โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

"เงินเยน" อ่อนค่ากดดันธุรกิจญี่ปุ่น เปิดช่องต่างชาติเข้าซื้อกิจการ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 30 มิ.ย. 2565 เวลา 08.19 น. • เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2565 เวลา 08.19 น.

การอ่อนค่าของ “เงินเยน” ที่ร่วงลงต่ำสุดที่ 136.455 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แตะระดับต่ำสุดในรอบ 24 ปี ทำให้นักท่องเที่ยวที่หลงรักญี่ปุ่นต่างแห่กันเข้าเก็บสะสม แต่เงินเยนที่อ่อนค่าก็กดดันผู้ประกอบการและชาวญี่ปุ่นจากผลกระทบจากต้นทุนพลังงานและสินค้านำเข้าที่สูงขึ้น

รอยเตอร์ส รายงานว่า เงินเยนของญี่ปุ่นยังคงแกว่งค่าอยู่ในระดับต่ำ หลังจากที่ร่วงลงต่ำสุดที่ 136.455 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลมาจากการดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายพิเศษ (ultra-loose monetary policy) ของธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ที่ยังคงมุ่งมั่นรักษาอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำที่ต้องการให้เกิดการขยายตัวของค่าแรงอย่างแข็งแกร่ง เพื่อบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อ 2% ซึ่งเป็นแนวทางส่งเสริมการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่น

แม้ว่าการอ่อนค่าอย่างรุนแรงของเงินเยน อาจส่งผลให้บริษัทต่าง ๆ ของญี่ปุ่นประสบความยากลำบากในการวางแผนทางธุรกิจ แต่บีโอเจมองว่านโยบายการเงินในปัจจุบันมีความเหมาะสมต่อการกระตุ้นการเติบโตของค่าแรง ซึ่งจะช่วยให้การบริโภคภายในประเทศขยายตัว และเป็นปัจจัยที่หนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม การสำรวจของ “โตเกียว โชโกะ รีเสิร์ช” ผู้ให้บริการข้อมูลธุรกิจญี่ปุ่น เปิดเผยว่า บริษัทญี่ปุ่นถึง 46.7% จากบริษัทที่ร่วมให้ข้อมูลทั้งหมด 2,649 บริษัท ระบุว่า ค่าเงินเยนที่หดตัวลงส่งผลกระทบเชิงลบต่อบริษัท ขณะที่บริษัทราว 21.7% ระบุว่า มีผลกระทบทั้งลบและบวก ส่วนที่ไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ มีอยู่ประมาณ 28.5% และมีบริษัทญี่ปุ่นเพียง 3% เท่านั้นที่ระบุว่า ได้รับผลเชิงบวกจากสถานการณ์เงินเยนอ่อนค่า

ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า บริษัทญี่ปุ่นส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์เงินเยนอ่อนค่าอย่างมาก นอกจากจะต้องแบกรับต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้นแล้ว การขึ้นราคาสินค้ายังส่งผลกระทบต่อยอดขายและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค

ขณะที่ “เคนทาโร โอคุดะ” ซีอีโอของโนมูระ โฮลดิงส์ ให้สัมภาษณ์กับไฟแนนเชียลไทมส์ ว่า เงินเยนที่อ่อนค่าจะผลักดันให้เกิดกระแสการควบรวมและเข้าซื้อกิจการ (M&A) จากนักลงทุนต่างชาติเพื่อเข้าถือครองสินทรัพย์ในญี่ปุ่นที่มีมูลค่าลดลงราว 20% เมื่อเปลี่ยนเป็นดอลลาร์สหรัฐเทียบกับปี 2021

รวมทั้งด้านอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับญี่ปุ่นเริ่มผ่อนคลายมาตรการจำกัดการเดินทางเข้าประเทศ ทำให้ทุนต่างชาติเริ่มแสวงหาอสังหาริมทรัพย์ในญี่ปุ่นมากขึ้น ขณะที่กองทุนต่าง ๆ โดยเฉพาะกลุ่มไพรเวตอีควิตี้ที่เคยเน้นการลงทุนในจีน อาจหันมามองหาการลงทุนในญี่ปุ่นเพื่อเก็งกำไรจากเงินเยนที่อาจแข็งค่าขึ้นในอนาคต

นอกจากนี้ การอ่อนค่าของเงินเยนยังจะนำไปสู่กลยุทธ์การกู้ยืมในตลาดเงินตราต่างประเทศ (FX Market) โดยการกู้ยืมเงินเยนที่อ่อนค่าแล้วนำมาลงทุนในสกุลเงินที่ให้ผลตอบแทนได้ดีกว่าอย่างดอลลาร์สหรัฐ ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือดอลลาร์แคนาดา ที่สามารถให้ผลตอบแทนได้มากกว่า 13% ตามข้อมูลของบริษัทตลาดการเงิน “รีฟินิทิฟ” (Refinitiv)

ทั้งนี้ เงินเยนยังคงมีแนวโน้มอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง โดยรายงานของนิกเคอิ เอเชีย ระบุว่า “เจพี มอร์แกน” ผู้ให้บริการทางการเงินระดับโลกได้ปรับคาดการณ์ว่าเงินเยนอาจอ่อนค่าลงไปได้ถึง 140 เยน/ดอลลาร์สหรัฐในระยะอันใกล้ หากยังคงไม่มีการปรับเปลี่ยนนโยบายทางการเงินใด ๆ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...