โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แสนสิริ ขายเชนโรงแรม The Standard ให้ Hyatt มูลค่า 355 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 21 ส.ค. 2567 เวลา 12.41 น. • เผยแพร่ 21 ส.ค. 2567 เวลา 03.05 น.

แสนสิริ ขายเชน โรงแรม The Standard ให้ Hyatt แบรนด์โรงแรมระดับโลก มูลค่า 355 ล้านดอลลาร์ คาดปิดดีลปลายปี 67

วันที่ 21 สิงหาคม 2567บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ Standard International เครือโรงแรม The Standard (เดอะ สแตนดาร์ด) และ Bunkhouse (บังค์เฮาส์) แบรนด์โรงแรมระดับ Top 10 จากการจัดอันดับของ Travel + Leisure’s World Best Awards 2023 เปิดเผยว่าอยู่ระหว่างขั้นตอนการเจรจากับ Hyatt (ไฮแอท) ผู้ประกอบการโรงแรมระดับโลก เพื่อเข้าลงทุนใน Standard International และคาดว่าแสนสิริและ Hyatt จะสามารถปิดบิ๊กดีลนี้ได้ภายในปี 2567

การเข้าลงทุนซื้อกิจการ Standard International ของ Hyatt ครั้งนี้ จะส่งผลดีและสร้าง value added ต่อแสนสิริเป็นอย่างมาก เนื่องจาก Hyatt มีโครงสร้างพื้นฐานที่เข้มแข็งทั่วโลก โดยเฉพาะโปรแกรมสมาชิก World of Hyatt ที่ประกอบไปด้วยสิทธิพิเศษและข้อเสนอมากมาย จะเป็นส่วนสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งให้แก่พร็อพเพอร์ตี้ของแสนสิริ

เนื่องจาก ดีลซื้อขายที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ แสนสิริยังคงเป็นเจ้าของพร็อพเพอร์ตี้ ประกอบไปด้วย The Standard, Hua Hin (เดอะ สแตนดาร์ด หัวหิน) The Standard Residences, Hua Hin (เดอะสแตนดาร์ด เรสซิเดนซ์ หัวหิน) The Peri Hotel, Hua Hin (เดอะ เภรี โฮเต็ลหัวหิน) The Peri Hotel, Khao Yai (เดอะ เภรี โฮเต็ล เขาใหญ่)

และเป็นเจ้าของ The Manner โรงแรมระดับลักซ์ชัวรี่ที่กำลังจะเปิดตัวในย่านโซโหของเมืองนิวยอร์กในเดือนกันยายน 2567 และที่สำคัญ แสนสิริยังคงให้ความสำคัญกับธุรกิจ Hospitality และมองหาโอกาสในการลงทุนใหม่ๆ ในอนาคตเช่นกัน

นายอุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ที่ผ่านมาแสนสิริได้รับการติดต่อจากเชนโรงแรมขนาดใหญ่ระดับโลกหลายแห่ง ซึ่งเราวิเคราะห์ว่ายังไม่ใช่ช่วงเวลาที่ดี เนื่องจากพิจารณาจังหวะโอกาส ปัจจัยพื้นฐาน สภาวะตลาด

ตลอดจนนโยบายในการบริหารว่าสอดคล้องกับเป้าหมายและกลยุทธ์ที่แสนสิริกำหนดไว้ คือการสร้างการเติบโตให้กับ Standard International ได้อย่างแข็งแกร่งและมีความมั่นคงในระยะยาว

ปัจจุบัน โอกาสทางธุรกิจท่องเที่ยวทั่วโลกกลับมาขยายตัวอีกครั้ง จากนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ ส่งผลให้แนวโน้มความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวเริ่มฟื้นกลับ ถือเป็นเวลาที่เหมาะสม มีโมเมนตัมเชิงบวกต่อภาพรวมของธุรกิจ

“ถือเป็นก้าวสำคัญในแผนพัฒนาเชิงกลยุทธ์ของ Standard Internationalโดยมั่นใจว่าการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ของ Hyatt นอกจากจะสะท้อนถึงความสำเร็จในการลงทุน Standard International ของแสนสิริแล้ว ยังเป็นการสร้างโอกาสใหม่ๆ ในหลากหลายด้านให้กับลูกค้าและทีมงานของ Standard International อีกด้วย” นายอุทัย กล่าว

ทั้งนี้ สัญญาจะซื้อจะขายดังกล่าว ยังครอบคลุมสัญญาบริหารและแฟรนไชส์สำหรับโรงแรมมากถึง 21 แห่ง มีห้องรวมกันราว 2,000 ห้อง มีทั้งโรงแรมที่เปิดให้บริการอยู่แล้ว อาทิ

*The Standard, London (เดอะ สแตนดาร์ด ลอนดอน) The Standard, High Line (เดอะ สแตนดาร์ด ไฮไลน์) ในเมืองนิวยอร์ก The Standard, Bangkok Mahanakhon (เดอะ สแตนดาร์ด แบงค็อก มหานคร) และโรงแรมบูติคอย่าง Hotel Saint Cecilia (โฮเทล เซนต์ เซซิเลีย) ในเมืองออสติน รัฐเท็กซัส และ Hotel San Cristóbal (โฮเทล ซาน คริสโตบัล) ในเมืองบาฮากาลิฟอร์เนีย ประเทศเม็กซิโก*

ผู้ขายได้เข้าทำสัญญากับผู้ซื้อในการจำหน่ายส่วนได้เสียในความเป็นเจ้าของในกิจการ (equity interests) ที่ถืออยู่ทั้งหมดใน SIM และ Bunkhouse ในราคาซื้อขายรวมประมาณไม่เกิน 355 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นราคาที่ตกลงร่วมกันระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อ โดยมีองค์ประกอบดังต่อไปนี้

1. ค่าตอบแทนเริ่มแรก (Upfront) จำนวน 150 ล้านดอลลาร์ โดยจะชำระเมื่อธุรกรรมเสร็จสมบูรณ์

2. ค่าตอบแทนตามผลการดำเนินงาน (Earnout) ไม่เกิน 175 ล้านดอลลาร์ สำหรับโรงแรมและโครงการที่พักอาศัยแห่งใหม่ภายใต้แบรนด์ของ SIM และ Bunkhouse ซึ่งจะชำระโดยมีเงื่อนไขว่าโครงการใหม่ดังกล่าวจะต้องก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดดำเนินการภายในกรอบเวลาที่กำหนดหลังจากการทำธุรกรรมเสร็จสมบูรณ์

3. ค่าตอบแทนพิเศษตามผลการดำเนินงาน (Earnout Bonus) จำนวนไม่เกิน 10 ล้านดอลลาร์ ซึ่งจะมีสิทธิได้รับเงินต่อเมื่อเหตุการณ์ที่กำหนดไว้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายหลังจากการทำธุรกรรมเสร็จสมบูรณ์

4. ค่าตอบแทนการใช้แบรนด์ของ SIM และ Bunkhouse เฉพาะโครงการที่พักอาศัยภายใต้แบรนด์ SIM และ Bunkhouse ที่ดำเนินการอยู่แล้วก่อนวันเข้าทำรายการทั้งหมดไม่รวมอยู่ในธุรกรรมนี้ โดยผู้ซื้อจะดำเนินการให้มีการส่งผ่านค่าตอบแทนดังกล่าวให้แก่ผู้ขาย เมื่อ SIM และ Bunkhouse ได้รับรายได้จากโครงการดังกล่าวภายในกรอบเวลาที่กำหนดหลังจากการทำธุรกรรมเสร็จสมบูรณ์

ขณะที่ผลการดำเนินงานในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2567 แสนสิริมีผลงานยอดขายที่โดดเด่นจากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของทางรัฐบาล ที่ทำให้ตลาดเริ่มกลับมามีสัญญาณบวก โดยสามารถสร้างยอดขายรวมได้ถึง 25,000 ล้านบาท คิดเป็น 48% ของเป้าทั้งปีที่ 52,000 ล้านบาท

ทางด้านรายได้ ครึ่งปีแรกทำได้ร่วม 20,000 ล้านบาท คิดเป็น 47% ของเป้าทั้งปีที่ 43,000 บาท โตขึ้น 8% (เทียบYear on Year) กำไรสุทธิอยู่ที่ 2,700 ล้านบาท เป็นอันดับ 1 ทั้งในด้านรายได้และกำไรสุทธิเมื่อเทียบในกลุ่มบริษัทจดทะเบียนหมวดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทย

บล.เอเซีย พลัส มองว่า แรงหนุน SIRI จากข่าวที่ประกาศเจรจาขายเชน The Standard ให้กับกลุ่ม Hyatt ซึ่งหากดีลมีความชัดเจนจะทำให้ SIRI ได้กำไรพิเศษจากการขายเข้ามา ซึ่งนำไปใช้ลงทุนขยายโครงการ หรือนำไปคืนหนี้ลดค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยได้

ประกอบกับยังมองแนวโน้มกำไรในครึ่งปีหลังจะสูงกว่าครึ่งปีแรก จากการที่เร่งเดินหน้าโอนโครงการแนวราบใหม่ที่สูงขึ้น ซึ่งในไตรมาส 3/67 และไตรมาส 4/67 ยังมีแผนการเปิดโครงการแนวราบอีกมาก ทำให้หนุน upside ของกำไรในครึ่งปีหลังอีกทั้งการประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.07 บาท/หุ้น ถือเป็นอัตราที่ยังน่าจูงใจให้ลงทุน

นักวิเคราะห์ คาดหนุน upside กำไรครึ่งปีหลัง อีกทั้งการจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.07 บาท/หุ้น จูงใจลงทุน

📌 อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่ 📌

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...