แฉพบกว่า 100 แห่งลอบขาย'ไซยาไนด์' สุดอึ้งมีคนมาซื้อเอาไปฆ่าตัวตาย 9-10 ราย
'บิ๊กโจ๊ก'หารือกรมโรงงานสอบข้อมูลโรงงานจำหน่าย'ไซยาไนด์'ผิดวัตถุประสงค์ สุดอึ้งพบอีก 100 แห่งจำหน่ายผิดวัตถุประสงค์ขายให้กับคนทั่วไป โดย"แอม"เป็นหนึ่งในนั้น น่าตกใจยิ่งกว่าพบมีคนซื้อจากเทรดเดอร์เอาไปใช้ฆ่าตัวตาย 9-10 ราย เตรียมขยายผลเอาผิดตามกฏหมาย
เมื่อเวลา 16:00 น.วันที่ 24 พ.ค.66 พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ได้เดินทางเข้ามาคุยกับรองอธิบดีกรมโรงงาน เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงงานที่จำหน่ายสารไซยาไนด์ที่ผิดวัตถุประสงค์ ซึ่งมีความผิดพร้อมส่งสำนวนกรมโรงงานดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากคดี"แอม ไซยาไนด์"
โดย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า หลังจากที่ได้เข้าไปคุยกับรองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมแล้ว มีข้อมูลเพียงพอที่จะดำเนินคดีกับโรงงานที่สั่งสารไซยาไนด์เข้ามา ซึ่งการสั่งเข้ามาต้องได้รับอนุญาตตามวัตถุประสงค์สองอย่าง คือ 1.เพื่อการศึกษาวิจัย และ 2.เพื่อประกอบกิจการโรงงาน ซึ่งสั่งมาเท่าไหร่ก็ต้องใช้เท่านั้น และหากจะขายต่อให้กับใครไม่ต้องขออนุญาตกรมโรงงาน ซึ่งถือเป็นช่องโหว่ แต่การขายนั้นต้องขายให้กับผู้ที่จะนำไปใช้ในในเงื่อนไขของ 2 วัตถุประสงค์เดียวกันคือเพื่อวิจัยหรือประกอบกิจการโรงงาน
"ที่ผ่านมาพบว่ามี 1 โรงงานที่จำหน่ายผิดวัตถุประสงค์ มีการสั่งสารไซยาไนด์ถูกกฎหมายเข้ามา 1,000 กว่าขวด แต่พบว่ามีอีก 100 ที่จำหน่ายผิดวัตถุประสงค์ โดยขายให้กับคนทั่วไป ซึ่งกรณีของ"แอม" ก็ถือเป็น 1 ในนั้น และขายให้กับเทรดเดอร์ อีก 6 ราย ซึ่งเทรดเดอร์ได้นำไปขายต่อ และเมื่อสืบสวนต่อพบว่า มีคนซื้อต่อจากเทรดเดอร์เพื่อไปฆ่าตัวตาย 9-10 รายด้วย ซึ่งส่วนนี้เทรดเดอร์ที่จำหน่ายต้องรับผิดชอบตามกฎหมายเพราะถือเป็นคดีอาญาเนื่องจากมีคนตาย แม้ว่าในปัจจุบันเทรดเดอร์ทั้งหมดจะหยุดจำหน่ายแล้วก็ตาม โดยรอง ผบ.ตร.จะนำข้อมูลของผู้จำหน่ายไซยาไนด์ทั้งหมดเข้าสู่สำนวนและส่งให้กรมโรงงานรับไปดำเนินคดีต่อไป
สำหรับกรณีเจ้าหน้าที่รัฐจะมีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 หรือไม่นั้น ต้องไปดูรายละเอียดก่อน ถ้าผิดก็ต้องดำเนินการ ส่วนแนวทางแก้ไขเพื่อป้องกัน การจำหน่าย ไซยาไนด์ผิดวัตถุประสงค์ในอนาคต ทางอธิบดีกรมโรงงานกำลังรับนำไปดำเนินการอยู่เพราะไซยาไนด์ถือเป็นสารควบคุมประเภท 3 เป็นประเภทที่อันตรายที่สุดในประเทศไทย ดังนั้นต้องควบคุมให้รัดกุม
อย่างไรก็ตามในวันศุกร์นี้ รอง ผบตร.ได้นัดพบเลขาสำนักงานคุ้มบริโภคอีกส่วนหนึ่ง เพื่อสอบถามข้อมูลและให้ดำเนินคดีในความผิดตาม พรบ.คุ้มครองผู้บริโภคด้วย เพื่อให้ทางสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคเป็นผู้กล่าวหาดำเนินคดีในส่วนนี้ด้วย -001