อีวีจีนไม่ถอย ภาษีนำเข้าแค่แตะเบรก! ถ้าจะสยบต้องเก็บภาษีถึง 300%
รถยนต์ไฟฟ้าจีนยังคงแข่งในยุโรปได้ แม้สหภาพยุโรปเพิ่มภาษีนำเข้า
แม้ว่าสหภาพยุโรปจะเพิ่มภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากจีนเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศของตนเอง
แต่ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจากจีน เช่น BYD, Geely และ SAIC ยังคงสามารถแข่งขันได้ โดยในการปรับลดภาษีนำเข้าเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยภาษีนำเข้าของแบรนด์ BYD ลดลงจาก 17.4% เหลือ 17.3%, Geely จาก 19.9% เหลือ 19.3% และ SAIC จาก 37.6% เหลือ 36.3%
เมื่อวันที่ 20 ก.ย. 67 CNBC รายงานว่า จากการศึกษาของ Rhodium Group ระบุว่า
การเพิ่มภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากจีนให้สูงถึง 50% จะทำให้ตลาดยุโรปไม่น่าสนใจ สำหรับผู้ส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าจีน
อย่างไรก็ตาม แม้ภาษีจะเพิ่มขึ้นในระดับนี้ แต่ผู้ผลิตจีนยังคงมีช่องว่างในการแข่งขันในยุโรปได้
โจเซฟ แม็คเคบ ซีอีโอของ AutoForecast Solutions
เผยว่าภาษีนำเข้าที่สหภาพยุโรปกำหนดนั้นยังไม่ใช่อุปสรรคใหญ่สำหรับจีน
เมื่อเทียบกับมาตรการของสหรัฐฯ และแคนาดา ซึ่งเรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจีนสูงถึง 100%
“ภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจีนในยุโรปจะสร้างอุปสรรค แต่ไม่ถึงกับทำให้ผู้ผลิตไม่สามารถเข้าสู่ตลาดได้”
จีนยังคงเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุโรป
เช่น BYD ที่เปิดตัวรุ่น Dolphin ในยุโรปด้วยราคาต่ำกว่า 21,550 ดอลลาร์ (ราคาประมาณ 710,632.80 บาท)
แม้ว่าจะมีภาษี 17% ก็ยังถูกกว่า Tesla Model 3 ที่ขายในสหราชอาณาจักร
ซึ่งมีราคา 44,480 ดอลลาร์ (ราคาประมาณ 1,466,772.48 บาท)
Tesla ผลิตในประเทศจีนแต่ก็ยังต้องเผชิญหน้ากับภาษีนำเข้าถึง 9% สำหรับรถที่นำเข้าไปยังสหภาพยุโรป
และเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาด Volkswagen ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติเยอรมัน
ก็มีแผนเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าราคาประหยัดในปี 2027
โดยมีราคาประมาณ 21,476 ดอลลาร์ (ราคาประมาณ 708,192.58 บาท) เพื่อสู้กับรถยนต์ไฟฟ้าที่นำเข้ามาจากประเทศจีน
อย่างไรก็ตาม William Ma CIO ของ GROW Investment Group
เตือนว่าหากสหภาพยุโรปเพิ่มภาษีนำเข้าสูงมากเกินไป
อาจเกิดการตอบโต้จากจีน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ยุโรป
สหภาพยุโรปเริ่มเจรจาเรื่องภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีนตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2567
เพื่อจัดการกับ “การอุดหนุนที่ไม่เป็นธรรม” ซึ่งพวกเขาเห็นว่าเป็นภัยคุกคามต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าภายในทวีปยุโรป
การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจครั้งนี้คาดว่าจะยังคงดำเนินต่อไปในอนาคต
แม้จะเจออัตราภาษีนำเข้าเพิ่ม แต่รถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีนก็ยังคงมีราคาถูกและสามารถทำการแข่งขันในตลาดยุโรปได้!