เมื่อฉันกลายเป็นองค์หญิงตัวร้าย ในนิยายโลกอนาคต
ข้อมูลเบื้องต้น
ณิชา เป็นหญิงสาวที่เติบโตมาในป่าเขา ถูกเลี้ยงดูโดยคุณตาที่เป็นจอมขมังเวทย์ เธอจึงได้รับการถ่ายทอดวิชาคุณไสย และไสยเวททั้งหมดมาจากตาของเธอ เมื่อเติบโตขึ้นจึงได้เข้ามาเรียนในเมืองจนกระทั่งจบปริญญา และใช้ชีวิตท่ามกลางเมืองใหญ่ เป็นพนักงานออฟฟิศธรรมดาคนหนึ่ง แต่ด้วยค่าครองชีพที่สูงขึ้นทุกวันจึงทำให้เงินเดือนอันน้อยนิดของเธอไม่เพียงพอต่อการใช้จ่าย เธอจึงอาศัยวิชาความรู้ที่ร่ำเรียนมาตั้งแต่เด็ก ไปทำอาชีพเสริม คือรับจ้างปราบผี จัดการกับเรื่องลี้ลับต่าง ๆ จนมีรายได้และชื่อเสียงที่น่าเชื่อถือ
แต่ด้วยความที่เธอต้องทำทั้งงานหลักงานเสริมเพื่อหาเงินมาใช้จ่ายไม่ให้ตนเองลำบาก จึงทำให้เธอไม่มีเวลาออกไปเที่ยวเล่นกับเพื่อน หรือทำความรู้จักคนใหม่ ๆ เวลาว่างที่มีเพียงน้อยนิดเธอก็ขี้เกียจเกินกว่าจะออกไปข้างนอก ทำให้ณิชาต้องโดดเดี่ยว ไม่มีเพื่อน ไม่มีคนรัก อีกทั้งคุณตาที่เป็นญาติเพียงคนเดียวก็จากไปได้หลายปีแล้ว นอกจากทำงานในวันธรรมดา และออกไปรับจ้างปราบผีในวันหยุด เวลาว่างของเธอก็เลยหมดไปกับการอ่านนิยาย และเล่นเกมปลูกผักเสียส่วนใหญ่
แต่แล้ววันหนึ่งกิจกรรมที่ทำยามว่างที่ทำอยู่ประจำก็ได้เปลี่ยนชีวิตเธอ เกมปลูกผักที่เธอเล่นประจำในที่สุดก็อัปถึง Lv 100 และมันได้ให้รางวัลแก่เธอโดยการส่งไปใช้ชีวิตในนิยายแฟนตาซีโลกอนาคตที่เธอเพิ่งอ่านจบซะงั้น แต่ แต่ แต่… ทำไมถึงไม่ใช่นางเอกล่ะ เธอดันถูกส่งเข้าไปในร่างของนางร้าย ที่เป็นขยะไร้เวทมนตร์ซะงั้น แถมยังเป็นนางร้ายตัวประกอบที่ต้องตายตั้งแต่ยังไม่ถึงครึ่งเรื่องด้วยซ้ำ
“องค์หญิงวาเนซซ่าหรือ เอาน่าถึงจะเป็นนางร้าย แต่ก็สวยและรวยมาก ต่อไปฉันจะใช้ชีวิตให้ดีแทนเธอเอง ไม่เอาชีวิตไปทิ้งเพราะพวกพระเอกนางเอกแน่นอน”
อาชีพเสริม
"อะ สัง วิ สุ โล ปุ สะ พุ ภะ
นะโมพุทธายะ อันตราโย วินาสสันตุ"
"ควายธนู จัดการมัน" สิ้นเสียงท่องคาถาของหญิงสาว หุ่นควายธนูที่ปั้นจากขี้ผึ้งลงอาคมก็กลายเป็นควายเผือกตัวใหญ่ รูปร่างองอาจ เขาทั้งสองข้างสลักด้วยอักขระสีทอง ที่คอและข้อเท้าทั้งสี่ล้วนมีเครื่องประดับสีทองอร่าม บนลำตัวก็มีอักขระอาคมดูขลังอย่างยิ่ง
ควายธนูไม่รอช้ามันพุ่งเข้าไปใช้เขาไล่แทงร่างของผีร้ายที่มีดวงตาแดงก่ำ บนตัวเต็มไปด้วยเลือดและไอดำมืดเพราะมันกำลังจะพัฒนาไปเป็นปีศาจในไม่ช้า แม้ผีร้ายตนนั้นจะพยายามดิ้นรนขัดขืนมากเพียงไร แต่สุดท้ายก็ต้องสยบอยู่ใต้ฝ่าเท้าของควายธนู
"ทำดีมาก" ณิชาเอ่ยชมก่อนจะเป่าคาถาปลุกเสกสายสิญจน์เพื่อมัดร่างของวิญญาณร้ายเอาไว้ทำให้ดวงวิญญาณที่กำลังคลุ้มคลั่งสงบลง แล้วจึงส่งควายธนูกลับไปก่อนจะเก็บรูปปั้นเข้ากระเป๋าอย่างดี
"วางความแค้นลงแล้วไปยังที่ที่ควรไปเถอะนะ ยิ่งนายยึดติดกับที่นี่แล้วเอาแต่ทำร้ายผู้คน ยิ่งเป็นการสร้างเวรสร้างกรรมให้เพิ่มพูนมากขึ้น" ณิชาเกลี้ยกล่อมวิญญาณตรงหน้าที่ถูกสายสิญจน์ของเธอมัดไว้อย่างแน่นหนา
"แต่พวกมันฆ่ากู พวกมันต้องชดใช้" วิญญาณชายวัยกลางคนที่โชคไปด้วยเลือดเอ่ยอย่างไม่ยินยอม เดิมทีชายคนนี้เป็นนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่กำลังประสบความสำเร็จ แต่ดันไปขัดผลประโยชน์กับผู้มีอิทธิพลเข้าจึงถูกอุ้มมาฆ่าในบ้านร้างแห่งนี้ วิญญาณของเขาคัดแค้นใจ จึงยึดติดอยู่ที่นี่ไม่อาจเข้าสู่วัฏสงสารเพื่อเวียนว่ายตายเกิดได้ แต่ก็ไม่อาจออกไปจากบ้านร้างหลังนี้ได้เช่นกัน
นานวันเข้าความแค้นเคืองยิ่งสุมในใจ เมื่อไม่อาจทำอะไรผู้ที่ทำร้ายเขาได้ เขาจึงหันมาทำร้ายคนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ที่เข้ามายังบ้านร้างแห่งนี้แทน ยิ่งเขาทำร้ายคนมากเท่าไหร่ ดวงวิญญาณของเขายิ่งกลายเป็นวิญญาณบาป นานวันเข้าเขาจะกลายเป็นปีศาจ และหลงลืมเจตนาเดิมของตนไป เขาจะเข็นฆ่าเพื่อตอบสนองความชั่วร้ายเท่านั้น
"แล้วที่นายทำมันถูกต้องแล้วเหรอ คนที่นายทำร้ายเขาไปทำอะไรให้นาย" ณิชาเอ่ยถาม
ดวงวิญญาณที่ถูกควายธนูสยบได้หลุดออกจากการครอบงำของจิตชั่วร้ายแล้ว ดวงตาจึงเปลี่ยนจากสีแดงก่ำกลับมาเป็นปกติ และมีสตินึกคิดมากขึ้น
"ผม ผมไม่ได้ตั้งใจ" วิญญาณหนุ่มตอบออกมาในที่สุดหลังจากครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง เนื้อแท้ของเขาเคยเป็นคนดี แต่ถูกความมืดในใจครอบงำทำให้เขาลงมือกับผู้บริสุทธิ์ เมื่อได้สติเขาก็รู้สึกผิดเช่นกัน
"ผู้ที่ทำชั่วสักวันเวรกรรมย่อมตามทัน ไม่มีใครหนีพ้นเวรกรรมหรอก สิ่งที่นายทำไว้ก็ต้องไปรับโทษเช่นกัน ยอมไปดี ๆ เถอะ เดี๋ยวฉันจะทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ จะได้ไปเกิดไว ๆ" เมื่อวิญญาณชายหนุ่มพยักหน้ายินยอม ณิชาจึงสวดส่งวิญญาณของเขาเพื่อส่งไปยังปรโลก นับว่าเสร็จภารกิจของวันนี้
หญิงสาวมองไปรอบ ๆ ที่นี่ไม่มีวิญญาณร้ายอยู่แล้ว มีเพียงไออัปมงคลที่หลงเหลืออยู่เท่านั้น เธอจึงโทรบอกเจ้าของตึกให้นิมนต์พระมาสวดปัดเป่าไออัปมงคลนี้ หลังจากนั้นก็สามารถรีโนเวทบ้านหลังนี้ได้แล้ว
ณิชาเป็นหญิงสาววัยยี่สิบสามปี เพิ่งจะเรียนจบปริญญาตรี และทำงานประจำได้ไม่นาน เธอเป็นเด็กกำพร้าที่ถูกเลี้ยงดูมาโดยผู้เป็นตาซึ่งเป็นจอมขมังเวทย์ เธอเติบโตมาในป่า และได้รับการถ่ายทอดวิชาไสยเวทมามากมาย เพื่อใช้ป้องกันตัวและใช้หากิน
หลังจากตาของเธอที่เป็นจอมขมังเวทย์ได้เสียชีวิตลงเพราะแก่ชรา ณิชาจึงต้องเข้าไปอยู่ในเมืองตามลำพัง ทำงานพาร์ทไทม์เพื่อส่งเสียตัวเองเรียน จนกระทั่งเธออายุ 15 ก็เริ่มหารายได้เสริมด้วยการรับจ้างปราบผีตามบ้านร้าง หอพัก หรือสถานที่ต่าง ๆ ตามที่ผู้ว่าจ้างจะเรียกไป
เนื่องจากเธอเป็นเพียงเด็กผู้หญิง และไม่มีชื่อเสียงเหมือนพวกหมอผีดัง ๆ รายได้จากการรับจ้างกำจัดสิ่งชั่วร้าย รวมทั้งขายเครื่องรางของขลัง จึงไม่มากพอจะทำให้เธอร่ำรวย แต่ก็พอส่งตัวเองเรียนจนจบมหาวิทยาลัยได้ แม้จะต้องอ่านหนังสืออย่างหนักเพื่อรักษาผลการเรียนไว้ในระดับดี เพื่อคงสถานะนักเรียนทุนของตนเองเอาไว้จนกว่าจะเรียนจบก็ตาม
ชีวิตของณิชาต้องดิ้นรนหาเลี้ยงตัวเอง จึงไม่มีเวลาและไม่มีเงินมากพอจะออกไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนวัยเดียวกัน ทำให้เธอเคยชินกับการอยู่ตัวคนเดียว ไม่มีเพื่อน ไม่มีญาติ และไม่มีแฟน มีเพียงแค่สามีมโนในนิยายเรื่องโปรดเท่านั้น
เมื่อเรียนจบเธอก็ได้เข้าทำงานประจำเป็นพนักงานออฟฟิศคนหนึ่ง จึงมีรายได้ประจำที่มั่นคงมากขึ้น แต่เงินเดือนเด็กจบใหม่ก็ไม่ได้มากมายอะไร เธอจึงต้องรับงานเสริมด้วยการปราบผีต่อไป แต่ยังดีหน่อยที่ไม่ต้องทำงานพาร์ทไทม์ และอ่านหนังสืออย่างหนักอีกแล้ว
เธอจึงพอมีเวลาว่างมากขึ้น แต่ด้วยความที่เธอไม่มีเพื่อสนิทสักคน เวลาว่างของเธอจึงไม่ได้ออกไปไหน และหมดไปกับการเล่นเกมปลูกผัก และอ่านนิยายแฟนตาซีที่เธอชอบ
"โอ๊ยอ่านแล้วขัดใจยัยองค์หญิงนี่จริง ๆ ชีวิตเธอน่าอิจฉาจะตาย แทนที่จะใช้ชีวิตแสนสุขอยู่บนกองเงินกองทองดี ดันไปวิ่งตามผู้ชายกับหาเรื่องนางเอก ทำตัวเป็นนางร้ายอยู่ได้ทุกวี่วัน แล้วเป็นไงล่ะ สุดท้ายโดนพระเอกฆ่าตายเฉย" ณิชาเพิ่งอ่านนิยายเรื่องโปรดจบเป็นรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้ บ่นออกมาอย่างไม่พอใจ อ่านกี่รอบก็บ่นทุกรอบ
นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายแฟนตาซีแนวโลกอนาคต ที่ผู้คนสามารถใช้เวทมนตร์ได้ แบ็คกราวด์ของเรื่องเป็นอนาคตหลายหมื่นปีหลังวันสิ้นโลก มนุษย์เหลือรอดเพียงหนึ่งส่วนสี่ของประชากรโลกทั้งหมด
โชคดีที่นักวิทยาศาสตร์ได้คิดค้นยานอวกาศขนาดใหญ่สำเร็จ จึงได้ขนประชากรโลกทั้งหมดที่เหลือรอดอพยพไปยังดาวดวงอื่นในจักรวาล ที่สำรวจแล้วว่าสามารถให้มนุษย์อยู่อาศัยได้ โดยกระจายตัวกันเป็นเจ็ดกลุ่ม อาศัยบนดาวเคราะห์ที่มีลักษณะใกล้เคียงกับโลกเดิมทั้งเจ็ดดวงที่อยู่ในกาแล็กซีเดียวกัน แต่เพราะดาวเหล่านั้นเดิมก็มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ก่อนแล้ว จึงมีพื้นที่ปลอดภัยอยู่จำกัดที่มนุษย์สามารถเข้าไปยึดครองได้
หลังจากนั้นมนุษย์ได้ขยายเผ่าพันธุ์ และขยายอาณาเขตจนสามารถสร้างเป็นเมืองขนาดใหญ่สำหรับอยู่อาศัยได้ ถึงแม้จะเรียกว่าเมืองขนาดใหญ่ก็มีพื้นที่เพียงหนึ่งในสิบส่วนของพื้นที่ทั้งหมดบนดวงดาวเท่านั้น หากออกนอกเขตกำแพงเมืองก็นับเป็นพื้นที่อันตรายที่มีสัตว์อสูรอาศัยอยู่
เวลาหลายหมื่นปีบนดาวเคราะห์ดวงใหม่ นอกจากการขยายเผ่าพันธุ์แล้ว มนุษย์ยังไม่หยุดที่จะพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิต อีกทั้งยังพัฒนาด้านเวทมนตร์ควบคู่กันไปด้วย รถยนต์ที่ใช้ในปัจจุบันเป็นรถที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ร้อยเปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ยังมียานพาหนะประเภทเรื่องเหาะขนาดเล็กและขนาดใหญ่ รวมถึงเรือปกติที่วิ่งในน้ำ การจราจรจึงมีทั้งทางบกทางน้ำและทางอากาศ อีกทั้งยังมีขนส่งสาธารณะไว้บริการอย่างทั่วถึง อีกทั้งยังมียานอวกาศ หรือเรือเหาะสำหรับเดินทางระหว่างดวงดาวได้ด้วย การเดินทางระหว่างดวงดาวนั้นก็เป็นเหมือนการเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศในปัจจุบัน
ดวงดาวในเนื้อเรื่อง ชื่อว่าดาวเคราะห์เดลต้า เป็นที่ตั้งของอาณาจักรเดลต้าปกครองโดยราชาแอสตัน ผู้ขึ้นครองราชย์ตั้งแต่อายุเพียง 20 ปีแต่สามารถปกครองอาณาจักรได้อย่างยอดเยี่ยม เพราะเขามีพลังเวทระดับ 7 ซึ่งนับเป็นระดับที่สูงมาก เป็นรองแค่เหล่าผู้เฒ่าของอาณาจักรเท่านั้น
และเขามีน้องสาวคนหนึ่ง ชื่อว่าวาเนชซ่า เป็นองค์หญิงที่เกิดมาไร้พลังเวท แต่เพราะราชาแอสตันรักและตามใจน้องสาวมาก จึงไม่มีใครกล้าดูถูกหรือรังแกเธอแบบซึ่งหน้า ทำให้เธอที่เป็นขยะของราชวงศ์ กลายเป็นเด็กเอาแต่ใจ และยังเป็นตัวร้ายของเรื่องอีกด้วย
ส่วนนางเอกชื่อลิเวีย เป็นเด็กกำพร้าผู้มีพลังศักดิ์สิทธิ์ของเทพีลิเวล่า และถูกเลี้ยงดูโดยวิหารศักดิ์สิทธิ์ พระเอกเป็นทายาทดยุคหนุ่มรูปงาม มากความสามารถ ชื่อว่าคารอส
เนื้อเรื่องก็เป็นการสู้ชีวิตของนางเอก โดยมีพระเอกที่เป็นรักแท้คอยช่วยเหลือฝ่าฟันอุปสรรคจนสุดท้ายสามารถครองรักกันได้อย่างมีความสุข และนางร้ายอย่างวาเนซซ่าที่คอยขัดขวางความรักของทั้งสอง และคอยทำร้ายนางเอกอยู่เสมอก็ถูกพระเอกสังหารตายอย่างอนาถ
"เนี้ย ถ้าเธอไม่ไปวุ่นวายกับพระเอกนางเอกก็ไม่ต้องตายอนาถแบบนี้ละ เป็นฉันหน่อยไม่ได้ จะเลิกสนใจสองคนนี้แล้วไปกินเสนาธิการทหารหล่อล่ำคนนั้นดีกว่า" ณิชานึกไปถึงเสนาธิการหนุ่มที่เป็นผู้บัญชาการกองทัพทหารอวกาศ คนสนิทของราชาแอสตัน ที่ทั้งหล่อเท่ ทั้งเก่งและฉลาด แต่กลับเป็นได้แค่พระรองอย่างน่าเสียดาย
"อารมณ์เสีย เข้าไปเก็บผักในเกมให้เสร็จแล้วรีบนอนดีกว่า พรุ่งนี้ต้องไปทำงานอีก" ณิชาพูดกับตัวเองหลังจากปิดหนังสือนิยายวางไว้หัวเตียง แล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดเกมปลูกผักที่เล่นประจำ
"โอ้ย! ฉันเกลียดวันจันทร์ ฉันอยากเป็นคนว่างงานที่ร่ำรวย" แค่คิดว่าพรุ่งนี้วันจันทร์ณิชาก็หดหู่แล้ว เธอทำงานหาเลี้ยงตนเองตั้งแต่เด็กเธอไม่เคยมีความฝันที่ยิ่งใหญ่อะไร มีเพียงความฝันเล็ก ๆ ก็คืออยากเป็นคนรวยที่ไม่ต้องทำงาน นั่งนอนใช้เงินไปวัน ๆ เท่านั้นเอง
องค์หญิงผู้เอาแต่ใจ
เมื่อณิชาสลัดความคิดฟุ้งซ่านของตนเองแล้วจึงเข้าไปเล่นเกมอย่างตั้งใจ เธอเก็บเกี่ยวผลผลิตในเกมที่ครบเวลาแล้ว จากนั้นก็หว่านเมล็ดลงไปใหม่แล้วรดน้ำ จนมีนาฬิกานับเวลาปรากฏขึ้นบนแปลงผักทั้งหมด จึงหันไปเก็บผลไม้ เก็บไข่ เก็บนมวัว ขนแกะ น้ำผึ้ง และ อื่น ๆ หลังจากให้อาหารสัตว์เลี้ยงทุกตัวเสร็จก็นำของที่เก็บเกี่ยวมาได้เข้าโรงงานแปรรูป เมื่อทำทุกอย่างเสร็จสิ้นบนหน้าจอแสดงภาพแอนิเมชันจุดพลุฉลองชุดใหญ่ แสดงถึงการอัปเลเวลสำเร็จ
[ขอแสดงความยินดี คุณได้รับรางวัลจากการอัปเลเวลจนถึง Lv100 คุณได้รับสิทธิ์ เดินทางข้ามเวลาไปพร้อมเกมทำฟาร์ม $@#***]
[ยืนยันการรับสิทธิ์หรือไม่]
[YES] [NO]
ข้อความแสดงความยินดี และรางวัลจากการอัปเลเวลปรากฏขึ้นที่หน้าจอ ณิชาอ่านแล้วเข้าใจว่าเป็นการเปิดวาร์ปไปยังแผนที่ใหม่ในเกม จึงไม่คิดอะไรมากจึงกด [YES]
ทันทีที่เธอกดตกลงก็มีแสงสว่างจ้าออกมาจากหน้าจอมือถือจากนั้นก็กลืนร่างณิชาเข้าไปในลูกบอลแสงก่อนจะพุ่งเข้าไปในหนังสือนิยายที่อยู่บนหัวเตียงอย่างรวดเร็ว เหตุการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก หนังสือนิยายที่เธอเพิ่งอ่านจบ พลิกหน้ากระดาษอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะปิดลงและแสงสว่างก็จางหายไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ณิชารู้สึกหน้ามืดตาลายหลังจากที่แสงจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือส่องเข้าหน้าเธอเต็ม ๆ เมื่อรู้สึกว่าแสงนั้นหายไปแล้วเธอจึงลืมตาขึ้นด้วยความมึนงงเล็กน้อย แต่เมื่อกวาดสายตาไปรอบ ๆ กลับต้องตกตะลึงรอบสอง
"นี่มันอะไรกัน เราฝันเหรอ" ณิชาพึมพำเบา ๆ พร้อมกับหยิกแขนตัวเอง
"โอ๊ย เจ็บ" เธอร้องอุทานออกมาเมื่อรับรู้ถึงความเจ็บที่แขนจากการหยิกเต็มแรงของตัวเอง
ดวงตากลมโตมองสำรวจไปทั่วห้องอีกครั้งเมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่ได้ฝันไป ห้องนอนที่เธอกำลังนอนอยู่ในตอนนี้ต่างไปจากห้องนอนที่คอนโดของเธออย่างมาก จากห้องนอนเล็ก ๆ สไตล์มินิมอลคุมโทนสีขาวเรียบง่าย กลายเป็นห้องที่ตกแต่งอย่างหรูหราสไตล์ยุโรป เตียงที่เธอนอนอยู่ก็เป็นเตียงขนาดคิงไซต์ พร้อมที่นอนหนานุ่ม หัวเตียงบุนวมอย่างดี ประดับด้วยเพชรเม็ดโต 'ถ้าแอบแกะไปขายจะมีใครรู้มั้ยนะ' ณิชาคิดเล่น ๆ ก่อนมองสำรวจห้องต่อ
ผ้าม่านสีแดงประดับด้วยดิ้นทองปักเป็นลวดลายหรูหรา แขวนอยู่รอบห้องเพื่อบดบังแสงที่ส่องเข้ามาทางกระจกหน้าต่าง ที่มุมหนึ่งของห้องที่กว้างขวางยังวางไว้ด้วยโซฟาตัวสีแดงสุดหรูกับโต๊ะอ่านหนังสือขนาดย่อม ที่ดูแล้วน่าจะนั่งสบาย เหมาะแก่การนั่งอ่านนิยายหรือเล่นเกมมือถือยามว่างอย่างมาก
เมื่อออกจากห้องนอนขนาดใหญ่แล้วยังมีพื้นที่ห้องนั่งเล่น ห้องทานอาหาร ห้องอาบน้ำหรูหราที่มีอ่างอาบน้ำใบใหญ่พร้อมฝักบัว เครื่องทำน้ำอุ่นแบบครบครัน ห้องแต่งตัวที่มีเสื้อผ้าเครื่องประดับเรียงรายจนละลานตา ข้าวของเครื่องใช้ที่อยู่ในห้องล้วนแต่เป็นของดีมีราคา แถมยังมีสิ่งของแปลกตาอีกจำนวนมากในห้องนี้
"อย่างกับห้องของเจ้าหญิงดิสนีย์แหนะ" ณิชาตาเป็นประกายเมื่อเห็นการประดับตกแต่งในห้องนี้อย่างเต็มตา
ก็อก ก็อก ก็อก เสียงเคาะประตูดังขึ้นเรียกสติของณิชาให้กลับมาอีกครั้ง
"ฉันเข้าไปนะคะ" เสียงของหญิงสาวดังขึ้นก่อนที่ประตูจะเปิดออก หญิงสาวหน้าตาดี และมีออร่าเปล่งประกายแบบที่มองแวบเดียวก็รู้ว่านี่นางเอก เธอแต่งกายด้วยชุดกระโปรงสีขาวบริสุทธิ์เหมือนชนชั้นสูงเดินนำหญิงสาวอีกห้าคนที่คาดว่าน่าจะเป็นสาวใช้ เพราะแต่งตัวเรียบง่ายกว่ามากเข้ามาในห้อง
"เธอ…" ณิชาทำตัวไม่ถูกเพราะไม่รู้ว่าตัวเองกำลังอยู่ที่ไหน และอีกฝ่ายเป็นใครกันแน่
"ฉันชื่อ ลิเวีย ฟอร์นทัส เป็นตัวแทนจากวิหารศักดิ์สิทธิ์ มาเพื่อร่ายเวทอวยพรวันเกิดอายุ 15 ปีให้องค์หญิงค่ะ" ลิเวียโค้งตัวเล็กน้อยเพื่อเป็นเกียรติแก่องค์หญิงซึ่งมีฐานะสูงกว่าหนึ่งขั้น เพราะเธอมีตำแหน่งนักบุญระดับสูงในวิหารศักดิ์สิทธิ์ จึงมีฐานะเทียบเท่าท่านหญิง ซึ่งเป็นรองจากราชวงศ์แค่หนึ่งระดับ
'ลิเวีย ฟอร์นทัส นี่ไม่ใช่นางเอกจากนิยายที่เราพึงอ่านจบเมื่อกี้เหรอ แล้วเธอเรียกเราว่าองค์หญิง ไม่ใช่ว่าเราคือ…' ณิชานิ่งอึ้งไป เมื่อพบว่าหญิงสาวตรงหน้าคือตัวละครจากนิยายที่เพิ่งอ่านจบ และที่น่าตกใจกว่าคือตัวเองอาจจะเป็นองค์หญิงที่เป็นตัวร้ายของเรื่อง เพราะนิยายเรื่องนี้มีองค์หญิงเพียงคนเดียว
"องค์หญิงวาเนซซ่า เป็นอะไรหรือเปล่าคะ ทำไมเงียบไป" ลิเวียสังเกตเห็นท่าทีแปลกไปของหญิงสาวตรงหน้าจึงเอยถามด้วยความเป็นห่วง
"อ่อ เปล่า ๆ จะอวยพรอะไรก็เริ่มเลยเถอะ" ณิชาในร่างของวาเนซซ่ารีบตอบ เธอต้องการให้อีกฝ่ายทำพิธีให้เสร็จโดยเร็วเพื่อที่เธอจะได้มีเวลาทบทวนเรื่องต่าง ๆ โดยลำพัง
เนื่องจากวันนี้เป็นวันเกิดอายุครบ 15 ปีขององค์หญิง เวเนซซ่า เดอ เดลิต้า องค์หญิงสายตรงเพียงพระองค์เดียวของอาณาจักรเดลต้า ราชาแอสตันจึงได้ส่งคำเชิญนักบุญหญิงจากวิหารศักดิ์สิทธิ์มาร่ายเวทอวยพรให้เธอ เพราะเธอดื้อรั้นไม่ยอมไปทำพิธีที่วิหาร
ณิชาปล่อยให้สาวใช้จัดการอาบน้ำแต่งตัวให้ตนเองโดยไม่ขัดขืน และนั่งนิ่ง ๆ ให้ลิเวียทำพิธีอย่างสงบ จนพิธีอวยพรเสร็จสิ้น ทุกคนออกไปจากห้องหมดแล้ว ณิชาจึงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ในที่สุดก็ได้อยู่คนเดียวสักที
ณิชามองกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนภาพของหญิงสาววัย 15 ปีในชุดกระโปรงสีแดงฟูฟ่อง เส้นผมสีรัตติกาลเงางามนุ่มสลวย เธอลูบไล้ผิวที่ขาวเนียนละเอียด ด้วยสองมือนุ่มนิ่มอย่างคนไม่เคยทำงานหนัก
"ว้าวมาก นี่ฉันกลายเป็นองค์หญิงจริง ๆ เหรอเนี้ย แถมยังสวยขนาดนี้ ขอบคุณสวรรค์" หญิงสาวยืนชื่นชมร่างใหม่ของตนเองหน้ากระจกอยู่นานสองนาน เมื่อลองคิดทบทวนเรื่องราวที่เคยอ่านในนิยาย ตอนนี้เป็นตอนที่วาเนซซ่า กับลิเวียได้พบกันครั้งแรก
ลิเวียซึ่งเป็นนางเอกมีอายุ 15 ปี แต่ด้วยพลังธาตุแสงที่บริสุทธิ์และทรงพลังของเธอ ทำให้เธอมีตำแหน่งระดับสูงในวิหารศักดิ์สิทธิ์ เดิมทีในการอวยพรครั้งนี้ วาเนซซ่าที่ไร้พลังมาตั้งแต่เกิด เมื่อได้เห็นหน้าตาที่งดงามเหมือนเทพธิดาของลิเวีย และพลังอันศักดิ์สิทธิ์ของเธอ ก็รู้สึกอิจฉาเป็นอย่างมาก จึงแสดงอาการไม่ให้ความร่วมมือตลอดการทำพิธี แถมยังจงใจปัดอ่างน้ำมนตร์ให้หกในใส่ชุดของลิเวียอีกด้วย
"เฮ้อ! ดีแล้วที่ครั้งนี้ไม่ได้สร้างปัญหาให้นางเอก ไม่งั้นได้ตายตอนจบแน่" ณิชายอมรับเรื่องราวสุดแฟนตาซีนี้อย่างง่ายดาย เพราะเธอก็เป็นคนหนึ่งที่เติบโตมากับเรื่องลี้ลับที่คนอื่นมองไม่เห็น ต่อให้เจอเรื่องประหลาดกว่านี้เธอก็ยอมรับได้
"ต่อไปนี่ฉันคือองค์หญิงวาเนซซ่าผู้ร่ำรวยและสวยมาก ฉันจะต้องพยายามไม่หาเรื่องพระเอกนางเอกเด็ดขาด" หญิงสาวตัดสินใจเป็นมั่นเป็นเหมาะ เธอจินตนาการถึงชีวิตที่ร่ำรวยและสุขสบายมาตลอด ตอนนี้เธอได้มาอยู่ในร่างขององค์หญิงทั้งที ก็ต้องไม่หาเรื่องให้ชีวิตตัวเองลำบากอีก
ในขณะที่วาเนซซ่ากำลังส่องกระจกสำรวจตนเองอีกครั้งเตรียมจะออกไปข้างนอกเพื่ อสำรวจพระราชวัง จู่ ๆ ก็มีเสียงแจ้งเตือนดังขึ้น และมีข้อความปรากฏขึ้นบนอากาศ
ติ้ง!! [ระบบอัปโหลดเสร็จสิ้น กรุณากดยืนยันเพื่อลงทะเบียนเข้าใช้งาน]
"เอ๊ะ หน้าต่างแจ้งเตือนคุ้น ๆ เหมือนเกมปลูกผักที่เคยเล่นประจำ หรือว่าเป็นเจ้านี่ที่ส่งเรามา" วาเนซซ่าคิดทบทวนเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่ตนเองกดยืนยันรับของขวัญจากเกมก่อนจะรู้ตัวอีกทีก็มาโผล่ในร่างนี้แล้ว
"เอาวะ" วาเนซซ่าตัดสินใจแล้วกดตกลง
[ยินดีต้อนรับชาวสวนผู้น่ารักเข้าสู่เกมทำฟาร์มสุดพิเศษ]
ข้อความต้อนรับแสดงขึ้นมาหลังจากที่หญิงสาวกดยืนยัน และเบื้องหน้าก็ปรากฏเป็นภาพสามมิติของฟาร์มขนาดเล็กซ้อนทับกับพื้นที่ในห้องของหญิงสาว
วาเนซซ่าลองเพ่งไปข้างหน้าก็สามารถมองเห็นสภาพห้องปกติได้อย่างชัดเจน จากนั้นเมื่อเพ่งสมาธิไปที่เกมก็จะเห็นพื้นที่ฟาร์มชัดขึ้นมา แสดงว่าเธอสามารถเลือกที่จะปรับมุมมองของโลกในเกมและโลกภายนอกได้ตามต้องการ แล้วยังสามารถกดออกจากเกมได้อีกด้วย
เมื่อทำความเข้าใจภาพตรงหน้าแล้ว วาเนซซ่าก็หันมาสนใจเกมฟาร์มนี่อีกครั้ง ในพื้นที่ฟาร์มปรากฏเป็นน้ำตกและสระน้ำขนาดใหญ่ ริมสระน้ำมีพื้นที่ว่างสำหรับวางแปลงเพาะปลูก ถัดไปมีหุ่นไล่กาหน้าตาน่ารักปักอยู่ ข้าง ๆ กันมีโรงนาและยุ้งฉางสีเทาที่สภาพผุพังรอการอัปเกรด
วาเนซซ่าบังคับร่างอวตารของตัวเองให้เดินสำรวจไปทั่วเกมอย่างตื่นเต้น แล้วก็ต้องประหลาดใจเมื่อเดินไปพบควายเผือกตัวหนึ่งกำลังแทะเล็มหญ้าอยู่ริมลำธารที่ไหลมาจากน้ำตก
"เกมฟาร์มมีควายเผือกด้วยเหรอ" วาเนซซ่าถามอย่างสงสัย แต่ไม่มีใครให้คำตอบแก่เธอ นิ้วเรียวของหญิงสาวลองจิ้มไปที่ควายเผือกในเกมตัวนั้น ก็ปรากฏหน้าต่างขึ้นมา
[ไอเทมเครื่องรางของขลัง (ปลอดล็อกเมื่อถึง Lv 10)]
บนหน้าต่างมีไอคอนต่าง ๆ ที่รูปร่างคุ้นตาหญิงสาวเป็นอย่างมากเพียงแต่มันยังเป็นสีเทาอยู่และมีเครื่องหมายรูปแม่กุญแจล็อกเอาไว้ พร้อมระบุตัวเลขเลเวลที่จะสามารถปลดล็อกไอเทมนั้น ๆ ได้ และเธอจะสามารถใช้งานได้เมื่อถึงเลเวลที่กำหนด โดยสิ่งที่จะสามารถปลดล็อกได้ใน Lv 10 คือธูปหอม และสายสิญจน์ ส่วนเลเวลถัดไปคือเทียนสำหรับทำพิธี ขันน้ำมนต์ ผ้ายันต์ ขี้ผึ้งปลุกเสก รูปปั้นควายธนู และอื่น ๆ อีกมากมาย ยิ่งเป็นเครื่องรางของขลังที่มีพลังระดับสูงยิ่งต้องปลดล็อกในเลเวลที่สูงขึ้นไปด้วย
"พระเจ้า เครื่องรางของขลังของเราทั้งหมดกลายเป็นไอเทมในเกมไปแล้ว แสดงว่าเราสามารถใช้ไสยเวทได้ด้วยสินะ" วาเนซซ่ารู้สึกอุ่นใจขึ้นมาก เพราะในโลกนิยายนี้เธอเป็นองค์หญิงขยะที่ไร้พลังเวทแต่กำเนิด ถ้าหากใช้วิชาไสยเวทที่ติดตัวมาจากโลกก่อนได้เธอก็ไม่ต้องกลัวอะไรอีกแล้ว
เกมทำฟาร์ม
เมื่อสำรวจจนทั่วพบว่าพื้นที่ ที่เปิดให้ใช้งานได้มีไม่มากเพราะเธอยังอยู่ในเลเวลเริ่มต้น พื้นที่โดยรอบจึงเป็นพื้นที่ป่า และห่างออกไปเป็นพื้นที่ที่มีหมอกปกคลุมและมีรูปกุญแจล็อกไว้อยู่ไม่อาจสำรวจได้
วาเนซซ่าจึงบังคับให้ร่างอวตารในเกมเดินกลับมาที่พื้นที่ว่างอีกครั้ง แล้วจิ้มไปที่รูปหุ่นไล่กาเพื่อเริ่มเกม ปรากฏลูกศรสีขาวชี้ไปที่ไอคอนร้านค้าที่อยู่ในแถบเครื่องมือด้านซ้าย แนะนำให้เธอทำตาม วาเนซซ่าทำตามคำแนะนำไปเรื่อย
วางแปลงผักสี่แปลงที่ปลดล็อกให้ใช้ฟรีลงบนพื้นที่ว่าง จากนั้นจิ้มไปที่ข้าวสาลีซึ่งปลดล็อกเป็นอย่างแรก แล้วลากมาหว่านบนแปลง รดน้ำ แล้วรอเวลาครบหนึ่งนาทีข้าวสาลีทั้งสี่แปลงก็เติบโตพร้อมให้เก็บเกี่ยว เพียงจิ้มที่แปลงก็ปรากฏรูปเคียวเก็บเกี่ยวผลผลิตให้อัตโนมัติ
ปุ้ง ปุ้ง ปุ้ง!!! พลุหลากสีถูกจุดขึ้นพร้อมกับเลเวลที่อัปเป็น Lv 2
ลูกศรสีขาวปรากฏขึ้นอีกครั้งชี้ไปที่โรงนาและยุ้งฉางเพื่อให้กดอัปเกรด วาเนซซ่าไม่รอช้าจิ้มไปที่สิ่งปลูกสร้างทั้งสองทันที ปรากฏรูปค้อนและแปรงทาสีทำการปรับปรุงสิ่งปลูกสร้างอย่างรวดเร็ว และ ปุ้ง!! ดวงดาวหลากสีสันฟุ้งกระจายแล้วหายไป ปรากฏยุ้งฉางและโรงนาสีแดงใหม่เอี่ยม เมื่อกดเข้าไปดูก็พบว่ามีข้าวสาลีที่เก็บเกี่ยวไปก่อนหน้าอยู่ในช่องเก็บของในยุ้งฉาง ส่วนในโรงนายังว่าเปล่าไม่มีอะไร
เมื่อเลเวลอัปก็มีแปลงผักอีกสี่แปลงปลดล็อกให้ใช้ฟรี และมีเมล็ดข้าวโพดปลอดล็อกเพิ่มเข้ามา โดยรวมแล้วนอกจากไอเทมไสยเวทเกมฟาร์มนี้ก็เหมือนกับเกมปลูกผักที่หญิงสาวเคยเล่นเป็นประจำ เพียงแต่มันน่าเสียดายตรงที่เธอต้องเล่นใหม่ตั้งแต่เลเวลหนึ่งนี่แหละ
วาเนซซ่าล้มตัวนอนบนเตียงเพื่อพักหลัง มือเรียวยังคงกดทำนู่นทำนี่ในเกมไปเรื่อย ๆ จนเวลาล่วงเลยไปเธอก็อัปถึง Lv 5 เกมจึงปลอดล็อกให้ซื้อเล้าไก่และแม่ไก่ได้ หญิงสาวจึงต้องกดขายผลผลิตที่เก็บเกี่ยวได้ทั้งหมด เพื่อนำเหรียญมาซื้อเล้าไก่ และแม่ไก่สามตัว นอกจากนี้ยังต้องซื้อเครื่องบดอาหารสัตว์ด้วย
"อ๊ะ เหรียญไม่พอ คงต้องรอขายผลผลิตไปเรื่อย ๆ ก่อน" วาเนซซ่าถอนหายใจเมื่อพบว่าเหรียญในเกมของเธอช่างน้อยนิดเข้าขั้นยากจนเลยทีเดียว
"นี่ฉันเป็นถึงองค์หญิงเชียวนะ ใช้เงินเติมเหรียญไม่ได้เหรอ" วาเนซซ่าโวยวายเมื่อกดดูแล้วไม่มีปุ่มให้เติมเหรียญ
[เกษตรกรสามารถได้เหรียญจากการขายสินค้าเท่านั้น และ เมื่อไปถึง Lv.10 จึงจะสามารถนำผลึกเวทมาแลกเปลี่ยนเป็นเหรียญได้ตามอัตราแลกเปลี่ยนที่ระบบกำหนด]
"ผลึกเวท ที่อยู่บนหัวสัตว์อสูรสุดโหดพวกนั้นอะนะ ให้ตายเถอะ ฉันเป็นองค์หญิงนะไม่ใช้นักรบ" วาเนซซ่ารู้จักผลึกเวทนั้น มันเป็นแหล่งกำเนิดพลังของสัตว์อสูร มีลักษณ์คล้ายอัญมณี มีสีต่าง ๆ ตามธาตุของสัตว์อสูรตัวนั้น โดยระดับของมันจะสังเกตได้จากจำนวนเหลี่ยมของผลึกเวท เช่นสัตว์อสูรระดับหนึ่งผลึกเวทจะเป็นวงกลม สัตว์อสูรระดับสองก็เป็นวงรี สัตว์อสูรระดับสามก็เป็นรูปสามเหลี่ยม เป็นต้น
เมื่อดูในเงื่อนไขการแลกเปลี่ยนก็พบว่ายิ่งผลึกเวทมีระดับสูงยิ่งแลกเปลี่ยนได้ในราคาแพง แต่ปัญหาก็คือว่าการจะได้ผลึกเวทมาก็หมายความว่าต้องออกไปล่าสัตว์อสูรแล้วเอาผลึกออกจากหน้าผากของพวกมัน วาเนซซ่าที่เป็นเพียงองค์หญิงผู้อ่อนแอจะทำได้ยังไง
วาเนซซ่าที่จนปัญญากับการหาผลึกเวทมาแลกเป็นเหรียญจึงได้แต่ก้มหน้าปลูกผักขายต่อไป จนทุกอย่างในเกมขึ้นเป็นรูปนาฬิกานับเวลาหมดแล้ว จึงได้กดออกจากระบบ
พอหยุดเล่นเกม ท้องก็ร้องทันที วาเนซซ่าแปลกใจที่เลยเวลาอาหารกลางวันแล้วแต่ยังไม่มีใครมาตามเธอไปกินข้าว หรือยกอาหารมาให้ แต่เมื่อนึกทบทวนดูจึงได้เข้าใจ ว่าช่วงนี้ราชาแอสตันผู้เป็นพี่ชายเดินทางไปประชุมที่ดาวอื่น องค์หญิงผู้ไม่เป็นที่รักของทุกคนในวังจึงถูกละเลย ไม่มีใครใส่ใจ
วาเนซซ่ารู้สึกหิวจึงสำรวจความเรียบร้อยของตัวเองอีกครั้ง แล้วเปิดประตูพาร่างเล็ก ของตัวเองเดินออกไปจากห้องส่วนตัว ไม่ว่าจะเดินผ่านไปทางไหนทหารที่ประจำการในวัง และเหล่าสาวใช้ ต่างรีบทำความเคารพและก้มหน้าเดินหนีเธอไปอย่างรวดเร็วไม่มีแม้สักคนที่ยอมพูดคุยกับเธอ วาเนซซ่าพอเข้าใจได้ กิตติมศักดิ์ความเอาแต่ใจของเธอในอดีตคงสร้างความหวาดกลัวให้พวกเขาไม่น้อย และภายใต้ความหวาดกลัวยังแฝงความดูถูกเอาไว้ด้วย
กล่าวกันว่าแม้แต่สาวใช้ในห้องซักล้างยังสามารถใช้พลังเวทได้เล็กน้อยเลย แต่องค์หญิงผู้สูงศักดิ์กลับมีพลังเป็นศูนย์ ความสามารถย่ำแย่ยิ่งกว่าชาวบ้านธรรมดาเสียอีก แต่ความหยิ่งยโสกลับเหนือสามัญ
หญิงสาวทำเป็นมองข้ามสายตาดูถูกพวกนั้นไป และเชิดหน้าขึ้นแสดงท่าทางเย่อหยิ่งตามแบบขององค์หญิงวาเนซซ่าตัวจริง เพื่อไม่ให้ใครสงสัยในตัวตนของเธอที่เข้ามาสิงร่างนี้ เธอไม่แปลกใจเลยว่าทำไมองค์หญิงวาเนซซ่าในอดีตถึงกลายเป็นคนเจ้าอารมณ์ และโมโหร้าย ส่วนหนึ่งก็คงมาจากสายตาพวกนี้แหละที่คอยกดดันเธอ
'ดีเหมือนกันที่ไม่มีใครมาทัก เพราะไม่งั้นฉันคงทำตัวไม่ถูก' วาเนซซ่าถอนหายใจเป็นทั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้ตั้งแต่ลืมตาตื่นขึ้นมาที่นี่ เธอไม่มีความทรงจำอะไรของวาเนซซ่าในช่วงก่อนอายุ 15 ปี อยู่เลย ถ้ามีคนรู้จักมาทักคงวางตัวไม่ถูก แต่ยังดีที่เธออ่านนิยายเรื่องนี้มาก่อนจึงพอรู้จักตัวละครในเรื่องอยู่บ้าง และด้วยนิสัยไม่มีใครคบของวาเนซซ่าจึงทำให้เธอพอจะถู ๆ ไถ ๆ เอาตัวรอดไปได้
"องค์หญิงวาเนซซ่า คุณกำลังจะไปไหน" เมื่อเดินออกมาถึงสวนหน้าปราสาท น้ำเสียงเข้มของชายหนุ่มก็เอ่ยทักขึ้น แม้เขาพูดกับเธออย่างสุภาพแต่ไม่ได้ใช้ราชาศัพท์ เนื่องจากการใช้ราชาศัพท์กับเชื้อพระวงศ์ถูกยกเลิกไปตั้งแต่หมื่นปีก่อนแล้ว
"พอดีว่าฉันอยากออกไปหาอะไรกินในเมืองน่ะ เบื่ออาหารในวังแล้ว" วาเนซซ่าตอบเสียงห้วน คงบุคลิกขององค์หญิงเอาแต่ใจไว้ แต่ที่จริงแล้วเธอแค่หาห้องอาหารในวังไม่เจอ แล้วไม่กล้าจะไปถามใคร จึงตัดสินใจออกไปหาอะไรกินข้างนอก เพราะเธอตรวจสอบในสตาร์วอทช์ของตัวเองแล้วพบว่ามีเงินหลายสิบล้านเดล
ดาวเคราะห์เดลต้า มีประชากรประมาณหนึ่งล้านคน ประชาชนอยู่ร่วมกันโดยไม่แบ่งเชื้อชาติ ภาษากลางที่ใช้เป็นภาษาอังกฤษ และมีสกุลเงินเดียวเรียกว่าเงินเดล ซึ่งเป็นเงินแบบดิจิตอล ใช้ในการซื้อขายแลกเปลี่ยนโดยการโอนเงินเท่านั้น ไม่มีการผลิตเหรียญหรือธนบัตร
โดยประชาชนทุกคนบนดาวจะมีนาฬิกาข้อมือประจำตัวของตัวเองลักษณะคล้ายนาฬิกาสมาร์ทวอทช์ในโลกเดิมของณิชา ซึ่งมีหน้าจอแบบสัมผัสสามารถเรียกใช้งานฟังก์ชันต่าง ๆ ได้ โดยจะเรียกว่าเรียกว่าสตาร์วอทช์ ซึ่งจะใช้ในการระบุตัวตนแทนบัตรประชาชน ใช้เป็นบัญชีธนาคาร และฟังก์ชันอื่น ๆ ตามแต่รุ่นที่อัปเกรด และราคาที่ซื้อ
สตาร์วอทช์ : นาฬิกาข้อมือแบบระบุตัวตน
เป็นนาฬิกาข้อมือที่เชื่อมต่อกับบุคคลด้วยวงแหวนเวทพันธสัญญา รัฐจะแจกให้ประชาชนทุกคนตั้งแต่เกิด โดยจะได้รับเป็นแบบฟังก์ชันเริ่มต้น คนที่มีเงินสามารถอัปเกรดเปลี่ยนเป็นรุ่นที่มีฟังก์ชันเสริมได้ แต่ถ้าไม่มีเงินก็สามารถใช้อันเดิมไปตลอดชีวิตได้ โดยเมื่อมีการอัปเกรดรุ่นใหม่ หรือเจ้าของเสียชีวิต เจ้าหน้าที่จะรีเซตและนำไปสู่กระบวนการรีไซเคิล เพื่อใช้ผลิตเป็นนาฬิกาเรือนใหม่ต่อไป
ฟังก์ชันพื้นฐาน
ข้อมูลระบุตัวตน เลขบัตรประชาชน ชื่อ ที่อยู่ อายุ หมู่เลือด ประวัติการศึกษา ประวัติครอบครัว ประวัติอาชญากรรม รวมถึงข้อมูลส่วนตัวอื่น ๆ สามารถใช้ในการยืนยันตัวตนเพื่อทำธุรกรรมต่าง ๆ ได้ (โดยข้อมูลเหล่านี้มีการเข้ารหัสเป็นข้อมูลส่วนบุคคล ได้รับการป้องกันสูงสุด หากไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าตัว คนอื่นจะไม่สามารถดูข้อมูลได้)
ใช้สื่อสารแทนโทรศัพท์ เฉพาะโทรแบบเสียงเท่านั้นไม่สามารถวีดีโอคอลได้ และต้องใช้หูฟังหากไม่ต้องการให้คนได้ยิน ใช้ดูเวลา รับส่งข้อความ SMS แต่ใช้อินเทอร์เน็ตไม่ได้
ใช้แทนบัญชีธนาคาร สามารถสแกนจ่ายเงิน หรือรับโอนเงินได้ โดยจะเชื่อมกับบัญชีธนาคารกลางแห่งราชอาณาจักรที่จะเปิดบัญชีให้อัตโนมัติตั้งแต่ตอนแจ้งเกิดและได้รับสตาร์วอทช์จากรัฐ ฟังก์ชันเหล่านี้เป็นฟังก์ชันพื้นฐานที่มีในระบบสตาร์วอทช์ทุกรุ่นไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตหรืออัปเกรดฟังก์ชันเสริม
แต่หากมีเงินมากพอก็สามารถอัปเกรดสตาร์วอทช์ให้สามารถใช้งานได้หลากหลายขึ้นได้ ยิ่งฟังก์ชันเยอะก็ยิ่งราคาสูง โดยรุ่นที่นิยมในตอนนี้จะมีดีไซน์ทันสมัย สามารถใช้อินเทอร์เน็ตได้ เชื่อมต่อกับสตาร์โฟนและสตาร์แพดได้ วีดีโอคอลฉายภาพแบบโฮโลแกรมสามมิติ โดยมีเวทป้องกันความเป็นส่วนตัว คือเจ้าของสามารถมองเห็นภาพและได้ยินเสียงคนเดียว โดยไม่ต้องใช้หูฟัง หรือจะแชร์ให้คนอื่นดูด้วยก็ได้เช่นกัน
นอกจากนี้ยังมีรุ่นไฮฟังก์ชันที่มีราคาสูงลิบจนคนธรรมดาไม่สามารถซื้อใช้ได้ โดยจะมีการสร้างช่องว่างมิติสำหรับเก็บสิ่งของ ยิ่งมิติมีระดับสูงเท่าไหร่จะยิ่งมีราคาแพงมากขึ้นเท่านั้น และยังมีรุ่นที่สามารถเชื่อมต่อชุดรบหรืออาวุธเวทได้อีกด้วย
ยังไม่พอเท่านั้น บางรุ่นยังมีการฝังแคปซูนคงสภาพ เมื่อตรวจพบว่าร่างกายอยู่ในสภาวะวิกฤติ สตาร์วอทจะสร้างแคปซูนมาครอบร่างกายไว้ ร่างกายจะหยุดทำงานเข้าสู่สภาวะจำศีล หัวใจหยุดเต้น เลือดหยุดไหล เหมือนถูกแช่แข็ง เพื่อรักษาชีวิตไว้รอการรักษาต่อไป ซึ่งสตาร์วอทช์ระดับช่วยชีวิตเช่นนี้จะไม่มีขายทั่วไป แต่จะต้องจัดงานประมูลเท่านั้น เพราะเป็นเทคโนโลยีระดับสูงที่ผลิตได้น้อยมาก ๆ