ราคาน้ำมัน WTI ร่วง1.27 ดอลล์ กังวลเศรษฐกิจจีนชะลอตัว ฉุดความต้องการลด
The Bangkok Insight
อัพเดต 18 ก.ค. 2566 เวลา 01.15 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2566 เวลา 01.15 น. • The Bangkok Insightราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียท (WTI) ปิดซื้อขายที่ตลาดไนเม็กซ์ ของสหรัฐ เมื่อวานนี้ (17 ก.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น ร่วงลง 1.27 ดอลลาร์ หลังมีรายงานว่าเศรษฐกิจจีนขยายตัวต่ำกว่าคาดในไตรมาส 2 ของปีนี้ ทำให้นักลงทุนกังวลว่า จีน ประเทศผู้ใช้น้ำมันรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก จะมีความต้องการลดลง
ราคาน้ำมันดิบ WTI กำหนดส่งมอบเดือนสิงหาคม ลดลง 1.27 ดอลลาร์ หรือ 1.7% ปิดที่ 74.15 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) กำหนดส่งมอบเดือนกันยายน ราคาลดลง 1.37 ดอลลาร์ หรือ 1.7% ปิดที่ 78.50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน รายงานเมื่อวานนี้ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 2 ปี 2566 ขยายตัว 6.3% เมื่อเทียบเป็นรายปี ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะขยายตัว 7.3% ผลกระทบจากความต้องการที่ซบเซาทั้งจากภายในประเทศ และนอกประเทศ
นอกจากนี้ อัตราการว่างงานในกลุ่มประชากรของจีนที่อยู่ในวัย 16-24 ปี พุ่งสู่ระดับ 21.3% ในเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
หลังจากจีนเปิดเผยตัวเลขจีดีพีดังกล่าว เจพีมอร์แกน ยังลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจจีนในปี 2566 ลงมาอยู่ที่ 5% จากเดิมที่ระดับ 5.5%
ขณะที่นางเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐเตือนว่า การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน มีความเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบลุกลามไปยังเศรษฐกิจของประเทศอื่น ๆ เนื่องจากหลายประเทศต้องพึ่งพาการขยายตัวที่แข็งแกร่งของจีน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศตน โดยเฉพาะประเทศในเอเชีย และการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐด้วย
ตลาดยังปรับตัวลงหลังจากมีรายงานว่า ลิเบียได้กลับมาผลิตน้ำมันจากบ่อ 2 ใน 3 แห่งที่ถูกปิดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เนื่องมาจากความไม่สงบภายในประเทศ
อ่านข่าวเพิ่มเติม