โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิด 5 ข้อควรระวัง “เด็กจบใหม่” อยากรวยเร็ว จะเริ่มต้นลงทุนต้องรู้

Thairath Money

อัพเดต 10 ต.ค. 2567 เวลา 07.19 น. • เผยแพร่ 14 ต.ค. 2567 เวลา 02.00 น.
ภาพไฮไลต์

ปัจจุบันจำนวนนักลงทุนหน้าใหม่เติบโตเรื่อยๆ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กจบใหม่ที่เพิ่งเริ่มทำงาน หรือที่เรียกว่า “First Jobbers” เนื่องจากหลายคนมองหาโอกาสที่จะสร้างความมั่งคั่งและมีอิสรภาพทางการเงินให้ได้เร็วที่สุด เพื่อที่จะมีชีวิตที่ไม่มีข้อจำกัดด้านการเงินในอนาคต และความต้องการที่จะ “รวยเร็ว” ทำให้คนกลุ่มนี้ สนใจลงทุนอย่างจริงจังตั้งแต่เริ่มต้นทำงาน

แม้การเริ่มต้นลงทุนตั้งแต่อายุยังน้อย เป็นหนึ่งในวิธีที่ดีในการสร้างความมั่งคั่งระยะยาว จากสามารถสร้างผลตอบแทนทบต้นไปเรื่อยๆ แต่การลงทุนไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด เพราะมีความเสี่ยงที่มักจะมองข้ามไป ซึ่งถ้าไม่ระมัดระวังก็อาจทำให้เกิดความเสียหายได้

สมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้เผยแพร่บทความ “5 กับดักการลงทุนที่ First Jobbers ต้องระวัง” ทั้งนี้เพื่อช่วยปิดความเสี่ยงที่ชาว First Jobbers มักเจอบ่อย ๆ เพื่อสร้างความมั่งคั่งและช่วยให้มีโอกาสได้รับอิสรภาพทางการเงินได้อย่างรวดเร็ว ดังนี้

1.ไม่มีเป้าหมายทางการเงินที่ชัดเจน

หลายคนมีความตั้งใจจะออมเงิน แต่เมื่อถึงสิ้นเดือนกลับพบว่าเงินหมดไปกับค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ซึ่งเป็นปัญหาของการไม่มีเป้าหมายทางการเงินที่ชัดเจน ดังนั้น เราจะต้อง “ตั้งเป้าหมายทางการเงิน” ซึ่งอาจใช้เทคนิคเรียกว่า บอร์ดภาพเป้าหมาย (Vision Board) ทำได้โดยรวบรวมภาพ คำคม หรือสัญลักษณ์ที่แทนเป้าหมายของตัวเอง แล้วจัดวางบนบอร์ดหรือในรูปแบบดิจิทัล

โดยเทคนิคนี้ จะช่วยสร้างความชัดเจนทำให้การวางแผนทำได้ง่ายและตรงจุดมากขึ้น และสามารถเพิ่มแรงจูงใจ ทำให้มีกำลังใจในการออมและลงทุนอย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงที่ต้องเผชิญความท้าทาย รวมถึงช่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และสามารถจัดลำดับความสำคัญได้ดีขึ้นด้วย

ที่สำคัญควรทบทวนเป้าหมายเป็นระยะ อย่างน้อยทุก 6 เดือน เพราะชีวิตอาจเปลี่ยนแปลง และเป้าหมายก็อาจต้องปรับเปลี่ยนตามไปด้วย การมีเป้าหมายที่ชัดเจนจะช่วยให้มีทิศทางในการจัดการเงิน และทำให้การลงทุนมีประสิทธิภาพมากขึ้น

2.ลงทุนโดยไม่มีความรู้เพียงพอ

การลงทุนโดยไม่ระมัดวัง อาจเกิดความผิดพลาดและอาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ดังนั้น การศึกษาหาความรู้ก่อนลงทุนเป็นเรื่องสำคัญ เริ่มต้นด้วยการทำความเข้าใจพื้นฐานการลงทุน เช่น ความเสี่ยงและผลตอบแทนของสินทรัพย์แต่ละประเภท การกระจายความเสี่ยง และการลงทุนแบบสม่ำเสมอต้นทุนเฉลี่ย (DCA)

นอกจากนี้ การเข้าใจจิตวิทยาการลงทุนก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะจะช่วยให้เข้าใจกลไกการตัดสินใจได้ดีขึ้น รวมถึงการติดตามข่าวสารเศรษฐกิจอยู่เสมอ ที่สำคัญ ถ้ารู้สึกว่ายังไม่พร้อมก็ไม่ต้องรีบร้อนลงทุน สามารถเริ่มต้นด้วยการออมในบัญชีเงินฝาก ระหว่างนั้นก็ค่อย ๆ สะสมความรู้ไป เมื่อพร้อมแล้วค่อยเริ่มลงทุนจริงก็ไม่สาย

3.ไม่กระจายความเสี่ยง

“อย่าใส่ไข่ไว้ในตะกร้าใบเดียว” ถือเป็นหัวใจของการกระจายความเสี่ยงในการลงทุน แต่ชาว First Jobbers อาจมองข้ามความสำคัญของเรื่องนี้ เพราะหากลงทุนโดยไม่กระจายความเสี่ยง อาจทำให้สูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด โดยสามารถทำได้ ดังนี้

  • กระจายประเภทสินทรัพย์ - แบ่งเงินลงทุนไปในสินทรัพย์หลายประเภท เพราะแต่ละประเภทมีความเสี่ยงและผลตอบแทนต่างกัน การผสมผสานจะช่วยลดความผันผวนได้
  • กระจายภูมิภาค - ลงทุนในหลายประเทศหรือภูมิภาค เพื่อลดความเสี่ยงจากปัญหาเศรษฐกิจหรือการเมืองในประเทศใดประเทศหนึ่ง
  • กระจายอุตสาหกรรม - เพราะแต่ละอุตสาหกรรมมีวงจรธุรกิจต่างกัน บางช่วงอุตสาหกรรมหนึ่งเติบโต ในขณะที่อีกอุตสาหกรรมซบเซา ซึ่งจะช่วยรักษาสมดุลให้พอร์ตลงทุน
  • กระจายระยะเวลา - ใช้วิธีการลงทุนแบบ DCA โดยทยอยลงทุนสม่ำเสมอ แทนที่จะลงทุนครั้งเดียวทั้งก้อน วิธีนี้จะช่วยลดความเสี่ยงจากการจับจังหวะตลาดผิดพลาด

4.ใจร้อนและตัดสินใจด้วยอารมณ์

เมื่อเห็นราคาหุ้นตัวหนึ่งกำลังปรับขึ้นอย่างรวดเร็ว ก็ตัดสินใจเข้าซื้อทันทีด้วยความตื่นเต้น หรือแม้แต่การซื้อหุ้น 2 ตัวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา วันนี้ราคาหุ้นปรับลดลงอย่างรวดเร็ว ก็รีบขายออกทั้งหมดด้วยความกลัว โดยสองกรณีดังกล่าว เป็นการตัดสินใจลงทุนด้วยอารมณ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อผิดพลาดที่พบเห็นได้บ่อย ๆ

ผลลัพธ์ของการลงทุนด้วยอารมณ์มักจะมีโอกาสที่จะเกิดผลขาดทุนได้สูง หรือพลาดโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดี ดังนั้น การลงทุนที่ประสบความสำเร็จในระยะยาวจะต้องควบคุมอารมณ์ให้ได้

5.ละเลยการวางแผนภาษีและประกัน

ควรให้ความสำคัญกับการวางแผนภาษีและประกันควบคู่ไปกับการลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ เพราะถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยปกป้องความมั่งคั่งที่ตัวเองสร้างขึ้นและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารการเงิน

สำหรับการวางแผนภาษีผ่านการลงทุนนั้น จะต้องรู้จักสิทธิประโยชน์ทางภาษี เช่น การลงทุนในกองทุน SSF และ RMF แต่ต้องระวังเงื่อนไขการถือครองด้วย ขณะเดียวกันก็สามารถลดหย่อนด้วยเงินบริจาคกรณีต่าง ๆ แต่อย่าลืมว่าจะต้องศึกษาสิทธิหักค่าลดหย่อนภาษีกรณีพิเศษจากภาครัฐ ติดตามการเปลี่ยนแปลงกฎหมายภาษีด้วย

ส่วนการวางแผนประกัน อาจศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับประกันชีวิต ประกันสุขภาพประกันอุบัติเหตุ และประกันทรัพย์สิน เพราะสามารถช่วยสร้างความมั่นคง ในกรณีเกิดเหตุไม่คาดฝัน ซึ่งอาจกระทบกับแผนการลงทุนของตัวเองได้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิด 5 ข้อควรระวัง “เด็กจบใหม่” อยากรวยเร็ว จะเริ่มต้นลงทุนต้องรู้

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...