โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อัดฉีด 68 ล้านให้สตาร์ตอัพ แก้ปัญหาขยะพลาสติกในทะเล

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 04 ต.ค. 2564 เวลา 03.28 น. • เผยแพร่ 04 ต.ค. 2564 เวลา 04.11 น.

เดอะ อินคิวเบชัน เน็ตเวิร์ค (The Incubation Network) โครงการสนับสนุนวิธีการแก้ปัญหาการนำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่เพื่อแก้ปัญหามลพิษจากขยะพลาสติก โดยร่วมมือกับ 3 องค์กรชั้นนำบ่มเพาะสตาร์ตอัพ และผู้ประกอบการในประเทศไทยให้สามารถจำหน่ายและต่อยอดนวัตกรรมที่ช่วยแก้ปัญหาขยะพลาสติก

ที่สำคัญ The Incubation Network ยังเป็นโครงการที่เน้นแก้ปัญหาผลกระทบเชิงสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก SecondMuse และ The Circulate Initiative โดยเริ่มเข้ามามีบทบาทในประเทศไทย รวมถึงประเทศในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตั้งแต่ปลายปี 2562

สำหรับความร่วมมือล่าสุดกับพันธมิตร 3 ราย ได้แก่ Seedstars, Alliance to End Plastic Waste และ STEAM Platform ในวันนี้ ได้รับเงินลงทุนเชิงกลยุทธ์จำนวน 2 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 68 ล้านบาท) จาก ECCA Family Foundation เพื่อสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมที่ช่วยจัดการปัญหาขยะพลาสติกในประเทศไทย ด้วยการลดการใช้ การใช้ซ้ำ หรือนำไปรีไซเคิล

“คริสเตียน อัลกอต อีนีโวลด์เซน” ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ECCA Family Foundation กล่าวว่า ECCA Family Foundation รู้สึกภูมิใจที่มีส่วนสนับสนุน The Incubation Network เนื่องจากเรามั่นใจว่า The Incubation Network จะสามารถนำนวัตกรรมมาใช้เพื่อลดปัญหาขยะพลาสติก พัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคลากรที่มีหน้าที่จัดการขยะ และสนับสนุนการเดินหน้าสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน

“เราเห็นถึงความพยายามของประเทศไทยในการจัดการกับความท้าทายด้านปัญหาขยะพลาสติก โดยองค์กรอย่าง The Incubation Network สามารถให้การสนับสนุนด้านเทคนิค สร้างเครือข่ายธุรกิจ และเงินทุนเพื่อส่งเสริมระบบนิเวศด้านนวัตกรรมและผู้ประกอบการของไทยให้สามารถพัฒนาวิธีการแก้ปัญหาที่สามารถนำมาใช้งานได้จริงในเชิงพาณิชย์ได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น”

“ทั้งนั้น เพราะประเทศไทยก่อให้เกิดมลพิษจากขยะพลาสติกในมหาสมุทรมากเป็นอันดับ 6 ของโลก คิดเป็นขยะราว 322,000 ตัน จากขยะจำนวนทั้งสิ้น 8-12 ล้านตัน ที่ไหลลงสู่มหาสมุทรทั่วโลกในแต่ละปี ขยะส่วนใหญ่ในประเทศไทยมีการกำจัดอย่างไม่ถูกต้อง โดยถูกเผาและฝังกลบในพื้นที่ที่ไม่ถูกหลักสุขาภิบาล หรือรั่วไหลปนเปื้อนสู่สิ่งแวดล้อม”

ขณะที่ “ดร.ศิรินทร์ชญา ปรีชาภัฏสกุล” ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนของบริษัท SecondMuse กล่าวเสริมว่า โครงการของภาครัฐและเอกชนที่จัดตั้งขึ้นเพื่อจัดการกับปัญหาขยะในปัจจุบันสามารถต่อยอดและขยายผลได้ด้วยการเพิ่มการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในระบบนิเวศด้านนวัตกรรม และการสนับสนุนเชิงเทคนิคเพื่อพัฒนาวิธีการแก้ปัญหาที่สามารถปรับให้เหมาะกับขนาดของปัญหา

“ดังนั้น การที่ The Incubation Network ให้ความสนใจกับประเทศไทย เนื่องจากมีเสียงเรียกร้องของประชาชนเพื่อให้มีการแก้ปัญหามลพิษทางทะเลจากขยะพลาสติก และจากการที่ภาคธุรกิจให้ความสำคัญกับการสนับสนุนโครงการด้านความยั่งยืน ซึ่งการสนับสนุนดังกล่าวทำให้สตาร์ตอัพ และผู้พัฒนานวัตกรรมในประเทศไทยมีโอกาสที่จะช่วยขับเคลื่อนโครงการตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนของภูมิภาค”

กล่าวกันว่า The Incubation Network และพันธมิตรทั้ง 3 องค์กรในประเทศไทย มุ่งหวังที่จะช่วยผลักดันระบบนิเวศด้านนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน ผ่านโครงการความร่วมมือต่าง ๆ เช่น Thailand Plastics Circularity Accelerator ซึ่งเป็นโครงการที่ให้การสนับสนุนด้านเทคนิคที่ออกแบบเฉพาะสำหรับธุรกิจที่ได้รับการเลือกให้ร่วมโครงการ Thailand Waste Management & Recycling Academy Program ซึ่งเป็นโปรแกรมบ่มเพาะธุรกิจระยะเวลา 3 เดือน สำหรับธุรกิจที่อยู่ในระยะเริ่มต้น รวมถึงการสร้างเครือข่าย Waste Action Network ระดับประเทศ

ทั้งนี้ The Incubation Network จะสนับสนุนเงินทุน และช่วยสร้างเครือข่ายความร่วมมือภาครัฐและเอกชน เพื่อให้สตาร์ตอัพเข้าถึงคำปรึกษาและแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ

สำหรับการเปิดตัวพันธมิตรครั้งนี้มีการจัดทำรายงานที่ระบุถึงช่องโหว่ของห่วงโซ่คุณค่าในการจัดการขยะของประเทศไทย ทั้งยังมีโอกาสแก้ไข หากได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุนและนวัตกรรม ตัวอย่าง เช่น ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ของไทยก่อให้เกิดการรั่วไหลของพลาสติกเกือบร้อยละ 60 ของจำนวนพลาสติกทั้งหมดที่รั่วไหลสู่สิ่งแวดล้อม

เนื่องจากบรรจุภัณฑ์พลาสติกมีอายุการใช้งานสั้น จึงเป็นโอกาสสำหรับการพัฒนาโซลูชั่นเพื่อเพิ่มกำลังในการรีไซเคิลขยะ เพิ่มความต้องการในผลิตภัณฑ์ที่ทำจากพลาสติกรีไซเคิล และส่งเสริมให้ผู้บริโภคตระหนักรู้ถึงประโยชน์ของการรีไซเคิล

นอกจากนั้น รายงานดังกล่าวยังระบุถึงโอกาส 5 ด้าน เพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศไทย ซึ่งจะนำไปสู่การออกแบบระบบ ผลิตภัณฑ์ และบริการที่ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลดของเสียให้ได้มากที่สุด และลดขยะพลาสติกไปพร้อม ๆ กัน

สำหรับโอกาสทั้ง 5 ด้าน ประกอบด้วย

หนึ่ง การช่วยผู้ประกอบการธุรกิจรีไซเคิลให้เข้าถึงความต้องการผลิตภัณฑ์รีไซเคิล

สอง การใช้วัสดุที่มีนวัตกรรมช่วยลดการใช้งานพลาสติกผลิตใหม่

สาม การให้ความช่วยเหลือแก่แรงงานจัดเก็บขยะนอกระบบ

สี่ การรณรงค์ให้ผู้บริโภคปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

และ ห้า การส่งเสริมให้หน่วยงานที่ทำหน้าที่จัดเก็บขยะมีระบบงานที่สามารถนำขยะเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล

ที่สำคัญ The Incubation Network ยังได้ให้ความช่วยเหลือสตาร์ตอัพมาแล้วกว่า 75 ราย ในการขยายธุรกิจผ่านโครงการบ่มเพาะที่เน้นแก้ปัญหาขยะพลาสติกในแต่ละประเทศ สำหรับตัวอย่างความสำเร็จของโครงการในสิงคโปร์ และอินโดนีเซีย

ซึ่งเป็นการเจาะลึกถึงประเด็นปัญหาต่าง ๆ เช่น เพราะเหตุใดบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนตัว (flexible packaging) ไม่เป็นที่นิยมนำมารีไซเคิลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และวิธีแนะนำหลักการพื้นฐานด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนให้แก่สตาร์ตอัพ

นับว่าน่าสนใจทีเดียว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...