โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

SMART โชว์กำไร Q2 เฉียด 2 ล้าน ลุยอิฐมวลเบา “Green Building” ขยายฐานลูกค้าภาครัฐ–เอกชน

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 08 ส.ค. 2568 เวลา 05.30 น. • เผยแพร่ 08 ส.ค. 2568 เวลา 05.30 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นายรังสี ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการบริษัท สมาร์ทคอนกรีต จำกัด (มหาชน) หรือ SMART เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 2/2568 บริษัทมีรายได้รวม 93.38 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1.97 ล้านบาท ขณะที่ผลประกอบการครึ่งปีแรก บริษัทมีรายได้รวม 211.40 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 14.16 ล้านบาท ทั้งนี้ ผลประกอบการโดยรวมปรับตัวลดลงจากภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอตัว ส่งผลให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ชะลอการเปิดตัวโครงการใหม่

อย่างไรก็ตาม คาดว่าภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างจะค่อยๆ ฟื้นตัว ในช่วงครึ่งปีหลัง 2568 โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักมาจากการลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ และการกลับมาดำเนินงานของภาคเอกชนบางส่วน โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ระดับบน

ทั้งนี้ บริษัทมองเห็นโอกาสจากความต้องการซ่อมแซมและปรับปรุงที่อยู่อาศัย รวมถึงงานตกแต่งในภาคธุรกิจบริการ อาทิ โรงแรม รีสอร์ต ร้านอาหาร ที่ยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มฟังก์ชันการใช้งาน โดยล่าสุดได้พัฒนา อิฐมวลเบาขนาดพิเศษ (Jumbo Block, Compact Block) ที่ช่วยแก้ข้อจำกัดในการก่อสร้าง เพิ่มการพัฒนาอิฐมวลเบาโลวคาร์บอน (Low Carbon Autoclaved Aerated Concrete - AAC) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ประหยัดพลังงาน ได้มาตรฐาน Green Building เพิ่มโอกาสในการคว้างานโครงการภาครัฐ-เอกชน ที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม ช่วยเสริมศักยภาพการแข่งขัน

อีกทั้ง มีแผนขยายฐานลูกค้าไปยังโครงการภาครัฐเพิ่มเติม อาทิ โครงการก่อสร้างอาคารราชการ อาคารสำนักงาน โรงเรียน พร้อมทั้งรักษาฐานลูกค้าเดิม กลุ่มผู้ประกอบการอสังหาฯโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ EEC ซึ่งยังคงมีคำสั่งซื้อต่อเนื่อง ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนงานจากภาคเอกชน 80% ภาคเอกชน 20%

นอกจากนี้ เร่งขยายช่องทางการจำหน่ายโดยเฉพาะการเพิ่มตัวแทนจำหน่าย (ดีลเลอร์) ในกลุ่มบริษัทรับเหมาก่อสร้าง รวมทั้งบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และช่องทางโมเดิร์นเทรด ได้แก่ ไทวัสดุ ดูโฮม โกลบอลเฮ้าส์ ให้ครอบคลุมมากขึ้น ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการกระแสเงินสดและสภาพคล่องทางการเงินให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

“ภาพรวมเศรษฐกิจและตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงอยู่ในภาวะชะลอตัว แต่บริษัทยังคงดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวังอย่างรอบด้าน ทั้งในเรื่องของการบริหารจัดการต้นทุน การควบคุมกระแสเงินสด รวมถึงการบริหารความเสี่ยงต่างๆ เพื่อรักษาสภาพคล่องทางการเงินให้แข็งแกร่ง พร้อมทั้งปรับกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อหาโอกาสในตลาดใหม่ๆ ที่ยังมีศักยภาพ เชื่อมั่นว่าด้วยจุดแข็งของผลิตภัณฑ์และมาตรฐานที่สูงขึ้น จะสามารถสร้างการเติบโตให้กับบริษัทได้ในระยะยาว" นายรังสี กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...