลยภรรยาหลวงกับบุตรสาวอีกทั้งไม่คิดเหลียวและไม่เคยไยดี หลายปีมานี้สองแม่ลูกจึงไม่ได้อยู่สุขสบายอย่างที่ควรจะเป็น

แท้จริงแล้วร่างกายของอวี๋เสี่ยวอวิ๋นไม่ได้อ่อนแอมาตั้งแต่ต้น ทว่าเป็นเพราะเส้นชีพจรของนางได้รับความเสียหายในตอนที่ให้กำเนิดฉินอวี้โม่ การบ่มเพาะพลังของนางจึงต้องหยุดชะงักลง ตอนนี้นางจึงไม่ต่างจากคนธรรมดาผู้ไร้พลังยุทธ์คนหนึ่ง

อวี๋เสี่ยวอวิ๋นรักฉินอวี้โม่เป็นอย่างมาก แต่เพราะว่านางเองก็ไร้ซึ่งพลังอำนาจทำให้มิอาจปกป้องบุตรสาวสุดที่รักได้ และเพราะเหตุนี้ อวี๋เสี่ยวอวิ๋นที่รู้สึกผิดมาโดยตลอดจึงมักจะใจดีและคอยดูแลฉินอวี้โม่อย่างดีที่สุดเสมอมา

เมื่อได้ยินวาจาของฉินฉืออวี้ อวี๋เสี่ยวอวิ๋นก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย “ฉืออวี้ เกิดอะไรขึ้นกับอวี้โม่ ?”

“ฮ่า ๆ ฮูหยินใหญ่ ฉินอวี้โม่เป็นแค่ขยะไร้ค่า เหตุใดท่านต้องห่วงใยนางถึงเพียงนั้น ?!”

ฉินฉืออวี้กล่าวด้วยรอยยิ้มเย็นชาก่อนจะเอ่ยต่อ “ก่อนหน้านี้ข้าเห็นแค่นางมุ่งหน้าออกไปจากเมืองเพียงลำพัง ข้าไม่รู้หรอกว่านางอยู่ที่ไหน… แต่การที่นางยังไม่กลับมา ข้าว่าคงจะเกิดเรื่องร้ายมากกว่าดี”

“ฉืออวี้ แม้ว่าอวี้โม่จะไร้พลังแต่นางไม่ใช่คนโง่ เจ้าต้องไปพูดอะไรกับนางแน่ นางถึงได้ออกจากเมืองไปเช่นนั้น !” อวี๋เสี่ยวอวิ๋นกล่าวกับลูกเลี้ยงด้วยน้ำเสียงโกรธจัด

นางรู้จักบุตรสาวของตัวเองดีและรู้ดีว่าแม้อวี้โม่จะไม่อาจฝึกฝนพลังได้ แต่นางไม่ใช่คนโง่อย่างแน่นอน

“ฮ่า ๆ ๆ‘ท่านป้า’นี่ยังฉลาดไม่เปลี่ยนเลยนะ”

จู่ ๆ ฉินฉืออวี้ก็หัวเราะเสียงดังก่อนจะกล่าวต่อ น้ำเสียงของนางรื่นเริงอย่างน่ารังเกียจ “ใช่ ! นางออกไปเพราะข้าเอง ข้าก็แค่บอกนางว่าท่านอยู่นอกเมือง แล้วจากนั้นข้าก็จัดหาชายกำยำกลุ่มเล็ก ๆ มาแล้วบอกพวกเขาว่าให้ไล่ตามนางไป คนพวกนั้นไม่ใช่คนดีนัก บางทีพวกเขาอาจจะหลงรูปลักษณ์อันงดงามของฉินอวี้โม่ และคง —”

เพี๊ยะ !

ก่อนที่ฉินฉืออวี้จะพูดจบ นางก็ถูกฝ่ามือบางข้างหนึ่งฟาดเข้าที่ใบหน้าเสียก่อน

“ฉินฉืออวี้ เจ้ามันไม่ใช่คน !!!”

ยิ่งฟังคำของฉินฉืออวี้ หัวใจของอวี๋เสี่ยวอวิ๋นก็ยิ่งเดือดดาลขึ้นเรื่อย ๆ นางทุกข์ร้อนแสนสาหัส แม้ว่าตอนนี้นางจะไร้ซึ่งพลังและมิได้แข็งแกร่งเช่นในอดีตแต่นางก็จะไม่ยอมให้ผู้ใดมาเหยียดหยามกระทำย่ำยีต่อบุตรสาวได้ ฉินฉืออวี้กล้าทำเรื่องบัดซบเช่นนี้กับผู้เป็นเสมือนดวงใจของนาง แม้ว่าจะต้องตาย นางก็ต้องทำให้สตรีผู้นี้ได้ชดใช้อย่างสาสม

เมื่อคิดได้ดังนั้น อวี๋เสี่ยวอวิ๋นก็พุ่งเข้าหาสตรีน่ารังเกียจที่อยู่ตรงหน้าก่อนจะคว้าคอของนางในทันที

ฉินฉืออวี้ที่ยังคงตกตะลึงจากการถูกฝ่ามือของอวี๋เสี่ยวอวิ๋นผู้อ่อนแอฟาดสะดุ้งสุดตัวเมื่อรู้สึกว่าคอของนางกำลังถูกอีกฝ่ายบีบ… และนั่นก็ทำให้นางเดือดดาลขึ้นมา

ปัง!

ร่างของอวี๋เสี่ยวอวิ๋นถูกส่งให้กระเด็นถอยหลังไปด้วยฝ่ามือเดียว ร่างบอบบางอ่อนแอพุ่งชนเข้ากับกำแพงข้างหลังอย่างรุนแรง ฮูหยินใหญ่แห่งตระกูลฉินล้มลงไปกองกับพื้น

“นังแก่ ! เจ้ากล้าลงมือกับข้า” ฉินฉืออวี้ย่างเท้าเข้าหาอวี๋เสี่ยวอวิ๋นช้า ๆ น้ำเสียงของนางเย็นเฉียบและเต็มไปด้วยความคั่งแค้น

อวี๋เสี่ยวอวิ๋นพ่นเลือดออกมาจากปาก นางพยายามลุกขึ้นยืนด้วยความยากลำบาก

“ฉินฉืออวี้ เจ้าฆ่าลูกข้า ข้าจะให้เจ้าชดใช้ด้วยชีวิต”

“เหอะ ! อยากจะได้ชีวิตข้าอย่างนั้นหรือ ฝันไปเถอะ อยากล้างแค้นให้นังนั่นมากใช่ไหม ได้… ข้านี่แหละจะเป็นคนส่งเจ้าไปพบฉินอวี้โม่ในนรกเอง”

ฉินฉืออวี้ตวาดลั่น ถึงแม้ว่าใบหน้าของนางจะเกรี้ยวกราด แต่แววตานั้นกลับแฝงไปด้วยความสนุกสนาน คุณหนูผู้เป็นอัจฉริยะแห่งตระกูลฉินดึงกระบี่ออกมาแล้วแทงเข้าใส่สตรีตรงหน้าอย่างรวดเร็ว

เคร๊ง !

ยังมิทันได้เฉียดเข้าใกล้ร่างของอวี๋เสี่ยวอวิ๋นกระบี่ในมือของฉินฉืออวี้ก็ถูกหินก้อนเล็ก ๆ กระแทกเข้าใส่อย่างแรงจนปลิวตกลงบนพื้นเสียก่อน ร่างงดงามร่างหนึ่งค่อย ๆ เดินผ่านประตูที่เชื่อมต่อกับลานกว้างเข้ามา

“ฉินฉืออวี้ เจ้าถามหาข้าอยู่อย่างนั้นหรือ ?”

ตอนที่ 2 เชือดไก่ให้ลิงดู (2/2)

“ฉินฉืออวี้ เจ้าถามหาข้าอยู่อย่างนั้นหรือ ?”

เสียงหวานล้ำแต่กลับเย็นชาดังขึ้น ฉินอวี้โม่เอ่ยปากถามขณะที่ก้าวเข้ามาในลานกว้าง ทั้งน้ำเสียงและท่าทางของนางดูน่าหวาดหวั่นราวกับทูตจากแดนนรก

ฆ่าฉินอวี้โม่คนเก่าไปยังไม่พอยังกล้ามาลบหลู่มารดาของฉินอวี้โม่อีก ในเมื่อเธอซึ่งเคยเป็นนักฆ่าได้มาเกิดใหม่ในร่างนี้แล้ว เธอจะขอล้างแค้นให้ฉินอวี้โม่คนเดิมเอง

“อวี้โม่”

อวี๋เสี่ยวอวิ๋นร้องเรียกบุตรสาวด้วยความตื่นเต้นยินดี หัวใจที่แตกสลายกลับมาเต้นอย่างเป็นสุขอีกครั้ง เมื่อเห็นฉินอวี้โม่ย่างกายเข้ามา

“ท่านแม่ นั่งรอสักครู่เถิด ข้ากับฉินฉืออวี้มีเรื่องต้องสะสางกัน!”

น้ำเสียงของฉินอวี้โม้เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจและหยิ่งทะนง ถึงแม้จะรู้ว่าบุตรสาวไม่สามารถใช้พลังมายาได้แต่เพราะน้ำเสียงเช่นนั้นและแววตาของนางทำให้ผู้เป็นมารดาอดไม่ได้ที่จะเชื่อมั่นในตัวนางและไม่คิดหยุดยั้งนางไว้

“ฮ่า ๆ ๆ น่าขำยิ่งนัก ฉินอวี้โม่ ขยะไร้ค่าอย่างเจ้าน่ะหรือจะมาสะสางความแค้นกับข้า ?”

แม้ว่าฉินฉืออวี้จะประหลาดใจอยู่บ้างที่เห็นว่าฉินอวี้โม่ยังไม่ตาย แต่นางก็ไม่ได้ตื่นตระหนกมากนัก นางเพียงแต่คิดว่าอาจจะมีคนบังเอิญผ่านมาพบและช่วยชีวิตฉินอวี้โม่เอาไว้ด้วยความสงสาร

แม้แต่ในตอนที่ฉินอวี้โม่ขว้างหินก้อนเล็กใส่กระบี่ของตนนางก็ยังมิได้เอะใจ นางไม่คิดจะไตร่ตรองเสียด้วยซ้ำว่าเหตุใดสตรีอ่อนแอไร้พลังยุทธ์อย่างฉินอวี้โม่จึงทำเช่นนั้นได้

“ฉินฉืออวี้ เจ้าวางแผนล่อลวงข้าออกไปนอกเมือง ว่าจ้างคนมาย่ำยีและสังหารข้าแล้วยังคิดจะทิ้งร่างข้าไว้ในป่า หลายปีมานี้เจ้าทั้งดูถูกเหยียดหยามและกลั่นแกล้งข้าสารพัด เจ้าช่วยบอกข้าซิว่าบัญชีแค้นนี้ ข้าควรจะสะสางกับเจ้าอย่างไร ?!”

ฉินอวี้โม่ไม่ได้ใส่ใจรอคอยคำตอบของฉินฉืออวี้ หลังจากเอ่ยวาจาแสนเย็นชาออกมาแล้ว นางก็ก้าวเข้าไปหาสตรีชั่วช้าในทันที

“อย่างไรน่ะรึ ?”

ฉินฉืออวี้ตั้งรับอย่างไม่หวั่นเกรง นางตอบฉินอวี้โม่ด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน “ฉินอวี้โม่เอ๋ย ในเมื่อไอ้เศษสวะพวกนั้นไม่มีปัญญาส่งเจ้าไปโลกหน้าได้ งั้นข้าจะลงมือเอง ภูมิใจไว้เถอะ นี่ถือเป็นเกียรติของขยะเน่า ๆ อย่างเจ้าแล้วที่ได้ตายด้วยคมกระบี่ของข้า !”

กล่าวจบ ฉินฉืออวี้ก็หยิบกระบี่ขึ้นมาจากพื้นก่อนจ้วงแทงเข้าใส่ฉินอวี้โม่ในทันที

“หึ ฉินฉืออวี้ เจ้าคิดว่าตัวเองมีความสามารถพอจะทำได้อย่างนั้นหรือ ?”

ฉินอวี้โม่แค่นเสียงใส่อย่างดูถูก นางยืนมองกระบี่ของฉินฉืออวี้ที่กำลังพุ่งเข้ามาโดยไม่หลบเลี่ยงแม้แต่น้อย

“อวี้โม่ระวัง !”

อวี๋เสี่ยวอวิ๋นลุกขึ้นมาจากพื้นในทันทีด้วยความหวาดหวั่น นางกลัวว่าบุตรสาวจะมีอันตราย อย่างไรก็ตาม สิ่งที่นางเห็นคือฉินอวี้โม่ใช้นิ้วสองนิ้วคีบกระบี่ที่กำลังพุ่งเข้าใส่ของฉินฉืออวี้ไว้ได้

“ฉินฉืออวี้ หลายปีที่ผ่านมาเจ้าติดค้างข้ามามาก แต่ข้าฉินอวี้โม่ผู้นี้มีเมตตา ข้าจะค่อย ๆ เอาคืนเจ้าทีละนิดก็แล้วกัน”

ฉินอวี้โม่ยิ้มเยือกเย็น… รอยยิ้มนั้นสั่นประสาทของฉินฉืออวี้ไปชั่ววูบหนึ่งเพราะนางรู้สึกราวกับได้เห็น ‘รอยยิ้มของมารร้าย’ไม่ทราบเหมือนกันว่าตั้งแต่เมื่อใด ทว่าในตอนนี้กระบี่ของฉินฉืออวี้ได้เปลี่ยนมาอยู่ในมือของฉินอวี้โม่แล้ว

พริบตาถัดมามีเพียงเสียง ‘เอื้อก !’เบา ๆ ดังขึ้นเท่านั้น ร่างของฉินฉืออวี้ทรุดลงกับพื้นอย่างนุ่มนวลโดยที่นางเองก็ไม่รู้ตัวเลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย

“ฉินอวี้โม่ เจ้าจะทำอะไรข้า ?”

ฉินฉืออวี้พยายามอย่างหนักเพื่อลุกขึ้นจากพื้นให้ได้ แต่นางกลับพบว่าตนไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ไม่อาจทำได้อีกแล้ว

“ฮ่า ๆ ข้าก็แค่ให้เจ้าได้ลองลิ้มรสของการเป็นคนไร้ค่าเท่านั้นเอง”

ฉินอวี้โม่ยิ้มอย่างเยือกเย็นอีกครั้ง ทว่ารอยยิ้มของนางในครั้งนี้กลับทำให้ฉินฉืออวี้ที่อยู่บนพื้นหวาดกลัวจนตัวสั่นอย่างแท้จริง…

.

.

.

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...