โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

Toyota Tacoma 2024 กระบะโหดแดนยุ่นบุกถิ่นมะกัน

Car2day

อัพเดต 19 พ.ค. 2566 เวลา 07.45 น. • เผยแพร่ 19 พ.ค. 2566 เวลา 05.00 น. • Car2Day

สงครามกระบะที่สหรัฐอเมริการะอุอีกครั้งหลังจากเปิดตัว Ford Ranger ชนิดเรียกว่าเย้ยฟ้าท้าดินอย่างเต็มรูปแบบงานนี้มีหรือ Toyota จะอยู่เฉย

Toyota

ได้ฤกษ์ดี 19 พฤษภาคม เปิดตัวเจเนอเรชันที่ 4 อย่างเป็นทางการและอาจเป็นแรงบันดาลใจในการพัฒนา Toyota Hilux เจเนอเรชันที่ 9 เผยหน้าตาดุทั้งคันสร้างจากแพลตฟอร์ม TNGA-F ตั้งแต่ชุดไฟหน้า LED พร้อมไฟ DRL แบบ LED รูปตัว L แนวนอนในโคมเดียวกันรับกับกระจังหน้าใหญ่แบบติดโลโก้ตัวอักษร Toyota ในรุ่น TRD Pro และรุ่น Trailhunter ส่วนรุ่นอื่นๆได้ตราโลโก้สามห่วง ในกรอบใหญ่ทรงหกเหลี่ยมหน้ายักษ์ พร้อมกันชนหน้าสีทูโทนพร้อมช่องระบายอากาศขนาดใหญ่สีดำ

ฝากระโปรงหน้ารถมีสคูปดักอากาศแบบขึ้นรูปสวยงาม ด้านข้างยกงานดีไซน์บางส่วนมาจากรุ่น Tundra สไตล์บึกบึนพร้อมคิ้วขอบล้อมีช่องระบายอากาศที่ด้านหน้า ออกแบบเส้นสายชายล่างประตูรูปตัว A แบบเฉียบขาด หลังคารถสีดำ ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว รุ่น TRO Pro พร้อมด้านท้ายเด่นด้วย ตราโลโก้ TRD Pro ที่เปิดประตูสีดำกับตราอักษร Toyota ล้ออัลลอยสปอร์ตขนาด 18 นิ้ว กับยาง Goodyear off-road

ส่วนรุ่น Trailhunter รุ่นไฮเอนท์สุดโหดมาพร้อมไฟหน้า LED ปักชื่อรุ่นและตราโลโก้เฉพาะติดด้านท้ายพร้อมกันชนหลังและตะขอลากสีแดงจาก ARB ล้ออัลลอยสีบรอนซ์ทองขนาด 18 นิ้ว ดีไซน์เฉพาะรุ่นและชุดแต่งพิเศษจาก Old Man Emu และ RIGID

Toyota

ภายในดุดันกับชุดแผงคอนโซลหน้าสุดเท่พร้อมมาตรวัดความเร็วกับจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ที่มีทั้งขนาด 7 นิ้วและมาตรวัดดิจิทัลขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว จอสัมผัสระบบความบันเทิงมีทั้งขนาด 8 นิ้วกับ 14 นิ้วให้เลือกองรับ Apple CarPlay และ Android Auto ไร้สาย พร้อมลำโพง JBL 10 ตำแหน่ง รวมซับวูฟเฟอร์ และยังรวมไปถึง JBL® FLEX ลำโพงบลูทูธที่สามารถถอดและพกพาได้ทำงานได้ถึง 6 ชม. และจมอยู่ในน้ำได้ลึกถึง 90 ซม. พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันทรงดุ ที่ชาร์จมือถือไร้สายและเบาะนั่งที่โอบกระชับแบบ IsoDynamic Performance Seat เพื่อการควบคุมการขับขี่ทางโหดที่สะดวกขึ้น

Toyota

ขุมพลังใช้ร่วมกันกับ Toyota Highlander กับเบนซินเทอร์โบ i-Force 2.4 ลิตร T24A-FTS ที่มีถึงสามความแรงตั้งแต่ Low Power 231 แรงม้า แรงบิด 329 นิวตันเมตร พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด แบบ Direct Shift ส่วนขุมพลัง Mid Power 274 แรงม้า แรงบิด 420 นิวตันเมตร พร้อม เกียร์ธรรมดา 6 สปีด และ High Power 282 แรงม้า แรงบิด 429 นิวตันเมตร คู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด แบบ Direct Shift

และพลัง I-Force Max Hybrid นั้นแน่นอนว่าใช้ขุมพลังเบนซินเทอร์โบ 2.4 ลิตร T24A-FTS พร้อมชุดแบตเตอรี่เล็ก nickel-metal hydride ด้วยความจุ 1.87 kWh และมอเตอร์ไฟฟ้ 48 แรงม้า ให้กำลังรวม 331 แรงม้า แรงบิด 630 นิวตันเมตรจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8สปีด Direct Shift-8AT พร้อมโหมดการขับขี่ 4 โหมดทั้ง โหมด Sport S, Sport S+

Toyota

ช่วงล่างพื้นฐานทั้งแบบแหนบลีฟสปริงและคอยล์สปริง multi-link พร้อมโช้กอัพแบบบายพาสปรับได้สามทางจาก FOX พร้อมอ่างเก็บน้ำปรับปรุงประสิทธิภาพออฟโรดความเร็วสูง และตัวกระแทกด้านหลัง FOX Internal Floating Piston (IFP) ในรุ่น TRD Pro, โช้กอัพ Bilstein ในรุ่น TRD Off-Road และโช้กอัพ TRD ในรุ่น TRD Sport ส่วนรุ่น Trailhunter ได้ช่วงล่างจาก Old Man Emu (OME) 4×4 ปรับแต่งเพื่อการควบคุมแบบออฟโรดที่เหมาะสม เลือกได้ทั้งระบบขับเคลื่อนสองล้อยกสูงและขับเคลื่อนสี่ล้อ Multi-Terrain Select 4WD-High และ 4WD-Low และจอแสดงภาพการทำงานขณะขับขี่บนทางโหดในชุดจอสัมผัส Multi-Terrain Monitor แถมเปลี่ยนตำแหน่งจุดยึดออกมาวางนอกแชสซีส์รถ เหมือน Ford Ranger

พร้อมความปลอดภัยขั้นเทพ Toyota Safety Sense 3.0 ให้ทุกรุ่นย่อย ทั้ง ระบบเตือนความปลอดภัยก่อนการชน Pre-Collision System with Pedestrian Detection รองรับการตรวจจับคนเดินเท้า ช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลนพร้อมช่วยประคองพวงมาลัยและช่วยควบคุมรถให้อยู่กลางเลน Lane Departure Alert with Steering Assist and Lane Tracing Assist

ควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันจนถึงจุดหยุดนิ่ง Full-Speed Dynamic Radar Cruise Control ช่วยจดจำป้ายจราจร Road Sign Assist (RSA) ปรับไฟสูงอัตโนมัติ Auto High Beam System (AHB) และช่วยขับขี่เชิงรุก Proactive Driving Assis

Toyota

Toyota

Toyota Tacoma เจเนอเรชันใหม่มีด้วยกันถึงสองตัวถังทั้งแบบแค็ปตอนครึ่ง XTRA Cab และสี่ประตู Double Cab หลายเกรดทั้งรุ่น SR, SR5, TRD PreRunner, TRD Sport, TRD Off-Road, Limited, TRD Pro และตัวท็อปโหด Trailhunter พร้อมขายปลายปีนี้ที่สหรัฐอเมริกา

ที่มา Motor 1

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...